เอกชนขานรับแนวคิด ‘บิ๊กตู่’ หนุนเปิดประเทศใน 120 วัน เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไทย

0
3

นายกฯเดินหน้าเปิดประเทศใน 120 วัน ลงพื้นที่ภูเก็ต 25 มิถุนายนตรวจความพร้อมก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวตามโมเดล“Phuket Sandbox” 1 กรกฎาคม ฟื้นท่องเที่ยว-ศก. โดยใช้เป็นพื้นที่เจรจานักธุรกิจไทย-เทศถ้าสำเร็จขยายไปจังหวัดอื่น  

เมื่อวันที่ 17มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ประกาศว่า นับจากวันนี้ประเทศไทยจะต้องเปิดประเทศให้ได้ภายใน 120วันและจะเร่งรัดนำแผน Sandbox เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อพิจารณาและอนุมัติในช่วงสัปดาห์หน้า

25 มิถุนายน นายกฯ บินตรวจความพร้อมภูเก็ต

มีรายงานข่าวจากทำเนียบฯปิดเผยว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด– 19 (ศปก.ศบค.) ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน คาดว่าได้รายงานและหารือถึงเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า วันที่ 25 มิถุนายน นายกรัฐมนตรีมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการที่จ.ภูเก็ต ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมการคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต

จากนั้นเดินทางไปยังโรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนและประชุมหารือแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจของจ.ภูเก็ต หลังสถานการณ์โควิด ร่วมกับผู้ประกอบการณ์ พร้อมรับฟังแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้แนวคิด”Phuket Tourism Sandbox”จากผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนภารกิจช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรี เดินทางไปท่าเทียบเรืออ่าวปอตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เตรียมความพร้อมคัดกรองนักท่องเที่ยว และไปด่านตรวจภูเก็ตติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองนักท่องเที่ยว

คิกออฟ 1 กรกฎาคม เปิดภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเปิดประเทศว่า 120 วันที่นายกฯพูดถึงจะเริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งวันที่ 25 มิถุนายนเป็นการเตรียมความพร้อมเปิดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ทั้งนี้ การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจโควิด-19 (ศบศ.) วันที่ 18 มิถุนายนจะมีความชัดเจน ทั้งผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและรมว.ท่องเที่ยวและกีฬาจะเสนอความพร้อมและเงื่อนไขต่อที่ประชุม ศบค.พิจารณาเพื่อความชัดเจนกับฝ่ายปฏิบัติในจ.ภูเก็ต และจะเริ่มเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ เมื่อเริ่มโครงการที่ภูเก็ตได้ ต่อไปจะพิจารณาจังหวัดอื่นที่มีความพร้อมต่อไป

“เรื่องดังกล่าวเป็นความตั้งใจของนายกฯที่อยากเห็น 120 วันหลังจากนี้ เริ่มจากวันที่ 1 กรกฎาคม ที่จะเปิดประเทศได้ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเต็มที่ ผมย้ำมาตลอดว่าเรื่องนี้จะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน อย่างจ.ภูเก็ตแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือจากทุกฝ่ายแล้ว และวันที่ 25 มิถุนายนจะเห็นความพร้อม ถือเป็นการเปิดศักราชที่ดีและแสดงเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างประเทศในไทย” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

ใช้เจรจาธุรกิจนักลงทุนไทย-ต่างชาติ

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวต่อว่า ทุกอย่างดูไปตามความเหมาะสมและสถานการณ์ ต้องเข้าใจว่าแซนด์บ็อกซ์คือ การทดลองทำ ส่วนจะมีข้อปรับปรุงอะไรก็เพิ่มเติมได้ และเราเริ่มทำก่อนไฮซีซั่นของฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ประมาณปลายไตรมาสที่สาม เมื่อเราซ้อมก่อนทำให้เราสมบูรณ์และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในระดับหนึ่ง เมื่อภูเก็ตเปิดเป็นทางเข้าประเทศไทยก็จะมีนักธุรกิจไทยนัดพบกับนักธุรกิจต่างประเทศโดยอาศัยพื้นที่ภูเก็ต เป็นที่เจรจาธุรกิจ จึงไม่ใช่การท่องเที่ยวเชิงท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่จะเป็นการเปิดทางด้านธุรกิจไปด้วย ซึ่งปัจจุบันเตรียมการของหลายบริษัทไว้แล้ว ที่เตรียมจะนัดพันธมิตรทางธุรกิจมาพูดคุยกัน จึงเป็นเหตุผลหนึ่งในการทยอยเปิดประเทศ

ชี้เปิดภูเก็ตช่องทางเข้าออกไทยครั้งแรก

ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนนายกฯจะสร้างความเชื่อมั่นด้วยการลงไปพักค้างคืนที่ภูเก็ตบ้างหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงมีอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร

ถามว่ามีการประมาณประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวหรือไม่ว่าต้องมีกี่เปอร์เซ็นจึงจะเหมาะในการเปิดประเทศ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องขอดู ที่ภูเก็ตก่อน ขณะนี้มีสายการบินหลายบริษัทเริ่มเปิดเที่ยวบินที่จะมาลงที่ภูเก็ตโดยตรง แม้จำนวนเที่ยวบินอาจไม่มากแต่เริ่มมีหลายแหล่งหลายประเทศที่จะเข้ามา ถือว่ามีจำนวนไม่น้อย ต้องทยอยดูวันต่อวัน เพราะถือเป็นการเปิดช่องทางเข้าประเทศไทยครั้งแรก

ปัดประเมินศก.หลังเปิด-ใช้ความเพียรที่ตั้ง

ถามถึงการประเมินเศรษฐกิจปลายปีนี้ หลังเริ่มเปิดประเทศ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจกล่าวว่า ตนทำดีที่สุด ตอนนี้ก็ต้องดูวันต่อวัน เดือนต่อเดือน ปรับไปตลอด เราต้องเอาความขยันและความเพียรเป็นที่ตั้ง และทำให้ดีที่สุด ตนคิดว่าทุกประเทศก็ทำเช่นนี้ วิธีที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นคือ การใช้ความเพียรเป็นที่ตั้ง และหมั่นติดตามพร้อมปรับปรุงตัวเองไปเรื่อย ๆ คิดว่าวันนี้รัฐบาลพร้อมทุกด้านที่จะทำเรื่องดังกล่าว

ชื่นชมภูเก็ตฉีดวัคซีนเกิน 60%

ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2564 วันที่ 14 มิถุนายน ชื่นชมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจังหวัดภูเก็ต ที่ทำตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณศุขให้บริการวัคซีนโควิด 19 เกินร้อยละ 60 ของประชากรในพื้นที่ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ โดยกลุ่มที่ต้องได้ฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุม คือผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป และแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยว แรงงานธุรกิจอื่นๆ แรงงานต่างชาติ และกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง นอกจากนี้ มีกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งจ.ภูเก็ตไม่ทอดทิ้งและได้บริการฉีดวัคซีนให้กลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มแรกๆ โดยศูนย์ฉีดวัคซีนเตรียมรถกอล์ฟและวิลแชร์ไว้บริการ

รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 3.4 แสนคน

ทั้งนี้ จ.ภูเก็ตมีประชากรประมาณ 547,584 คน และมีเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ประชาชน 383,308 คน หรือร้อยละ 70 ของประชากรในพื้นที่ โดยแผนฉีดวัคซีนต้องฉีดเข็มที่ 1 ให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน และฉีดเข็มที่ 2 ให้เสร็จภายในเดือนสิงหาคม โดยข้อมูลการฉีดวัคซีนให้ประชาชนบนเกาะภูเก็ตวันที่ 16 มิถุนายนมีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรก 346,855 คน ติดเป็นร้อยละ 63.3 ผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มมี 165,439 คน คิดเป็นร้อยละ 30.2 และจำนวนประชากรคงเหลือที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เหลือเพียง 119,732 คน

280 รร.-สถานประกอบการพร้อมรับ

“การเตรียมพร้อมใน จ.ภูเก็ต ได้ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เตรียมเปิดพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยว อาทิ ปรับปรุงภูมิทัศน์ ดูแลรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะมาตรการป้องกันการระบาด การประเมินสถานประกอบการเพื่อให้สัญลักษณ์ SHA และเมื่อบุคลากรของสถานประกอบการได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม จะได้รับสัญลักษณ์ SHA+ ขณะนี้มีสถานประกอบการ โรงแรม 280 แห่ง ได้รับสัญลักษณ์ SHA+ แล้ว ซึ่งการจัดเตรียมระบบความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวของภูเก็ต Phuket Sandbox ถือเป็นแบบอย่างความร่วมมือที่เตรียมความพร้อมเป็นระบบ ตั้งแต่ก่อนเดินทางเข้าประเทศ เข้าพัก ท่องเที่ยวและเข้าร่วมกิจกรรม จนถึงเดินทางออกจากจังหวัด เป็นต้นแบบให้จังหวัดท่องเที่ยวอื่นต่อไป” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

เอกชนขานรับนายกฯ เปิดประเทศใน 120 วัน

สำหรับท่าทีของภาคเอกชนต่อแถลงการณ์ของนายกฯเดินหน้าเปิดประเทศภายใน 120 วันนับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การที่นายกฯประกาศเป้าหมายเปิดประเทศภายใน 120 วันโดยเตรียมจัดหาวัคซีนไว้แล้ว 105.5 ล้านโดสส่งผลให้ภาคเอกชนและประชาชนเชื่อมั่นมากขึ้น หากฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรตามแผนที่วางไว้ดังกล่าวจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ การที่นายกฯกำหนดเป้าหมายเปิดประเทศใน 120 วันเป็นสิ่งที่ดี ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ให้คนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวจะทยอยเปิดพื้นที่ได้เร็วขึ้น โรงแรม ร้านอาหารกลับมาดำเนินธุรกิจได้ปกติก่อให้เกิดการจ้างงาน

ย้ำทยอยเปิดประเทศแต่การ์ดห้ามตก

นายเกรียงไกรยังกล่าวถึงสถานการณ์ในต่างประเทศ อย่างสหรัฐฯที่ประกาศชัยด้วยการยกเลิกมาตรการควบคุมโรคที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลงเกือบทั้งหมด หลังต้องล็อกดาวน์นานถึง 15 เดือนโดยไม่ต้องสวมหน้ากาก และเว้นระยะห่างอีกต่อไป

ส่วนไทยตามแผนเปิดประเทศจะนำร่อง “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbo) “ต้อนรับกลุ่มเป้าหมายนักเดินทางต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และแสดงผลตรวจไม่พบเชื้อเข้ามาท่องเที่ยวและกักตัว 14 วันก่อนออกนอกพื้นที่เริ่ม 1 กรกฎาคม ล่าสุดคนภูเก็ตได้ฉีดวัคซีนแล้ว 64% และก่อนถึงวันเปิดรับนักท่องเที่ยวจะครบ 70% แต่สิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักคือ ระยะต่อไปแม้จะทยอยเปิดพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว หรือเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจนนำไปสู่การเปิดประเทศใน 120 วันตามเป้าหมายของรัฐบาล ทุกฝ่ายต้องไม่ประมาทในการดูแลป้องกันตนเอง การ์ดต้องไม่ตก เนื่องจากหลายประเทศเริ่มพบการกลายพันธ์ของไวรัส ถ้ากลับมาระบาดอีกครั้ง ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมมากกว่า

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here