โจ ไบเดน วางเป้าหมายปี 2050 สหรัฐจะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แทนฟอสซิล 45 %

0
5

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เรียกร้องให้มีการลงทุนด้านพลังงานสะอาดครั้งใหญ่ในสหรัฐเพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างงาน  ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2021 ทำเนียบขาวได้เผยแพร่รายงานที่จัดทำโดยกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ พบว่าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 45% ของปริมาณไฟฟ้าของสหรัฐฯ ภายในปี 2050 ปัจจุบันสหรัฐใช้พลังแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าได้ทั้งประเทศเพียง 4%

หากจะทำให้ได้ถึงจุดนั้น Joshua D. Rhodes นักวิจัยด้านเทคโนโลยีพลังงานและนโยบายที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส,เมืองออสตินได้รับคำถามว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้

โจชัวตอบว่า Solar Futures Study ของกระทรวงพลังงานระบุว่าในอนาคตมี 3 ทางสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าในสหรัฐฯ: 1.จัดทำธุรกิจตามปกติ  2.decarbonization หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปสู่แหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำและปราศจากคาร์บอน และ 3.ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

สรุปได้ว่าสองสถานการณ์หลังจะต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 1,050-1,570 กิ๊กกะวัตต์ ซึ่งจะตอบสนองความต้องการไฟฟ้าประมาณ 44%-45% ในปี 2050 ของสหรัฐ อนึ่งกำลังการผลิตไฟฟ้าหนึ่งกิกะวัตต์เทียบเท่ากับแผงโซลาร์เซลล์ประมาณ 3.1 ล้านแผง หรือใช้กังหันลมขนาดใหญ่ 364 ตัว

นายโจชัวอธิบายว่าส่วนที่เหลือส่วนใหญ่จะมาจากแหล่งผสมของแหล่งคาร์บอนต่ำหรือไม่มีคาร์บอนอื่น ๆ รวมทั้งพลังงานลม,พลังงาน นิวเคลียร์ ,ไฟฟ้าพลังน้ำ,พลังงานชีวภาพ ,ความร้อนใต้พิภพ (geothermal)และกังหันเผาไหม้ที่ใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ไม่มีคาร์บอน เช่น ไฮโดรเจน

จากนั้นก็จะมีความสามารถในการกักเก็บพลังงาน  ระบบต่างๆ เช่น การติดตั้งแบตเตอรี่ความจุสูงขนาดใหญ่ – จะขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับพลังงานแสงอาทิตย์โดยประมาณ

ข้อดีอย่างหนึ่งของพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีมากกว่าเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำอื่นๆ ก็คือ ส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ มีแสงแดดส่องถึงมาก,มีทรัพยากรลม ,ไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานความร้อนใต้พิภพ แต่ไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมกันในแต่ละภูมิภาค

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here