สถานการณ์รอบโลก วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน

0
7

ไบเดน-ปูติน ประชุมหนแรกเป็นไปด้วยดี สหรัฐฯบอกไม่ต้องการ “สงครามเย็น”

ที่นครเจนีวา สวิส วันที่ 16 มิถุนายน โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย จัดการประชุมหาทางสยบความตึงเครียดในความสัมพันธ์ที่มึนตึงระหว่าง 2 ฝ่าย ผู้นำอเมริกาบอกกับผู้นำเครมลินว่าเขาไม่ต้องการเห็นสงครามเย็นครั้งใหม่

ทั้งสองผู้นำแสดงท่าทีในทางบวกอย่างระมัดระวังหลังการพูดคุยที่ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ในนั้น 2 ชั่วโมง เป็นการหารือกันในคณะเล็กๆ มีเพียงรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองชาติเข้าร่วมด้วย

“การพูดคุยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์อย่างยิ่ง” ปูติน บอกกับพวกผู้สื่อข่าว พร้อมระบุว่า พวกเขาเห็นพ้องที่จะส่งเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศกลับเข้าประจำการ ในสัญญาณของการเยียวยาซ่อมแซมทางการทูต ขณะที่ ไบเดน เรียกการหารือครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้น ณ วิลลาหรูแห่งหนึ่งริมทะเลสาบเจนีวา ว่าเป็นไปด้วยดี

ปูติน ยังเชื่อว่าสหรัฐฯ มีความมุ่งมั่นที่จะหาทางออกสำหรับความขัดแย้งระหว่างประเทศทั้งสอง”รัสเซียและสหรัฐฯได้บรรลุข้อตกลงในการจัดการเจรจาเพื่อจำกัดการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ รวมทั้งจะมีการหารือกันเกี่ยวกับความมั่นคงทางไซเบอร์ปูตินกล่าว

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เขาและปูตินหาทางทำงานร่วมกันในพื้นที่ต่างๆ ที่สองชาติมหาอำนาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกัน ในนั้นรวมถึงอาร์กติก อิหร่านและซีเรีย

ไบเดน กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า 2 ชาติมหาอำนาจทางนิวเคลียร์โลก ต้องแบ่งปันความรับผิดชอบบนเวทีโลก

จีนส่งครื่องบินรบ 28 ลำ ผ่านน่านฟ้าไต้หวัน เตือนต่างชาติอย่าแทรกแซง

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 15 มิ.ย. 2564 รัฐบาลไต้หวันออกมาเปิดเผยว่า เครื่องบินของกองทัพอากาศจีนถึง 28 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินขับไล่, เครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีขีดความสามารถติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ บินเข้าสู่เขตสำแดงตนป้องกันภัยทางอากาศ (air defence identification zone : ADIZ) ของไต้หวัน และนี่ถือเป็นการบุกรุกครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกทั้ง 7 หรือ G7 ออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวันอาทิตย์ โจมตีจีนในหลายเรื่องพร้อมกับเน้นย้ำถึงความของ สันติสุขและเสถียรภาพบริเวณช่องแคบไต้หวัน ก่อนที่จีนจะออกมาตอบโต้ว่าถูก G7 ใส่ความ

ต่อมาในวันที่ 16 มิ.ย. ที่งานแถลงข่าวในกรุงปักกิ่ง นักข่าวได้สอบถามนายหม่า เสี่ยวกวง โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ว่า การส่งเครื่องบินรบไปไต้หวันครั้งล่าสุดเกี่ยวข้องกับแถลงการณ์ของกลุ่ม G7 หรือ ซึ่งนายหม่าตอบว่า ความตึงเครียดนี้ต้องกล่าวโทษรัฐบาลไต้หวัน เพราะปักกิ่งเชื่อว่ารัฐบาลของเกาะแห่งนี้กำลังร่วมมือกับต่างชาติ เพื่อหาทางแยกตัวเป็นอิสระอย่างเป็นทางการ

“เราจะไม่ยอมทนต่อความพยายามหาทางแยกตัวเป็นอิสระ หรือการแทรกแซงปัญหาเรื่องไต้หวันโดยปราศจากความยั้งคิดของกองกำลังต่างชาติ เราจึงต้องมีการตอบสนองอย่างรุนแรงต่อพฤติการณ์สมรู้ร่วมคิดเหล่านี้” นายหม่ากล่าว

นักวิชาการจีน ชี้ควรหาต้นตอ “โควิด-19” ในสหรัฐฯ หลังพบมีผู้ติดเชื้อก่อน “อู่ฮั่น”

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนี้ โดยอ้างรายงานของหนังสือพิมพ์ โกลบอล ไทมส์ ของทางการจีน ระบุว่า นักวิชาการด้านระบาดวิทยาอาวุโสของจีน เรียกร้องให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาต้อนตอที่มาของโรคโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา แทนที่จะเป็นจีน หลังจากมีการเผยแพร่งานวิจัยของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ พบว่า มีคนอเมริกันอย่างน้อย 7 คน ติดเชื้อโควิด-19 ก่อนหน้าที่จะมีการยืนยันการติดเชื้ออย่างเป็นทางการรายแรกที่เมืองอู่ฮั่น ในประเทศจีนหลายสัปดาห์

รายงานดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนโดย สถาบันเพื่อสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นไอเอช) ของสหรัฐอเมริกา ทำให้นาย เซิ่้ง กวง หัวหน้าคณะนักระบาดวิทยา ประจำ ศูนย์เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคจีน (ซีซีดีซี) ให้สัมภาษณ์ โกลบอล ไทมส์ ระบุว่า ความสนใจในการค้นหาที่มาของโรคโควิด-19 ควรเปลี่ยนจากการสอบสวนในประเทศจีน เป็นสหรัฐอเมริกา โดยตั้งข้อสังเกตเอาไว้ด้วยว่า สหรัฐอเมริกาเชื่องช้า รีรอ ที่จะตรวจหาเชื้อในหมู่ประชากรของตนเองในช่วงเริ่มแรกของการแพร่ระบาด นอกเหนือจากนั้น ในสหรัฐอเมริกา ยังเป็นที่ตั้งของ ห้องปฏิบัติการทดลองทางชีวะวิทยาอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย

“ควรมีการตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวเนื่้องกับข้อสมมุติฐานที่ว่า โควิด-19 คืออาวุธชีวภาพในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด” นายเซิ่ง กล่าว

ตำรวจฮ่องกงบุกจับผู้บริหารแอปเปิ้ล เดลี 5 ราย

 (17มิ.ย.)  ตำรวจฮ่องกง 500 นายบุกเข้าสำนักงานจับกุมหัวหน้ากองบรรณาธิการและผู้บริหาร 4 คนของหนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลีพร้อมทั้งอายัดทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง หลังเข้าจู่โจมตรวจค้นห้องข่าวเป็นครั้งที่ 2 หนังสือพิมพ์ฉบับนี้และจิมมี ไล เจ้าพ่อวงการสื่อของฮ่องกงผู้เป็นเจ้าของ เป็นหนามทิ่มแทงฝ่ายจีนมานาน จากการให้การสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวฝักใฝ่ประชาธิปไตยในฮ่องกง และวิพากษ์วิจารณ์พวกผู้นำเผด็จการของจีนอย่างเผ็ดร้อน

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าผู้บริหาร 5 คนถูกจับกุมฐานสมคบคิดกับต่างประเทศหรือเครือข่ายภายนอกที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่แหล่งข่าวตำรวจยืนยันกับเอเอฟพีว่าทั้ง 5 คนเป็นผู้บริหารของเน็กซ์ ดิจิทัล บริษัทแม่ของหนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลี แอปเปิลเดลี รายงานว่าในบรรดาผู้ถูกจับกุมนั้นรวมไปถึง ไรอัน ลอว์ หัวหน้ากองบรรณาธิการ

ในวันเดียวกันตำรวจฮ่องกง ทำการอายึดทรัพย์สินมูลค่า 18 ล้านเหรียญฮ่องกง(ประมาณ 72 ล้านบาท) ที่ทางแอปเปิลเดลีเป็นเจ้าของ ภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ  “สินทรัพย์ของ 3 บริษัทถูกอายัด ประกอบด้วย แอปเปิลเดลี ลิมิเต็ด แอปเปิลเดลี ปรินติ้ง ลิมิเต็ด และแอปเปิลเดลี อินเทลเลค ลิมิเต็ด” 

ก่อนหน้านี้ จิมมี ไล วัย 73 ปี มหาเศรษฐีเจ้าของหนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลี ถูกตั้งข้อหาสมคบคิด หลังเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนบุกจู่โจมตรวจค้นห้องข่าวในเดือนสิงหาคมปีก่อน

อิสราเอลกลับมาเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซาอีก

การโจมตีล่าสุดเมื่อเช้าวันพุธที่ 16 มิ.ยเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มชาตินิยมสุดโต่งหลายพันคนเดินโบกธงชาติเข้าสู่ย่านเมืองเก่าของนครเยรูซาเลมในวันอังคารที่ 15 มิ.ย. ท่ามกลางกำลังตำรวจจำนวนมากที่เฝ้าระวังเหตุร้าย ขณะนานาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ

จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวในปาเลสไตน์ กองทัพอิสราเอลได้โจมตีสถานที่อย่างน้อย 1 แห่งทางตะวันออกของคานยูนิสที่อยู่ทางใต้ของฉนวนกาซาและมีประชาชนอาศัยอยู่ราว 2 ล้านคน

กองทัพอากาศอิสราเอลแถลงว่า ได้ส่งเครื่องบินขับไล่โจมตีค่ายทหารและสถานที่นัดประชุมของกลุ่มฮามาสเพื่อตอบโต้บอลลูนไฟ ล่าสุดยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

กองทัพยิวสำทับว่า เตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อรับมือสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์รุนแรงที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้งขณะที่กิจกรรมก่อการร้ายจากฉนวนกาซายังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอิสราเอลเผยว่า บอลลูนไฟจากกาซาทำให้เกิดไฟไหม้ราว 20 จุดทางใต้ของประเทศอิสราเอล

พายุโซนร้อนโคะงุมะถล่มสปป.ลาว เกิดน้ำป่าไหลหลาก ซัดบ้านหลายหลังพังยับ

เว็บไซต์ Laotiantimes รายงานอิทธิพลของพายุโซนร้อนโคะงุมะ  (Koguma) ถล่มสปป.ลาว ทำให้ฝนตกหนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเอ่อล้นฝั่งไหลท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ทางภาคกลางและภาคเหนือของประเทศ ทั้งแขวงเวียงจันทน์ ไชยะบุรี เชียงขวาง และบ่อแก้ว ได้รับความเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือนหลายหลังถูกน้ำป่าพัดไปกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก และชาวบ้านจำนวนมากต้องอพยพหนีภัยน้ำท่วม

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นในแขวงบ่อแก้ว แจ้งว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ บ้านหลายหลังถูกน้ำป่าพัด อีกทั้งระดับน้ำในแม่น้ำได้ล้นฝั่งไหลท่วมพื้นที่การเกษตร หมู่บ้านจำนวนมากที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำถูกน้ำท่วม อีกทั้งยังเกิดดินสไลด์ลงมาจากภูเขาปิดถนน ทำให้ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรได้ในบางพื้นที่ด้วย 

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโคะงุมะ ได้ทำให้แม่น้ำซองได้ล้นฝั่งไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนในแขวงเวียงจันทน์แล้ว

พายุโซนร้อนโคะงุมะ ทวีกำลังจากพายุดีเปรสชันบริเวณเกาะไหหลำของจีน มาเป็นพายุโซนร้อนขณะพัดผ่านอ่าวตังเกี๋ยของเวียดนาม และขึ้นฝั่งทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม ในช่วง 12-13 มิ.ย. ก่อนจะมุ่งหน้าสู่สปป.ลาว ตามรายงานของสำนักงานจัดการภัยพิบัติของเวียดนามระบุว่า มีผู้สูญหาย 2 ราย บ้านพังเสียหาย 130 หลังจากน้ำท่วม

เดอะ เบนช์ หนังสือเด็กของดัชเชสเมแกน ขึ้นอันดับ 1 หนังสือขายดีของนิวยอร์ก ไทม์ส

วันที่ 17 มิถุนายนฟ็อกซ์ นิวส์ รายงานว่า เดอะ เบนช์ ( The Bench) หนังสือภาพสำหรับเด็ก เขียนโดย ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ หรือ เมแกน มาร์เคิล พระชายาเจ้าชายแฮร์รี ติดอันดับ 1 หนังสือขายดีในประเภทหนังสือภาพสำหรับเด็ก ของหนังสือนิวยอร์ก ไทม์ส ซึ่งจะมีการเผยแพร่รายชื่ออันดับหนังสือขายดีในวันที่ 27 มิถุนายนนี้

เดอะ เบนช์ หนังสือเล่มแรกของ ดัชเชสเมแกน พระชันษา 39 มี คริสเตียน โรบินสัน นักวาดภาพประกอบมือรางวัล วาดภาพประกอบในเล่ม จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แรนด้อม เฮาส์ ชิลเดรน บุ๊ค เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก ที่ดัชเชสเมแกนเล่าว่า ต่อยอดมาจากบทกวีที่พระองค์เขียนให้เจ้าชายแฮร์รีเมื่อ “วันพ่อ” ปี 2562 หลังจากประสูติ อาร์ชี พระโอรส ได้ 1 เดือน และว่าทรงอุทิศหนังสือเล่มนี้ให้แก่ “ผู้ชาย และเด็กชายที่ทำให้หัวใจของฉันพองโต ”

ดัชเชสเมแกน ทรงเขียนเดอะ เบนช์ ระหว่างตั้งครรภ์พระธิดา ลิลิเบต “ลิลิ” ไดอานา เมาน์แบตเทน-วินด์เซอร์ ซึ่งประสูติเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน โดยเนื้อหาในหนังสือบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวหลากสีผิว ที่มีพื้นฐานครอบครัวแตกต่างกัน อาทิจากพ่อซึ่งเป็นทหารผิวขาวที่เดินทางกลับมาบ้าน (เจ้าชายแฮร์รี ทรงเคยเป็นทหารประจำการในอัฟกานิสถาน) จนถึงพ่อเป็นชายผิวสี ไว้ผมทรงเดรดล็อค และจากเด็กชายที่กำลังถือถ้วยรางวัลฟุตบอล ไปจนถึงเด็กชายและพ่อที่สวมกระโปรงสีชมพู

ขณะที่คุณพ่อทุกคนในหนังสือเล่มนี้ ถูกถ่ายทอดเป็นผู้ชายนุ่มนวล ทำตัวเป็นเพื่อน เป็นครู เป็นที่ปรึกษา เป็นคนให้กำลังใจมากกว่าจะเป็นพ่อที่เข้มงวด

สำหรับชื่อ เดอะ เบนช์  หมายถึง ม้านั่ง อันเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง และความรู้สึกสบาย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here