เขียวในภูมิภาค

0
3

  (วันที่ 7 ก.ย. 2564) ดร. ลัษมณ อรรถาพิช รองเลขาธิการสายงานการลงทุนและต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ “Development of Circular Economy Investment Promotion Policy and Action Plan in EEC” ที่จัดขึ้นร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และหน่วยงานภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จำกัด บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูนิลิเวอร์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท อีอาร์เอ็ม สยาม จำกัด เพื่อแสดงศักยภาพและความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในมิติด้านการสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่อีอีซีของทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานของภาคเอกชนในประเทศไทยในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ในภาคการผลิต

     การประชุมสัมมนา ฯ ครั้งนี้ สกพอ. และดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการ อบก. ได้ร่วมกันเผยแพร่โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่อีอีซี เช่น การทำ Platform สำหรับจับคู่ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรีไซเคิล การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน รวมถึงระบบติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่อีอีซี ซึ่งถือเป็นพื้นที่ต้นแบบสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุนเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน

      เพื่อให้อีอีซี เป็นพื้นที่คาร์บอนต่ำผ่านนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกและการเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนโดยเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันผ่านการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ผ่าน 4 กิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาต้นแบบ CE-EEC Model ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้าน Circular Economy การสำรวจข้อมูลเทคโนโลยี วัตถุดิบ ของเสีย และ GHG Mitigation Information Platform

     ในขณะที่ ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์ จากสวทช. ได้นำเสนอการพัฒนาพื้นที่ EECi ในฐานะพื้นที่พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน รองรับอุตสาหกรรม New S-curve และ นายเจริญชัย ประเทืองสุขศรี จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอความก้าวหน้าการพัฒนาระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Trading Platform) ที่ได้ร่วมกับ อบก. เพื่อรองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเตรียมนำร่องในภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี

 “สภาอุตฯ ร่วมกับ อบก. พัฒนา platform สำหรับซื้อขายคาร์บอนเครดิตและพลังงานหมุนเวียนที่จะพัฒนาเสร็จภายในเดือน ต.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการรับรองถือเป็นหัวใจสำคัญ และต้องอาศัยนโยบายของรัฐที่เชื่อมโยงกับ Circular Economy และ นำไปใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม”นายเจริญชัยกล่าว

 พร้อมกันนี้ ภาคเอกชนได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในภาคเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยนายสุพจน์ เกตุโตประการ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จำกัด ได้นำเสนอการพัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคการผลิต เช่น กระบวนการดักจับคาร์บอน วัสดุคุณสมบัติพิเศษรองรับการผลิตผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Intensity Production) ซึ่งประเทศไทยมีโอกาสทางการตลาดและสามารถเป็นฐานการผลิตของภูมิภาค

“การสร้าง Eco System ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่อีอีซี เพื่อเอื้อให้เป็นพื้นที่ที่ยั่งยืนในอนาคต จะต้อง ผสานแนวทาง เทคโนโลยี และนโยบายภาครัฐที่ดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสามารถทำได้ผ่านการจัดทำ Regulatory Sandbox ในพื้นที่” นายสุพจน์กล่าว

  ด้านคุณนฤมล โชคดำรงสุข บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึง ความจำเป็นในการนำเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับองค์กร และความท้าทายในการดำเนินการของเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ามาใช้ในพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้ง โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่อีอีซีเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สร้างความตระหนักในกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขยายตลาดด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต  

และ Mr. Vivekanand Sistla บริษัท ยูนิลิเวอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้นำเสนอ ถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นตัวอย่างการดำเนินงานเศรษฐกิจหมุนเวียนในการระดับการผลิต

 “Covid -19 ทำให้ขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น 45% สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้หมุนเวียนได้ ต้องมีกรอบนโยบายในการคัดแยก เก็บ และแปลงสภาพ ซึ่งนอกจากเอกชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมแล้ว ยังต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งอีอีซีน่าจะเป็นต้นแบบได้” Mr. Vivekanand Sistla กล่าว

 การดำเนินการนำร่องเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พื้นที่อีอีซีจึงถือเป็นพื้นที่ต้นแบบของการนำแนวทางเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งในภาคการผลิตและการบริการของประเทศ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การขับเคลื่อนบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับภาคอุตสาหกรรมของไทยอย่างต่อเนื่อง สกพอ. เตรียมออกแบบมาตรการและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ภาคการผลิตและภาคธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเน้นการขับเคลื่อนแบบมีส่วนร่วมกับภาคเอกชน ภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เห็นความสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนในทุกมิติ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่อีอีซี ให้เป็นห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนในตลาดโลกมากขึ้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here