สรุปข่าวเมืองไทย วันจันทร์ที่ 20 กันยายน

0
5

นายกฯ ไปสุโขทัย 22 กันยายน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ เยี่ยมเยียนประชาชน และติดตามปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.สุโขทัย ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ส่วนรายละเอียดของกำหนดการแต่ละจุดที่นายกฯ จะเดินทางไปนั้น ยังไม่ลงตัว ทางผู้เกี่ยวข้องจะได้หารือและสกัรุปนอีกครั้งในวันที่ 20 ก.ย.นี้

มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มีคิวลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ จ.สมุทรปราการ เมื่อ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา , จ.ชัยนาท เมื่อ 15 ก.ย. , จ.ชลบุรี เมื่อ 17 ก.ย.และสุโขทัย เป็นจังหวัดต่อไป โดยจังหวัดที่นายกฯ ไปส่วนใหญ่ล้วนเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีรัฐมนตรี และ ส.ส.ของพรรค อยู่ในกลุ่มที่สนับสนุนนายกฯ ได้แก่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ , นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ชัยนาท , นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ ส.ส.ชลบุรี , นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นต้น ท่ามกลางการจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังส่งสัญญาณเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะเหลือวาระการดำรงตำแหน่งอีกปีกว่าก็ตาม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลจะอยู่บริหารประเทศครบเทอม 4 ปี

 (19 ก.ย.2564) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นเรื่องปกติที่ต้องเข้าไปรับฟังปัญหาโดยตรง และให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยไม่ได้หมายความว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี เป็นการส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการยุบสภาฯ เกิดขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลจะอยู่ครบวาระ และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องยุบสภาฯ เนื่องจากนายกรัฐมนตรียังได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และเห็นการยุบสภาฯ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในช่วงนี้ เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย โดยงบประมาณเหล่านี้น่าจะนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ที่วันนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

“เชาวน์ สายเชื้อ” ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนแรกถึงแก่อนิจกรรมในวัย 91 ปี

วันที่ 19 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเชาวน์ สายเชื้อ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยวัย 91 ปี ด้วยโรคชราและหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 19 ก.ย. เวลา 01.00 น.ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทั้งนี้ นายเชาวน์ เป็นอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งเเต่วันที่ 11 เม.ย. 2541-23 ก.ย.2542 เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ เกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2472

ประวัติส่วนตัวนั้น ข้อมูลจากหอเกียรติยศมหาวิทยาลัย มหาสารคาม ได้เผยเเพร่ประวัตินายเชาว์ เอาไว้ ในฐานะที่ นายเชาว์ เคยได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการเมืองการปกครองประจำปี2549 ว่า สำเร็จการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รุ่นแรก จบปริญญาโททางการเมืองระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เชี่ยวชาญพิเศษด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมาศักดิ์จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

นอกจากนี้ เคยปฏิบัติราชการในกระทรวงต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ และรัฐสภาหลายบทบาทหน้าที่ ได้แก่ เลขานุการ หัวหน้ากองที่ปรึกษากรมอุปทูต อัครราชทูต รองปลัดกระทรวง หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ที่ปรึกษาคณะกมธ.ต่างประเทศ กรรมการกฤษฎีกา กรรมการปรับปรุงกฎหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิศาลปกครอง ซึ่งในปี พ.ศ. 2542 ได้รับเลือกเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนแรกของประเทศไทย

สธ.ฉีดวัคซีนวันมหิดล 24 ก.ย. 1 ล้านโดส

 (19 ก.ย.2564) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข เตรียมแผนระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 ทุกเข็มอย่างน้อย 1 ล้านโดส  ในทุกกลุ่มเป้าหมายในวันมหิดล ซึ่งตรงกับวันที่ 24 ก.ย.2564 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่องค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย

จึงขอเชิญชวนประชาชน ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เข้ารับการฉีดได้ที่สถานบริการใกล้บ้าน โดยขณะนี้วัคซีนที่ไทยใช้มี 4 ชนิด คือ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตราเซเนกา และไฟเซอร์

ภาพรวมการฉีดวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 16 ก.ย.2564 ฉีดวัคซีนรวม 43,342,103 โดส ฉีดครบ 2 เข็ม จำนวน 14,285,995 โดส และฉีดเข็มที่ 1 ไปแล้ว จำนวน 28,436,015 โดส โดยเร่งรัดให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ให้ได้ร้อยละ 50 ภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้

สมศักดิ์อยากให้กินน้ำกระท่อมแทนยารักษาโรค

วันที่ 19 ก.ย. 2564 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง พืชเศรษฐกิจ “กระท่อม” ใครได้ประโยชน์ว่า ไม่อยากให้เกษตรกรปลูกแต่พืชเดิมๆ ขาย พืชกระท่อมถือเป็นพืชทางเลือกใหม่แก่ประชาชน จึงผลักดันให้กระท่อมถูกกฎหมายเพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจได้แล้วอย่างเสรี เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา ส่วนผู้ที่เคยต้องคดีกระท่อมพ้นผิดหมดแล้วในทุกกระบวนการ กระทั่งใครมีหมายศาลก็ต้องมีคำสั่งให้ปล่อยตัวทันที และยังช่วยให้ระบบสังคมดีขึ้นคนพ้นผิดกลับไปหาครอบครัวได้แล้ว

“พืชกระท่อมยังจะเป็นสินค้าส่งออกทำกำไรมหาศาลได้ถ้าส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น แถบยุโรป อเมริกา พืชกระท่อมชอบอากาศร้อนชื้น ไม่ชอบอาการหนาวซึ่งจะผลัดใบหมด เขาจึงปลูกไม่ได้แบบบ้านเราเพราะสภาพอากาศ ในต่างประเทศกระท่อมถูกนำไปบริโภคเพื่อบำรุงรักษาร่างกาย นอกจากนี้ คนที่ติดยาบ้าเราเตรียมจะให้เลิกยาโดยให้กินกระท่อมแทนด้วยซึ่งอยู่ระหว่างวิจัย ในอเมริกา นำไปช่วยผู้ติดยาแล้ว แก้โรคซึมเศร้า แก้โรคเบาหวาน แก้อาการปวดต่างๆ ลดอาการได้ถึง 5-8 เท่า ดีกว่ามอร์ฟีนด้วยซ้ำ”

คาร์ม็อบจากอโศกตรงไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

( 19 กันยายน) ขบวนคาร์ม๊อบตั้งแถวบริเวณแยกอโศก และมีจักรยานยนต์นับพันคัน มีรถกระบะ รถเก๋ง เข้าร่วมกันอย่างหนาแน่น ต่อมามีเจ้าหน้าทีตำรวจเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาว่ามีการฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรค ซึ่งการชุมนุมจะเกิดสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำคาร์ม๊อบ ก็กล่าวยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า การชุมนุมไปไปด้วยความสงบสันติวิธี ขอยืนยันใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญจัดชุมนุมคาร์ม๊อบต่อไป

จากนั้น นายณัฐวุฒิ ขึ้นกล่าวกับมวลชนว่า ในวาระครบรอบ 15 ปีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เรามาเคลื่อนขบวนคาร์ม๊อบวันนี้ เพื่อประกาศว่ารัฐประหารในปี 2549 และ ในปัจจุบันเป็นเรื่องเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันทีรอไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว หากพล.อ.ประยุทธ์กับพวกยังเพิกเฉย การต่อสู้ขับไล่ของประชาชนก็ยังคงเดินหน้าต่อไป

เมื่อเคลื่อนขบวนออกไปได้ไม่นาน เกิดฝนตกกระหน่ำลงมา แต่ก็ยังเคลื่อนขบวนกันต่อไปตามเส้นทางที่ได้ประกาศไว้โดยจะสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ระหว่างนั้น มีเสียงดังคล้ายระเบิด 2 ครั้ง และมีควันสีขาว หลังขบวนเคลื่อนรถไปแยกอโศก

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. กลุ่มเครือข่ายไล่ประยุทธ์ นำโดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ได้เคลื่อนขบวนคาร์ม็อบจากแยกอโศกมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว หลังจากมาถึงก็ได้มีการจัดกิจกรรมร้องเพลงและปราศรัยต่อเนื่องกลุ่มแกนนำได้ยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 18.05 น.นายณัฐวุฒิ กล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งว่า ยุติการชุมนุมคาร์ม็อบ “ขับรถยนต์ ชนรถถัง” แล้ว

เวลา 18.15 น.ได้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้น ผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันบริเวณหน้าร้านเมธาวลัย-ศรแดง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here