สถานการณ์รอบโลก วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม

0
14

คามาลา แฮร์ริส  เยือนเวียดนาม-สิงคโปร์เดือนหน้า หวังต้านอิทธิพลจีน

นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐจะเดินทางเยือนเวียดนามและสิงคโปร์ในเดือนหน้า โดยมีเป้าหมายที่จะขอการสนับสนุนจากนานาประเทศเพื่อต้านทานอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน

นางซีโมน แซนเดอร์ส โฆษกของนางแฮร์ริสเปิดเผยว่า นางแฮร์ริสจะหารือเรื่องความมั่นคงระดับภูมิภาค, การรับมือกับโรคโควิด-19, การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และความพยายามร่วมกันในการส่งเสริมความเป็นระเบียบระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนเวียดนามของนางแฮร์ริสจะมีขึ้น หลังจากที่นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐเดินทางเยือนเวียดนามในสัปดาห์นี้

ทำเนียบขาวเปิดเผยแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 29กรกฎาคมเพื่อสรุปเกี่ยวกับแผนการเดินทางของนางแฮร์ริสว่า “ประธานาธิบดีโจ ไบเดนและรองประธานาธิบดีแฮร์ริสได้ให้ความสำคัญสูงสุดในการสร้างพันธมิตรระดับโลกของเราขึ้นมาใหม่ และรักษาประเทศของเราให้ปลอดภัย โดยการเดินทางเยือนต่างประเทศที่จะเกิดขึ้นนั้น จะเป็นการสานต่อภารกิจนั้น”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนวันว่า คามาลา แฮร์ริส จะเยือนเวียดนามในช่วงวันใดของเดือนสิงหาคม

ทั่วโลกติดโควิดทะลุ 197,600,000 ราย ตายเกือบ 4,220,000 ราย

Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกสะสมมีจำนวน 197,647,862 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 4,219,152 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (35,592,710) รองลงมาคืออินเดีย (31,579,651) บราซิล (19,839,369)

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 6 ล้านราย ได้แก่ รัสเซีย ฝรั่งเศส /มากกว่า 5 ล้านราย ได้แก่ สหราชอาณาจักร ตุรกี /มากกว่า 4 ล้านราย ได้แก่ อาร์เจนตินา โคลอมเบีย สเปน อิตาลี / มากกว่า 3 ล้านราย ได้แก่ อิหร่าน เยอรมนี อินโดนีเซีย /มากกว่า 2 ล้านราย ได้แก่ โปแลนด์ เม็กซิโก แอฟริกาใต้ ยูเครน เปรู/ มากกว่า 1 ล้านราย ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐเชค อิรัก ชิลี ฟิลิปปินส์ แคนาดา บังกลาเทศ เบลเยียม สวีเดน มาเลเซีย โรมาเนีย ปากีสถาน

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (628,549) ตามมาด้วยบราซิล (554,626) อินเดีย (423,403) เม็กซิโก (239,997)  ส่วนประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 แสนราย ได้แก่ เปรู รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี โคลอมเบีย ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา

การสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานครั้งใหญ่ของสหรัฐ

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันเห็นชอบในหลักการร่างงบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์ หลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน หารือกับตัวแทนผู้เจรจาจากฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกันและได้ข้อสรุปเบื้องต้นเมื่อวันพุธที่28 กรกฎาคม

ทำเนียบขาว ระบุว่า ร่างงบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ นี้จะช่วยสร้างงานในอเมริการาว 2 ล้านตำแหน่งต่อปี ในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า

ร่างงบประมาณเพื่อปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานนี้ มุ่งเน้นการลงทุนสำหรับการก่อสร้างสะพาน ระบบบริหารจัดการน้ำดื่มและน้ำเสีย ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อชาวอเมริกันทั่วประเทศ เพิ่มจุดชาร์จรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและผลักดันการขนส่งด้วยพาหนะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า สร้างท่าเรือและสนามบิน และทุ่มงบประมาณ 39,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับการขนส่งมวลชน เพื่อพัฒนาและสร้างระบบรถรางและรถประจำทางเพิ่มเติมในประเทศ โดยนับเป็นการลงทุนของรัฐบาลกลางก้อนใหญ่ที่สุดสำหรับระบบขนส่งมวลชนของอเมริกา

สหรัฐขายขีปนาวุธ( คจตถ.)ให้ไทย 83.5 ล้านดอลลาร์

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศว่าสหรัฐขายขีปนาวุธ Javelin FGM-148 จำนวน 300 ลูกให้ประเทศไทย มีมูลค่า 83.5 ล้านดอลลาร์ ( ประมาณ2,588 ล้านบาท)

แพ็คเกจที่ขายให้ประเทศไทยจากกิจการร่วมค้าของบริ Raytheon/Lockheed Martin Javelin แห่งเมือง Orlando, Fla. และเมืองทูซอน( Tucson) Ariz. รวมถึง Javelins หน่วยปล่อยคำสั่ง Javelin 50 หน่วยและการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าการขายขีปนาวุธดังกล่าวจะเข้าไปแทนที่ คจตถ.  106 มม. ที่ “ล้าสมัย” ของกองทัพบกไทย ปรับปรุงความสามารถในการต่อต้านรถถังแบบเบา และเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันกับสหรัฐฯ ในระหว่างการปฏิบัติการและการฝึกปฏิบัติ

Javelin FGM-148 ภาษาการทหารหมายถึงคันจรวดต่อสู้รถถัง ( คจตถ.) หรือขีปนาวุธต่อสู้รถถัง

ประกาศของกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่าการขายดังกล่าวจะแทนที่ปืนไรเฟิลไร้การสะท้อนกลับ 106 มม. ที่ “ล้าสมัย” ของกองทัพบกไทย ปรับปรุงความสามารถในการต่อต้านรถถังแบบเบา และเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันกับสหรัฐฯ ในระหว่างการปฏิบัติการและการฝึกปฏิบัติ

การฉีดวัคซีนให้ชาวต่างชาติในไทย

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงถึงการฉีดวัคซีนให้ชาวต่างชาติในประเทศไทยขณะนี้ได้ให้บริการฉีดวัคซีนแก่กลุ่มชาวต่างชาติผู้สูงอายุที่อาศัยในกรุงเทพและ 5 จังหวัดปริมณฑลในเขตควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ประกอบด้วยนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ที่ศูนย์ฉีดสถานีกลางบางซื่อ สำหรับ 2 กลุ่มชาวต่างชาติ  ได้แก่ 1.ชาวต่างชาติที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป ซึ่งสามารถรับการฉีดวัคซีนแบบ Walk-in โดยขอให้เตรียมหนังสือเดินทางและหลักฐานการมีถิ่นพำนัก เช่น วีซ่า ใบยืนยันการมีถิ่นที่อยู่ ใบอนุญาตทำงาน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป จะยกเลิกระบบ walk-in และ 2. ชาวต่างชาติที่มีอายุ 60-74 ปี ซึ่งจะต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบลงทะเบียนของกรมการกงสุลทาง google form https://forms.gle/ULAqvx8eiDoX3v5Q9   จากนั้น จะได้รับการนัดหมายผ่านอีเมล์ หรือ SMS เข้ารับการฉีดต่อไป โดยสามารถนัดหมายชาวต่างชาติในกลุ่มนี้มารับการฉีดได้ประมาณวันละ 200-300 คน

นายธานีกล่าวว่า ภายในต้นเดือนสิงหาคมนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะเปิดให้ชาวต่างชาติทั่วประเทศลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของกรมการกงสุล แบบไม่จำกัดอายุ แต่ยังเน้นกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นหลัก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งรายละเอียดในโอกาสแรก  ในส่วนของการฉีดวัคซีนแก่แรงงานต่างด้าวนั้น ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ 

จีนพัฒนาวัคซีนต้านโควิด ชนิดสูดดม  พบมีความปลอดภัย ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองเฟส 2

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อ 30 ก.ค. 64 ว่า วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชนิดสูดดมหรือฉีดพ่นทางจมูก แบบใช้อะดิโนไวรัสเป็นตัวนำพา (Adenovirus vector) ที่พัฒนาในจีน แสดงผลปลอดภัยในการทดลองทางคลินิก ระยะที่ 1

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบใช้อะดิโนไวรัส ไทป์ 5 เป็นตัวนำพา หรือ ‘แอดไฟว์ เอ็นโควี’ (Ad5-nCoV) เป็นการร่วมพัฒนาโดยสถาบันการแพทย์ทหาร โรงพยาบาลจงหนานแห่งมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น และสถาบันอื่นๆ ของจีน

ผลการทดลองพบว่าวัคซีนชนิดสูดดมนั้น มีความทนทานดี ใช้ปริมาณเพียง 1 ใน 5 ของวัคซีนชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองที่แข็งแกร่ง 

โฮ่ว ลี่หัว นักวิจัยจากสถาบันการแพทย์ในจีน กล่าวว่าวัคซีนชนิดพ่น ‘แอดไฟว์ เอ็นโควี’ เป็นวัคซีนต้านโควิด-19 แบบไม่ต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จึงไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงใดๆ อาทิ ปวดแขนและบวม ซึ่งอาจช่วยให้ประชาชนเต็มใจเข้ารับวัคซีนกันมากขึ้น

CDC เผยผู้ไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 อาจป่วยหนักหรือเสียชีวิต

เอกสารภายในของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(ซีดีซี) ที่ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการในวันศุกร์ ที่ 30 ก.ค. ตามเวลาสหรัฐ ระบุว่า โควิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดีย ปัจจุบันแพร่กระจายไปแล้วหลายไปทั่วโลก และเป็นโรคติดต่อได้ง่ายพอๆ กับไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสามารถแพร่เชื้อได้แม้กระทั่งคนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 และอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์เดิม

เอกสารนี้จัดทำขึ้น เพื่อต้องการให้ปรับการสื่อสารกับประชาชน และทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงประสิทธิภาพวัคซีน ซึ่งจำเป็นต้องหาแนวทางใหม่ หวังช่วยให้ประชาชนเข้าใจถึงอันตราย

ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 จะมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่า แต่พวกเขาก็สามารถรับเชื้อสายพันธุ์เดลตา รวมทั้งอาจมีโอกาสแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้พอๆ กับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

อย่างไรก็ตามผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 มีโอกาสมากกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนถึง 10 เท่า อาจมีอาการป่วยหนัก หรือเสียชีวิต

สหรัฐฯ บริจาควัคซีนโมเดอร์นา (Moderna)   3 ล้านโดสให้แก่ฟิลิปปินส์

เมื่อวันศุกร์ที่ 29 กรกกฎาคม  ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ส่งวัคซีนของโมเดอร์นา (Moderna) จำนวน 3 ล้านโดสให้แก่ฟิลิปปินส์ โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า วัคซีนจะถูกส่งถึงปลายทางในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

 สหรัฐฯ บริจาควัคซีนชุดนี้ผ่านทางโครงการโคแวกซ์ (COVAX) ซึ่งเป็นโครงการที่มีเพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ได้อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้สหรัฐฯ บริจาควัคซีนให้ฟิลิปปินส์โดยไม่มีข้อผูกมัด เหตุผลในการบริจาคคือ “เป็นสิ่งที่ถูกต้องทางศีลธรรม เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามมุมมองสาธารณสุขโลก และเป็นสิ่งที่ถูกต้องต่อความปลอดภัยและสุขภาพ (ของเรา) ร่วมกัน”

ตาลีบัน คืนชีพ 2 เดือนยึดเมืองในเขตชนบทอัฟกานิสถานได้ครึ่งประเทศ

(30 ก.ค. ) สำนักข่าวบีบีซีรายงาน กลุ่มติดอาวุธ ตาลีบันคืนชีพ ภายในเวลาแค่ 2 เดือนที่ผ่านมา สามารถหวนบุกยึดเมืองและพื้นที่ในชนบทในประเทศอัฟกานิสถานได้นับครึ่งหนึ่งของประเทศแล้ว โดยฉวยจังหวะในขณะที่กำลังทหารต่างชาติและสหรัฐฯ กำลังถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน หลังจากได้ส่งทหารมาประจำการในอัฟกานิสถานเพื่อปราบปรามกลุ่มตาลีบันมายาวนานนับ 20 ปี

งานวิจัยจากสำนักข่าวบีบีซีในอัฟกานิสถานแสดงให้เห็นว่า กลุ่มติดอาวุธตาลีบัน ขณะนี้สามารถบุกยึดเมืองจนมีฐานที่มั่นที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ รวมทั้งจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง อย่างเช่นจังหวัด กาซนี, เมดาน และวาร์ดัก นอกจากนั้น ขณะนี้กลุ่มติดอาวุธตาลีบันก็กำลังยกพลประชิดเมืองสำคัญหลายเมือง อย่างเช่นเมืองคุนดุซ เฮรัต กันดาฮาร์ และลัชคาร์กาห์

ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ และองค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้ส่งทหารไปประจำการในอัฟกานิสถาน เพื่อปราบปรามกลุ่มตาลีบันให้สิ้นอำนาจตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ย. 2544 เนื่องจากกลุ่มตาลีบันได้ให้ที่พักพิงแก่อุสมาห์ บิน ลาดิน และสมาชิกกลุ่มอัลเคดาห์ หลังก่อวินาศกรรม 9/11 ในสหรัฐฯ

นักมวยไทยชุดโอลิมปิกเปลี่ยนแผนเข้ากักตัวที่ ‘สมุย พลัส’ หลังกลับจากโตเกียว

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการทีมมวย และประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ในช่วงการกักตัว 14 วันของนักมวยทีมชาติไทย หลังจบการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ จะนำทุกคนไปกักตัวที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เดิมทีนั้นจะกักตัวที่ศูนย์ฝึกกีฬามวยมวกเหล็ก จ.สระบุรี แต่ดูแล้วที่ผ่านมาพวกเขามีภาระที่หนักมากในการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ต้องซ้อมหนักเป็นเวลาหลายเดือนโดยที่ไม่ได้ออกไปไหน ดังนั้นการไปกักตัวที่สมุยถือเป็นการให้ทุกคนได้รีแร็กซ์ไปในตัว

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ที่สมุยตอนนี้รัฐบาลประกาศให้เป็นโครงการ “สมุย พลัส (7+7)” เหมือนกับ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ของจ.ภูเก็ต เรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้ก็อยุ่ภายใต้มาตรการที่กำหนดไว้เช่นเดียวกัน โดยต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเดินทางเข้าสมุย ต้องพักอยู่ในโรงแรมที่รัฐบาลกำหนด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here