สถานการณ์รอบโลก วันอังคารที่ 14 กันยายน

0
8

ญี่ปุ่น บริจาควัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ให้ไทยเพิ่มอีก 3 แสนโดส

รอยเตอร์รายงานว่า วันที่ 14 กันยายนนาย โทชิมิตสึ โมเตกี รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น แถลงที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดจะจัดส่งวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัทในประเทศญี่ปุ่นให้กับมิตรประเทศในเอเชียเพิ่มเติมอีก 1.3 ล้านโดส โดยจะส่งมอบวัคซีนบริจาคดังกล่าวให้แต่ละประเทศให้เร็วที่สุด

ในการบริจาครอบใหม่นี้ ไต้หวัน จะได้รับเพิ่มอีก 500,000 โดส ทำให้ยอดวัคซีนบริจาคของญี่ปุ่นต่อไต้หวันรวมแล้วเป็น 3.9 ล้านโดส นอกจากนั้นจะจัดส่งให้เวียดนามอีก 400,000 โดส ไทยอีก 300,000 โดส และอีก 100,000 โดสให้กับประเทศบรูไน

ผลวิจัยชี้ ‘วัคซีนโควิดเข็ม 3’ ไม่จำเป็น

วารสารการแพทย์แลนเซตตีพิมพ์ผลการศึกษาเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ก่อนจะสรุปว่าการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เพียง 2 เข็มมีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อมีอาการทรุดหนัก และไม่จำเป็นที่คนทั่วไปจะต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3

ในบางประเทศเริ่มมีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับประชากรในประเทศ เพราะความหวั่นวิตกเกี่ยวกับไวรัสกลายพันธุ์เดลต้าที่แพร่ระบาดได้รวดเร็วขึ้น ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องออกมาร้องขอให้ประเทศต่างๆ ยุติการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ไว้ก่อน เนื่องจากยังมีคนหลายล้านคนทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศที่ยากจนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว

นิโคลัสกลายเป็นเฮรอริเคนถล่มเท็กกซัส

พายุเฮอริเคนได้พัดถล่มชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของรัฐเท็กซัสและลุยเซียนาแล้วในวันที่ 13 กันยายน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก และคาดว่าจะทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง, ไฟฟ้าดับ และคลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surge)

 พายุโซนร้อนนิโคลัสได้ทวีความรุนแรงจนกลายเป็นพายุเฮอริเคน  โดยศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐ (NHC) ระบุว่า พายุเฮอริเคนนิโคลัสเคลื่อนตัวด้วยความเร็วลม 75 ไมล์ต่อชั่วโมง (120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และส่งผลให้มีฝนตกหนักบริเวณชายฝั่งรัฐเท็กซัส

ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐลุยเซียนา และสั่งระดมความช่วยเหลือจากส่วนกลางเพื่อส่งไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุนิโคลัส

พายุนิโคลัสนับเป็นเฮอริเคนลูกที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นในเขตชายฝั่ง (Gulf Coast) ของสหรัฐ หลังจากเมื่อเดือนส.ค. พายุเฮอริเคนไอดาได้พัดถล่มและสร้างความเสียหายในรัฐลุยเซียนา และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน

นายเกร็ก แอ็บบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสกล่าวว่า “พายุนิโคลัสจะเคลื่อนตัวช้ามากทั่วรัฐเท็กซัส และจะคงอยู่เป็นเวลานานหลายวัน จะทำให้ฝนตกลงมาอย่างหนัก ดังนั้น ประชาชนในภูมิภาคแห่งนี้จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างมาก”

นายแอ็บบอตต์ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินใน 17 เคาน์ตีและ 3 เมืองทั่วรัฐเท็กซัส พร้อมระบุว่ารัฐเท็กซัสได้เตรียมพร้อมทีมกู้ภัยทั้งทางเรือและทางเฮลิคอปเตอร์เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

พายุไต้ฝุ่น’จันทู’จ่อถล่ม’จีน’ เซี่ยงไฮ้สั่งอพยพปชช.หนีแล้ว3แสนคน

14 กันยายน 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มณฑลเจ้อเจียง เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ และมณฑลเจียงซู เตรียมเผชิญพายุไต้ฝุ่นจันทู (Chanthu) คาดจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงมาก หลังพายุไต้ฝุ่นจันทูได้พัดผ่านฟิลิปปินส์และไต้หวันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

อุตุนิยมวิทยาเซี่ยงไฮ้คาดการณ์ว่าไต้ฝุ่นจันทูจะเคลื่อนตัวอยู่เหนือน่านน้ำทางตะวันออกของเซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่คืนวันจันทร์ ที่13 ก.ย.ถึงวันพุธ ที่15 ก.ย ก่อนที่พายุจะอ่อนกำลัง และเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือในวันพฤหัสบดี ที่ 16 ก.ย. เบื้องต้นนครเซี่ยงไฮ้ได้สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าได้รับผลกระทบแล้วเกือบ 330,000 คน ยกเลิกบริการรถประจำทางระยะไกล 150 คัน รวมทั้งระงับบริการขนส่งและรถไฟบางส่วน

ธนาคารโลกชี้ภาวะโลกร้อนทำคน 200 ล้านทิ้งบ้านเรือนภายใน 30 ปี

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอาจผลักดันให้ผู้คนมากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลกต้องทิ้งบ้านเรือนของตนเองในอีก 30 ปีข้างหน้า และทำให้เกิดปัญหาของการอพยพรุนแรงในหลายพื้นที่ เว้นแต่จะมีการลงมืออย่างเร่งด่วนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดช่องว่างด้านการพัฒนา

รายงานดังกล่าวของธนาคารโลกยังได้ตรวจสอบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก อาทิ การขาดแคลนน้ำ การลดปริมาณลงของพืชผลทางการเกษตร และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ว่าอาจทำให้คนอีกหลายล้านต้องกลายสภาพเป็น “ผู้อพยพเนื่องจากสภาพอากาศ” ภายในปี 2050 ขึ้นกับสถานการณ์ความเป็นไปได้ที่ต่างกัน 3 สถานการณ์

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงและมีการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียม จะมีผู้คนมากถึง 216 ล้านคน ที่จะต้องอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานภายในประเทศของตนเองในภูมิภาคต่างๆ ประกอบด้วย ลาตินอเมริกา อเมริกาเหนือ ซับ-ซาฮาราของแอฟริกา ยุโรปตะวันออก เอเชียกลาง เอเชียใต้ สุดท้ายคือเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

ญี่ปุ่น-สหรัฐ-เกาหลีใต้ ถกด่วนรับมือโสมแดง หลังทดสอบมิสไซล์-นิวเคลียร์

นายทาเคฮิโระ ฟุนาโกชิ อธิบดีกรมเอเชียและโอเชียเนีย กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น นายซุง คิม ผู้แทนพิเศษสหรัฐประจำเกาหลีเหนือ และนายโน คิว-ดุก ผู้แทนพิเศษฝ่ายกิจการสันติภาพและความมั่นคงของคาบสมุทรเกาหลี ของกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้ ถ่ายภาพหมู่ จัดประชุมไตรภาคีระหว่างญี่ปุ่น สหรัฐ และเกาหลีใต้ เพื่อหารือเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 กันยายน 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตัวแทนด้านนิวเคลียร์ระดับสูงจาก 3 ประเทศประชุมกันเพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการควบคุมโครงการทดสอบมิสไซล์และนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งเกิดขึ้น 1 วันหลังจากรัฐบาลเกาหลีเหนือเปิดเผยว่าได้ทำการทดสอบมิสไซล์แบบระยะไกลครั้งใหม่

 การประชุมดังกล่าวนายซุง คิมกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐยังคงเปิดกว้างในการเจรจาทางการทูตเพื่อจัดการปัญหาของเกาหลีเหนือ และยังคงพร้อมที่จะเจรจากับรัฐบาลเกาหลีเหนือ แม้จะเกิดการทดสอบมิสไซล์ครั้งล่าสุด แต่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือแต่อย่างใด

อุตสาหกรรมการเดินทางอังกฤษจ่อปลดคนงานเพิ่มอีก

ABTA สมาคมในอุตสาหกรรมการเดินทางของอังกฤษ เปิดเผยว่า สมาชิกในสมาคมกว่า 2 ใน 3 ซึ่งเป็นตัวแทนท่องเที่ยวและผู้จัดทัวร์นั้น คาดว่าจะต้องปลดพนักงานออกเพิ่มอีกในเร็วๆ นี้ เนื่องจากรัฐบาลอังกฤษตั้งกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงจนทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยว

มาร์ค แทนเซอร์ ประธานบริหารของ ABTA ระบุในแถลงการณ์ว่า “ข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลได้เข้ามาขัดขวางการเดินทางในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้พนักงาน ธุรกิจ และการเชื่อมโยงของสหราชอาณาจักรตกอยู่ในความเสี่ยง”

ABTA คาดการณ์ว่า การปลดงานรอบใหม่นี้น่าจะทำให้มีผู้ตกงานเพราะโควิด-19 รวมกันเกือบ 100,000 คนในภาคการเดินทางขาออก ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 226,000 คนเมื่อประเมินรวมผลกระทบต่อซัพพลายเชนเข้าไปด้วย

‘นิวยอร์ก’เปิดโรงเรียนครั้งแรกในรอบ1 ปี หลังต้องเรียนออนไลน์หนีโควิด-19

14 กันยายน 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โรงเรียนของรัฐในนครนิวยอร์ก เปิดเทอมให้นักเรียนกลับเข้าชั้นเรียนเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี หลังปิดไปตั้งแต่เดือนมี.ค.2020 ตามมาตรการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้นักเรียนต้องเรียนออนไลน์เป็นเวลานาน

โรงเรียนรัฐในนครนิวยอร์ก ถือเป็นระบบการศึกษาของรัฐขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกา โดยมีนักเรียนอยู่ในระบบประมาณ 1 ล้านคน

ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่รัฐสังกัดเทศบาลนครนิวยอร์กเกือบทั้งหมดจากจำนวนประมาณ 300,000 คน ได้รับคำสั่งให้กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบในสำนักงานด้วย ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ต้องฉีดวัคซีนครบแล้ว หรือมิเช่นนั้นต้องผ่านการตรวจคัดกรองทุกสัปดาห์

อังกฤษเตรียมฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้เยาวชนอายุ 12-15 ปี ทั่วประเทศ ในสัปดาห์หน้า โดยจะฉีดเพียงแค่ 1 เข็มก่อนในเบื้องต้น เพื่อลดปัญหาการระบาดในโรงเรียน-ให้สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ

สนามบินกรุงคาบูลเตรียมให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศในเร็วๆ นี้

นายอับดุล ฮาดี ฮามาดานี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติคาบูลแห่งอัฟกานิสถาน กล่าวเมื่อวันที่ 13 กันยายนว่า สนามบินพร้อมให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศในเร็วๆ นี้ โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินงานแก้ไขปัญหาทางเทคนิค

“เที่ยวบินในประเทศกลับมาให้บริการแล้ว ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศจะกลับมาให้บริการในไม่ช้า โดยเจ้าหน้าที่สนามบินกำลังดำเนินงานแก้ปัญหาทางเทคนิคที่ยังคงมีอยู่ราว 10-15%” นายฮามาดานีกล่าว

นายฮามาดานีเปิดเผยความเคลื่อนไหวดังกล่าว หลังจากเครื่องบินของสายการบินปากีสถาน อินเตอร์เนชันนัล แอร์ไลน์ส (PIA) ลงจอดที่สนามบินคาบูลและเดินทางออกไปในวันจันทร์ที่ 13 ก.ย.

 นายฮามาดานียืนยันว่า สนามบินรองรับเครื่องบินบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากกาตาร์ บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน และปากีสถาน โดยจะรองรับเที่ยวบินลักษณะเดียวกันจากรัสเซียและตุรกีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

UNICEF วอนนานาชาติช่วยเด็กอัฟกัน หวั่นวิกฤตอาหารคร่าชีวิตเด็กนับล้านคน

นางเฮนเรียตตา โฟร์ ผู้อำนวยการบริหารองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) เตือนว่า เด็กชาวอัฟกันอย่างน้อย 1 ล้านคนจะประสบภาวะขาดสารอาหารเฉียบพลันรุนแรงในปีนี้ และอาจเสียชีวิตลงโดยไม่ได้รับการรักษา

นางโฟร์ได้วิงวอนประชาคมโลกและประเทศร่ำรวยให้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว หลังจากที่รัฐบาลอัฟกานิสถานล่มสลายลงในชั่วข้ามคืนเมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากกลุ่มตาลีบันเข้ายึดประเทศ

“มีเด็กเกือบ 10 ล้านคนที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพียงเพื่อให้มีชีวิตรอด ได้โปรดช่วยเรา” นางโฟร์กล่าวถึงวิกฤตด้านมนุษยธรรมในอัฟกานิสถานในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การสหประชาชาติ (UN)

 นอกจากนี้ ชาติตะวันตกยังมองว่าเงินช่วยเหลือสำหรับอัฟกานิสถานที่ถูกระงับไว้นั้นเป็นตัวแปรสำคัญในการพยายามกดดันกลุ่มตาลีบันให้จัดตั้งรัฐบาลที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสตรีและเด็กผู้หญิง

โลกร่วมลงเงินกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท ช่วยอัฟกานิสถาน

ประชาคมระหว่างประเทศประกาศว่าจะร่วมกันบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลืออัฟกานิสถานถึง 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 39,600 ล้านบาท ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาเตือนว่าสถานการณ์ในอัฟกานิสถานใกล้จะเกิดหายนะเข้ามาทุกที

ทั้งนี้ ในการประชุมซึ่งยูเอ็นจัดขึ้นเพื่อระดมความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้อัฟกานิสถาน ยูเอ็นได้ร้องขอเงิน 606 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้สำหรับความช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนหลายล้านคน แต่ยอดบริจาคสูงกว่าที่มีการร้องขอถึงเท่าตัว

ก่อนทาลิบันจะกุมอำนาจในอัฟกานิสถานมีรายงานว่า การสู้รบที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนกว่า 5.5 แสนคน ต้องทิ้งบ้านเรือนของตนเอง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here