สถานการณ์รอบโลก วันอังคารที่ 21 กันยายน

0
5

เลขาฯยูเอ็นเตือน ‘สหรัฐ-จีน’ หลีกเลี่ยงสงครามเย็น

นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ พร้อมทั้งวอนให้จีนและสหรัฐอเมริกาซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่ผิดปกติอย่างสมบูรณ์ในขณะนี้ ก่อนที่ปัญหาระหว่างสองชาติมหาอำนาจจะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งและกระจัดกระจายออกไปยังพื้นที่อื่นของโลก

นายกูแตร์เรสกล่าวว่า สองชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกควรจะต้องร่วมมือกันในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก รวมถึงการหารือกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการค้าและเทคโนโลยี แม้จะยังคงมีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างในกรณีสิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจ ความมั่นคงออนไลน์ รวมถึงประเด็นทะเลจีนใต้ก็ตาม

“เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ในวันนี้เรามีเพียงการเผชิญหน้า แต่เราจำเป็นที่จะต้องสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ที่สามารถร่วมมือกันได้ระหว่างสองชาติมหาอำนาจ” กูแตร์เรสกล่าว

กูแตร์เรสกล่าวว่า เป็นความจำเป็นที่เราจะต้องมีการพูดคุยกันถึงปัญหาเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนต้านโควิด ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และปัญหาท้าทายในโลกอื่นๆ จำนวนมากที่ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้หากปราศจากความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ในประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างชาติมหาอำนาจ

นายกูแตร์เรสเตือนด้วยว่า การเป็นศัตรูกันระหว่างสองชาติมหาอำนาจทั้งในทางภูมิสถาปัตย์ทางการเมืองและยุทธศาสตร์ทางทหาร จะทำให้เกิดอันตรายและแบ่งแยกโลก ความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่จะต้องมีการซ่อมแซมโดยเร็ว

“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงสงครามเย็นที่จะแตกต่างจากที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพราะมันอาจจะอันตรายขึ้น และจัดการได้ยากขึ้นด้วย” กูแตร์เรสกล่าว

ความร่วมมือไตรภาคี”ออคุส”

กูแตร์เรสยังกล่าวถึงความร่วมมือออคุสm (AUKUS)ระหว่างสหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลีย ว่าการที่สหรัฐและอังกฤษจะทำให้ออสเตรเลียเป็นเจ้าของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งจะใช้ปฏิบัติการในเอเชีย เป็นแค่หนึ่งในชิ้นส่วนเล็กๆ ของปัญหาที่มีความซับซ้อนมากกว่า และจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอยู่ในสภาพที่ผิดปกติอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ กูแตร์เรสให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีก่อนการประชุมสมัชชาสหประชาชาติซึ่งผู้นำโลกจะมารวมตัวกันจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ ที่คาดว่าประเด็นสำคัญที่จะมีการหารือคือการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

ไบเดนประกาศแผนต่อสู้กับความร้อนจัดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 เช้าวันจันทร์ที่ 20 กันยายนฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีไบเดนประกาศแผนระหว่างหน่วยงานเพื่อจัดการกับผลกระทบของคลื่นความร้อนที่รุนแรงซึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อนบ่อยครั้ง

ความร้อนจัดเป็นสาเหตุหลัก ที่เกี่ยวกับสภาพอากาศในสหรัฐอเมริกา และกำลังเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้น ฤดูร้อนนี้ อุณหภูมิ 2.6 องศาฟาเรนไฮต์สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ในทวีปอเมริกา

ทำเนียบขาวยังโต้เถียงว่าสภาคองเกรสควรผ่านวาระที่เหลือของงานในประเทศของประธานาธิบดี รวมถึงข้อเสนอต่างๆ ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเป้าไปที่การปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังต้องลดปัญหา ด้วยการเปลี่ยนประเทศจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นแหล่งพลังงานสะอาด เช่น แสงอาทิตย์และลม

รถยนต์ไฟฟ้าอาจลดความต้องการกำลังการกลั่นทั่วโลกลงครึ่งหนึ่งในปี 2050

รอยเตอร์รายงานจากสิงคโปร์ ว่าเมื่อทั่วโลกหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าในการขนส่งทางถนนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอาจลดความต้องการกำลังการผลิตน้ำมันของโลกลงครึ่งหนึ่งในปี 2050 บริษัท 

Mukesh Sahdev รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายของ Rystad Energy กล่าวว่า “ในอนาคตข้างหน้า เราจะสัมผัสได้ถึงบริเวณที่ใกล้ถึง 90% ของการใช้พลังงานไฟฟ้าในปี 2050 และสถานการณ์นี้อาจทำให้ความสามารถในการกลั่นทั่วโลกลดลง 50% .

ยานยนต์ไฟฟ้าจะลดการใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลทั่วโลก แต่ความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นอื่นๆ ในภาคการบิน การเดินเรือ และปิโตรเคมีอาจยังคงสูงอยู่ เนื่องจากการขยายตัวของเมือง ซึ่งจะท้าทายภาคการกลั่น

อย่างไรก็ตาม อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นในระยะสั้น การให้คำปรึกษาคาดว่าความต้องการน้ำมันที่ถูกกักไว้จากการระบาดของโควิด-19 จะช่วยผลักดันให้กระบวนการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 80.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 เนื่องจากโรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเบนซินสูงสุด

อียูประกาศจุดยืนเคียงข้างฝรั่งเศส กรณีดีลเรือดำน้ำออสเตรเลียล่ม

ความตกลงด้านความมั่นคงออคุสระหว่างสหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลีย เพื่อสร้างแนวร่วมรับมือกับจีน กลายเป็นชนวนสร้างความร้าวฉานในการเป็นพันธมิตรของชาติตะวันตก เมื่อนายชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป กล่าวว่า อียูจะหาคำตอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น เพราะการเป็นพันธมิตรหมายถึงต้องมั่นใจในความโปร่งใสและความเชื่อถือต่อกัน

มิเชลระบุว่า ในยุคอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างน้อยเราก็ยังมีความชัดเจนทั้งในแง่ของสาระและคำพูดว่า อียูไม่ใช่พันธมิตรหรือหุ้นส่วนที่มีประโยชน์ของสหรัฐ แต่สิ่งที่เราได้เห็นในขณะนี้ชัดเจนว่าขาดทั้งความโปร่งใสและความซื่อสัตย์

นายโจเซฟ บอเรลล์ รองประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป และผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป ออกมาย้ำอีกครั้งว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปมีจุดยืนร่วมกันกับฝรั่งเศสต่อกรณีการยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำฝรั่งเศสของออสเตรเลีย

บอเรลล์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังรัฐมนตรีต่างประเทศอียูพบกันที่นครนิวยอร์ก ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติว่า รัฐมนตรีทุกคนแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างชัดเจนกับฝรั่งเศส เพราะคำประกาศดังกล่าวสวนทางกับข้อเรียกร้องให้มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นกับอียูในอินโด-แปซิฟิก

ขณะที่นายฌอง-อีฟส์ เลอ ดริยอง (Jean-Yves le Drian) รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวหาสหรัฐว่าทรยศ และบอกว่าออสเตรเลียแทงข้างหลัง พร้อมทั้งระบุว่า เขาไม่มีกำหนดที่จะหารือทวิภาคีกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติแต่อย่างใด

โจ ไบเดน-มาครงจะหารือกันไม่กี่วันข้างหน้า

ทางการฝรั่งเศสแถลงว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน และประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาคร็อง จะหารือกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเพื่อหาทางออกเรื่องการเผชิญหน้าทางการทูตของสองประเทศ สืบเนื่องจากสนธิสัญญาความมั่นคงไตรภาคีที่สหรัฐฯ และอังกฤษ จัดทำร่วมกับออสเตรเลีย จนนำไปสู่การยกเลิกสัญญาสร้างเรือดำน้ำระหว่างออสเตรเลียกับฝรั่งเศส

แกเบรียล อัตตาล โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส แถลงว่าว่า ประธานาธิบดีไบเดน ได้ขอพูดคุยในประเด็นนี้กับประธานาธิบดีมาคร็อง ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ โดยทางฝรั่งเศสต้องการคำชี้แจงที่ชัดเจนเรื่องข้อตกลงกับออสเตรเลีย รวมทั้งต้องการหารือเรื่องค่าชดเชยสำหรับข้อตกลงที่ถูกยกเลิกนี้

บริษัทผู้ผลิตเรือดำน้ำ Naval Group กล่าวว่า ลูกจ้าง 500 คนในออสเตรเลีย และ 650 คนในฝรั่งเศส ต่างได้รับผลกระทบจากการยกเลิกข้อตกลงนี้

นักลงทุนหวั่น วิกฤต “เอเวอร์แกรนด์” ลาม เทขายหุ้นทั่วโลกร่วงระนาว ต่ำสุดในรอบ 2 เดือน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 21 กันยายนนี้ว่า นักลงทุนใน ตลาดหุ้นทั่วโลก เริ่มพากันวิตกกับสถานการณ์วิกฤตหนี้ของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของจีน หลังจากส่อเค้าว่า บริษัทอสังหาฯใหญ่ที่สุดของโลกรายนี้ อาจจำเป็นต้องผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบการเงินของจีน และลุกลามเป็นวงกว้างสะเทือนต่อเศรษฐกิจของทั้งโลกอีกด้วย ทำให้เกิดปรากฏการณ์เทขายเพื่อลดความเสี่ยงลง

บริษัท เอเวอร์แกรนด์ มีพันธะหนี้ทั้งจากการกู้โดยตรงจากธนาคาร กับการออกพันธบัตรและหุ้นกู้ รวมแล้วมีมูลค่าถึง 305,000 ล้านดอลลาร์ มีกำหนดต้องชำระดอกเบี้ย 83.5 ล้านดอลลาร์ สำหรับพันธบัตรของบริษัทที่มีกำหนดไถ่ถอนในเดือนมีนาคม 2022 ในวันที่ 23 กันยายนนี้ นอกจากนั้นยังมีกำหนดชำระดอกเบี้ย พันธบัตรที่ถึงกำหนดไถ่ถอนในเดือนมีนาคม 2024 อีก 47.5 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 29 กันยายน ทั้งนี้ หากเอเวอร์แกรนด์ไม่สามารถชำระหรือทำความตกลงเกี่ยวกับดอกเบี้ยพันธบัตรทั้ง 2 ก้อนดังกล่าวภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่กำหนดชำระดอกเบี้ย จะถือว่าเอเวอร์แกรนด์ ผิดนัดชำระหนี้ทันที

หุ้นร่วงระนาวทุกกระดาน

การซื้อขายหุ้นในเอเชียเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ปรากฏว่า ดัชนีหุ้นนิกเกอิของญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งกลับมาทำการซื้อขายกันหลังวันหยุดยาวเมื่อวันที่ 20 กันยายน ร่วงลงทันที 2.0 เปอร์เซ็นต์ ดัชนีหั่งเส็ง ของฮ่องกง ร่วงลง 1.08 เปอร์เซ็นต์ ไม่นานหลังเปิดตลาด ในขณะที่ดัชนีรวมเอ็มเอสซีไอในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ก็ลดลง 0.2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนดัชนีรวมทั่วโลก เอ็มเอสซีไอ เอซีดับเบิลยูไอ ก็ยังลดลงต่อ 0.13 เปอร์เซ็นต์ในวันนี้ หลังจากที่ดัชนีชี้วัดสภาวะตลาดหุ้น 50 ตลาดของโลก ร่วงลงหนัก 1.63 เปอร์เซ็นต์เมื่อวันที่ 20 กันยายน  ถือเป็นการร่วงลงหนักที่สุดในรอบ 2 เดือน จนทำให้ดัชนีลงมาอยู่ใกล้กับระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนแล้วเช่นกัน

ดัชนี เอสแอนด์พี 500 ของตลาดวอลสตรีทปิดตลาดลดลง 1.70 เปอร์เซ็นต์ ดัชนี แนสสแดค โกลเดน ดรากอน ซึ่งเป็นดัชนีสำหรับบริษัทจีนที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ร่วงลงถึง 5.4 เปอร์เซ็นต์ ลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือนที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา

หุ้นของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ ก็ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันที่ 20 กันยายนท ทรุดลงถึง 19 เปอร์เซ็นต์ ก่อนกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยมาปิดตลาดลดลง 10.2 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่บริษัทกำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อหาเงินมาชำระหนี้ให้ทันตามกำหนด โดยที่รัฐบาลจีนยังคงไม่มีท่าทีใดๆ ว่าจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด

ความเสี่ยงกับระบบการเงินของจีน

ก่อนหน้านี้มีคำเตือนว่า วิกฤตเอเวอร์แกรนด์ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงขึ้นกับระบบการเงินของจีนโดย นายมาซาฮิโร อิชิกาวะ หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์ของ บริษัทจัดการสินทรัพย์ ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส ชี้ว่าในเวลานี้ ทุกฝ่ายนอกจากกำลังจับตาว่า บริษัทมีความสามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้หรือไม่ และถ้าหากไม่ ทางการจีนจะเข้ามาอุ้มบริษัทหรือไม่

นอกจากนั้น นักลงทุนยังกลัวว่า วิกฤตการณ์นี้จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจสำคัญที่ผลักดันเศรษฐกิจจีนให้เติบโตมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา และหากเกิดปัญหาร้ายแรงขึ้นจริง ผลกระทบอาจลุกลามกระทบต่อเนื่องไปสู่เศรษฐกิจโลกได้

“ในระยะยาว เราอาจได้เห็นผลลัพธ์ว่า ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน สร้างปัญหาเจ็บปวดให้กับประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบในเอเชียอย่างไร” นายอิชิกาวะระบุ

วังบักกิงแฮม แถลง เจ้าหญิงเบียทริซ ประสูติพระธิดา ท่ามกลางความยินดีของราชวงศ์

เอพี รายงาน พระราชวังบักกิงแฮมของอังกฤษ แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 20 กันยายนว่า เจ้าหญิงเบียทริซ ประสูติพระธิดา เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กันยายน ท่ามกลางความยินดีของสมาชิกราชวงศ์

แถลงการณ์ระบุ พระธิดา ทายาทพระองค์แรกของเจ้าหญิงเบียทริซ และนายเอดูอาร์โด้ มาเปลลี มอสซี พระสวามี ประสูติที่โรงพยาบาลเชลซี แอนด์ เวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน อังกฤษ ด้วยน้ำหนักตัวแรกคลอด 2.78 กิโลกรัม ขณะที่พระนามยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด เป็นพระราชปนัดดา (เหลน) พระองค์ที่ 12 ในควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ

“ปู่ย่าตายายและทวดของทารกใหม่ต่างได้รับแจ้งข่าวน่ายินดีนี้ ครอบครัวขอขอบคุณเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคนสำหรับการดูแลอันยอดเยี่ยมของพวกเขา” เนื้อความในแถลงการณ์ของพระราชวังบักกิงแฮม

ขณะที่เจ้าหญิงเบียทริซ ทรงทวีตขอบคุณเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่า “ขอบคุณทีมผดุงครรภ์และ    เจ้าหน้าที่ทุกคนที่โรงพยาบาลสำหรับการดูแลที่ยอดเยี่ยม”

สองพี่น้องชาวญี่ปุ่นขึ้นแท่นแฝดที่อายุมากที่สุดในโลกในวัย 107 ปี

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน นางอุเมโนะ สุมิยามะ และนางโคอุเมะ โคดามะ แฝดหญิงชาวญี่ปุ่นได้รับการรับรองจากกินเนสเวิลด์ เรคคอร์ดว่าเป็นคู่แฝดแท้ที่ยังมีชีวิตอยู่ที่อายุมากที่สุดในโลกด้วยวัย 107 ปี 330 วัน

ทั้งสองสามารถทำลายสถิติเก่าซึ่งอยู่ที่อายุ 107 ปี 175 วันของนางคิน นาริตะและกิน คานิเอะ แฝดหญิงชาวญี่ปุ่น โดยนางคินเสียชีวิตเมื่อเดือนมกราคมปี 2000 ส่วนนางกินเสียชีวิตในปีต่อมาด้วยวัย 108 ปี

นางอุเมโนะและนางโคอุเมะเกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ปี 1913 ที่เกาะโชโดชิมะ เปิดเผยว่าทั้งคู่เป็นคนชอบเข้าสังคม

การประกาศการรับรองจัดขึ้นในวันที่ 20 กันยายนเพื่อให้ตรงกับวันผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวันหยุดของทางการญี่ปุ่นด้วย แต่เนื่องจากปัจจุบันเกิดการระบาดของโควิด-19 และแฝดคู่นี้อาศัยอยู่คนละที่กันจึงได้ทำการส่งใบรับรองอย่างเป็นทางการไปแทน และส่งมอบโดยเจ้าหน้าที่ของบ้านพักคนชราของทั้งคู่ อย่างไรก็ตามแฝดคู่นี้ถือว่าเป็นเจ้าของสถิติใหม่นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมาแล้ว

ทั้งนี้ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่คนมีอายุยืนมากที่สุดในโลก โดยบุคคลที่อายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นหญิงชาวญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน ซึ่งมีอายุมากถึง 118 ปี

ช็อก มือปืนกราดยิงที่มหาวิทยาลัยรัสเซีย ตายอย่างน้อย 8 ศพ เจ็บอื้อ

มือปืนบุกก่อเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญ ที่มหาวิทยาลัยในเมืองเปียร์ม ของรัสเซีย ตายอย่างน้อย 8 ศพ บาดเจ็บเกือบ 30 ราย ก่อนจะโดนจับกุมได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุมือปืนเป็นนักศึกษา

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเกิดเหตุมือปืนบุกกราดยิงสะเทือนขวัญ ที่มหาวิทยาลัยเปียร์มสเตท ทางภาคตะวันตกของประเทศรัสเซีย ในวันนี้ (20 ก.ย.64) ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 28 ราย ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

มหาวิทยาลัยเปียร์ม สเตท ได้แจ้งข่าวร้ายผ่านทางแอปพลิเคชันเทลเลแกรมว่า ผู้ก่อเหตุกราดยิงได้เข้ามาในมหาวิทยาลัยเปียร์มสเตท ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโก เมืองหลวงรัสเซียไปทางตะวันออก ประมาณ 1,300 กิโลเมตร และมือปืนได้เริ่มกราดยิงเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ จนสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้แก่นักศึกษา อาจารย์อย่างยิ่ง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here