ที่นี่ สหรัฐอเมริกา วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม

0
15

นายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เดินทางมารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2021 กล่าวว่า  สถานทูตและสถานกงสุลทุกแห่ง ทั้งที่มหานครนิวยอร์ก นครชิคาโก และนครลอส แอนเจลิส ต้องทำงานหนักขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางภาวการณ์ระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่รุนแรงขึ้นอย่างมากตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมของปีที่แล้ว

ในส่วนของความเป็นอยู่ในสหรัฐฯ ของชาวไทย ท่ามกลางกระแสเหยียดผิวต่อผู้มีเชื้อสายเอเชีย อันเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังเช่น กรณีของ นายวิชา รัตนภักดี ชายไทย วัย 84 ปี ที่ถูกวัยรุ่นอเมริกันวัย 19 ปีทำร้ายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และทำให้เกิดกระแสความกังวลและความกลัวในหมู่ชาวไทย และความไม่พอใจของประชาชนทั่วไปผู้ประณามเหตุการณ์ดังกล่าว นายมนัสวี ตระหนักดีถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และรับทราบถึงปฏิกิริยาจากผู้คนในสังคม
“เท่าที่เราทราบ ก็มีการแสดงออกโดยกลุ่มคนเอเชียต่างๆ ใน สหรัฐฯ แสดงความกังวลเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ก็ทางรัฐบาลก็คิดว่า เขาคงระมัดระวังมากขึ้นนะ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง เขาก็ต้องคุ้มครองทุกคนในสหรัฐฯ ไม่ใช่เฉพาะคนเอเชีย แต่เราก็อยากให้เขาระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมันมีเหตุการณ์ส่อให้เห็นว่า เป็นการเหยียดผิวเกิดขึ้นกับคนเอเชียเยอะ”นายมนัสวีกล่าว
นายมนัสวี ยอมรับว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วง “เพราะการเลือกปฏิบัติทางผิว การเกลียดชัง ก็เป็นสิ่งไม่เป็นที่พึงประสงค์ และไม่ว่าจะสังคมใดก็แล้วแต่ พอเกิดขึ้นกับชาวเอเชียด้วยกัน พอเกิดขึ้นกับคนไทยด้วยกัน และยิ่งถ้าคนไทยเสียชีวิตเนี่ย เราก็มีความกังวล … เราได้แสดงความกังวลกับฝ่ายสหรัฐฯ ด้วย ให้ เขาคอยดูแลคนเอเชียคนไทยในประเทศเขา …แล้วก็ ในกรณีที่มันมีเหตุการณ์อย่าง ที่มีคนเสียชีวิตเนี่ย ทางสถานกงสุลก็ได้มีหนังสือถึงนายกเทศมนตรี เพื่อขอให้ได้รับความเป็นธรรม และให้นำผู้กระทำผิดมาลงโทษ”

กลุ่มอดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ทั้งจากพรรคเดโมแครตและพรรคริพับลิกันออกแถลงการณ์ประณามอาชญากรรมต่อชาวเอเชียนอเมริกันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระบุว่า อาชญากรรมดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นขณะที่ชาวเอเชียเผชิญกับ “ข้อกล่าวหาผิดๆ ว่าเป็นต้นเหตุของไวรัส”
แถลงการณ์จากอดีตนักการเมืองอเมริกันเชื้อสายเอเชียและเชื้อสายหมู่เกาะแปซิฟิค (Asian Americans and Pacific Islanders หรือ AAPI) ระบุว่า พวกเขาประณามความรุนแรง การใช้ถ้อยคำ และความเกลียดชังต่อชุมชนชาวเอเชียนและหมู่เกาะแปซิฟิค ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ กลุ่มอดีตนักการเมือง ยังอ้างสถิติจากกลุ่มไม่แสวงหาผลกำไร Stop AAPI Hate ที่ระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา มีอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อชาวเอเชียนอเมริกันเพิ่มสูงถึง 150 เปอร์เซ็นต์ โดยอาชญากรรมดังกล่าวรวมถึงการกลั่นแกล้ง การใช้คำหยาบ การด่าทอ การคุกคาม และการใช้ความรุนแรง โดยบางครั้งทำให้เหยื่อถึงกับเสียชีวิต

แถลงการณ์ระบุว่า ชาวเอเชียนอเมริกันมีส่วนช่วยให้ประเทศประสบความสำเร็จมาหลายร้อยปี แต่พวกเจายังคงถูกมองว่าเป็น “ชาวต่างชาติ” หรือ “มีความเป็นอเมริกันน้อยกว่า” และถูกปฏิบัติเหมือนเป็น “คนอื่น”
ผู้ลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้   Elain Chao อดีตรัฐมนตรีคมนาคมจากพรรครีพับลิกัน และ Gary Lock อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์และอดีตทูตสหรัฐฯประจำจีนจากพรรคเดโมแครต

ส.ส.จูดี้ ชู (Rep. Judy Chu  =D-Calif.)ให้สัมภาษณ์  NBC’s “Meet the Press” เปิดเผยว่าตนละเพื่อนส.ส. members of the Congressional Asian Pacific American Caucus เดินทางไปแอตแลนต้าเพื่อที่จะตามเรื่องการยิงในสปา 3 แห่งและสังหารสตรีเอเชีย 6 คนเพื่อเร่งรัดกระทรวงยุติธรรมให้สอบสวนและตั้งข้อหาอาชญากรรมว่าด้วยความเกลียดชัง ( a hate crime) โดยเชื่อในการสอบสวนของ DOJ ขอให้สอบสวน Social Media history ของมือปืน, สัมภาษณ์แหล่งข่าวชาวเกาหลีด้วยภาษาเกาหลี (native languages) ก็จะรู้  “ขอบอกว่าระบบอาชญากรรมจากความเกลียดชังทั้งหมดของเราในสหรัฐอเมริกามีข้อบกพร่องมาก” จูดี ชู กล่าว

ส.ส.จูดี้ ชู พรรคเดโมแครต รัฐแคลิฟอร์เนียในฐานะ เป็นThe chairwoman of the Congressional Asian Pacific American Caucus กดดันไปยังฝ่ยบริหารโจ ไบเดนให้แต่งตั้ง นานิ คัลเลอร์เรตติ( Nani Coloretti )ขึ้นเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณและการจัดการ ( the Office of Management and Budget) เพราะฝ่ายบริหารไบเดนมีหมดทั้ง Black, Hispanic, Native American, LGBT, women ยกเว้น AAPI
Coloretti เป็นชาวฟิลิปปินส์เป็นรองประธานอาวุโสthe Urban Institute อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงเคหะ (HUD)ในสมัยบารัค โอบามาเป็นประธานาธิบดี และในช่วงที่นายเกวิน นิวซัมเป็นนายกเทศมนตรีซานฟรานฯ(ปัจจุบันเขาเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย)นานิเป็นที่ปรึกษาและผู้อำนวยการงบประมาณให้นิวซัม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here