วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคนใหม่ “ต้องทำทุกหน้าที่ให้ดีที่สุด”

0
9

ชื่อ วสันต์ ภัยหลีกลี้ นับว่าเป็นที่คุ้นหูในแวดวงสื่อสารมวลชน ไม่เพียงคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงหนังสือพิมพ์ ตามสายวิชาเอกหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (รหัส 21) ที่เรียนมาเท่านั้น ทว่า ยังมีประสบการณ์งานข่าวทีวีหลายช่อง กระทั่งขึ้นเป็นผู้บริหาระดับสูงของ อสมท. และไทยพีบีเอส. นอกจากนี้ยังมีส่วนบริหารผู้จัดการออนไลน์ ในยุคบุกเบิกด้วย

ล่าสุด วสันต์ เพิ่งเข้ามารับบทบาทหน้าที่ใหม่ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยพร้อมที่จะนำประสบการณ์ด้านสื่อสารมวลชนที่มีอย่างยาวนาน มาช่วยเหลือผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ หรือด้านการเมือง ฯลฯ

วสันต์ย้อนเล่าว่า “สมัยเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จังหวัดอุดรธานี ได้มีโอกาสทำจุลสาร และหนังสือพิมพ์ฝึกหัด จึงมีความใฝ่ฝันตั้งแต่ตอนนั้นว่าอยากจะเป็นนักหนังสือพิมพ์ จึงตัดสินใจเลือกคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน”

“ที่เลือกเรียนธรรมศาสตร์ เพราะชื่นชมในเกียรติภูมิของธรรมศาสตร์ ในการรับใช้ประชาชน สมัยนั้นนักศึกษาธรรมศาสตร์มีบทบาทในการเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นธรรมในสังคม เราก็เลยอยากมามีส่วนร่วมในเรื่องเหล่านี้ด้วย”

ในฐานะที่อยู่บนเส้นทางของการเป็นสื่อมวลชนมาอย่างยาวนาน วสันต์มองว่า สมัยนี้เทคโนโลยีการสื่อสารเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมในการสื่อสารเปลี่ยน ทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมมาก สื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ซึ่งเคยมีบทบาทและอิทธิพลสูงมากในอดีต ตอนนี้ก็ถูกแทนที่ด้วยสื่อใหม่ๆ

โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย มีบทบาทและอิทธิพลสูงมาก สามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ชนิด real time และไปได้ไกลมาก ไม่มีขอบเขตพรมแดน ผู้ใช้เป็นได้ทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสาร กระทั่งมีคำพูดว่า วันนี้ทุกคนเป็นสื่อเองได้ ซึ่งในอีกด้านก็ทำให้เกิดข่าวลวงข่าวปลอม หรือ Fake News จำนวนมหาศาล นักสื่อสารมวลชน หรือสื่อมืออาชีพจะต้องมีคุณภาพและมาตรฐานที่สูงกว่าผู้ส่งสารทั่วไป โดยเฉพาะในเรื่องจริยธรรม เพื่อเป็นจุดอ้างอิง และเป็นมาตรฐานให้กับสังคม

“ผมว่ายุคนี้สื่อมืออาชีพมีความสำคัญมาก และจะเป็นที่พึ่งของคนทั่วไปในการกรองข่าวสารที่ท่วมท้น ให้รู้ว่าข่าวไหนจริงข่าวไหนปลอม การรู้เท่าทันสื่อเป็นเรื่องที่สำคัญ และต้องเรียนรู้เรื่องนี้กันทุกวัย ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดี”

วสันต์ ยังเล่าประสบการณ์ที่ทำงานสื่อ ตั้งแต่เป็นนักข่าว เป็นผู้บริหารองค์กรสื่อ และยังทำงานในฐานะอื่นๆ จนถึงมาถึงตำแหน่งในปัจจุบันอีกด้วยว่า ในการทำงาน และทำหน้าที่ต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ไม่ว่าตำแหน่งใด ต้องพยายามทำหน้าที่ตามภารกิจให้ดีที่สุด ไม่ให้ใครมาว่าได้ หรือไม่ต้องมานึกเสียดายหรือเสียใจภายหลังว่าทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้

“ผมคิดว่า ถ้าเราทำให้ดีที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ก็ควรจะออกมาดี แต่ก็ต้องเตรียมใจไว้ด้วยว่า บางอย่างอาจไม่เป็นไปตามที่เราคาดก็ได้ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ ที่ผ่านมา ผมออกจะโชคดีที่มีโอกาสได้ทำงานที่ผมรัก ผมชอบ และงานนั้นๆ เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ตอนที่ผมทำหน้าที่สื่อ ผมคิดว่าเรามีส่วนในการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้กับสังคม ซึ่งสังคมจะเป็นผู้ตัดสินเองในเรื่องต่างๆ ที่ได้รับรู้

“ในการทำงาน บ่อยครั้งผมคิดว่า เป็นการปฏิบัติธรรมไปด้วย การที่เราต้องทำงานกับคนหมู่มาก ได้ร่วมกันทำประโยชน์กับส่วนรวมตามบทบาทของแต่ละคน เราได้เรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน และฝึกฝนตัวเองไปด้วย

การฝึกฝนที่ว่านี้ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องทักษะ ความชำนาญในงาน แต่รวมถึงเรื่องจิตใจของเราด้วยครับ”

#JCTU

#JCTUAlumni

#กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

#ความภูมิใจชาวJC

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3833801046746234&id=19841688695135

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here