สรุปข่าวเมืองไทย วันอังคารที่ 21 กันยายน

0
5

20 กันยายน 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท โดยให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป

จับตาศึก! พปชร. วัดกำลังชิงพื้นที่ “สุชาติ”ระดม สส.รับ “บิ๊กตู่” ที่เพชรบุรี

( 20 กันยายน) รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า สำหรับการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในวันที่ 22 ก.ย. เพื่อไปติดตามความพร้อมรับมือฤดูฝน ที่เขื่อนเพชรบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรีนั้น นอกจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่ติดตามนายกฯ ลงพื้นที่แล้ว ซึ่งจ.เพชรบุรียังเป็นพื้นที่ของพรรคพปชร.ประกอบด้วยนายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เขต 1 นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เขต 2 และนายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เขต 3 โดยทั้ง 3 คนจะไปต้อนรับนายกฯ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ขณะเดียวกัน อาจมี ส.ส. พรรค พปชร.จากจังหวัดใกล้เคียงไปรอต้อนรับนายกฯ ด้วย อาทิ ส.ส.จ.ราชบุรี ประกอบด้วย นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรค พปชร. พยายามระดม ส.ส.ให้ไปร่วมต้อนรับนายกฯ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เช่นเดียวกัน โดยได้ชักชวนส.ส.พรรคพปชร. จ. กาญจนบุรี ซึ่งมีจำนวน 4 คน แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะเดินทางไปร่วมหรือไม่

เดิมมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการจะลงพื้นที่ตรวจราชการ เยี่ยมเยียนประชาชน และติดตามปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.สุโขทัย ในวันที่ 22 ก.ย.นั้น เบื้องต้นอาจมีการเลื่อนให้เร็วหรือช้าจากเดิม โดยคณะทำงานกำลังสำรวจพื้นที่และพิจารณากำหนดการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

“ธรรมนัส” สั่งลูกพรรคร่วมคณะ “บิ๊กป้อม” ลงอยุธยา

ในการลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พปชร.ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นายกฯลงพื้นที่ จ.เพชรบุรีนั้น มีรายงานว่า ในคณะของ พล.อ.ประวิตร จะมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล ร่วมเดินทางไปด้วย

นอกจากนี้ มีรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้กำชับ ส.ส.ในพรรค พปชร.ให้ร่วมคณะไปด้วยจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่วันเดียวกันของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ทำให้ ส.ส.บางคนเกิดความลังเลว่าจะไปร่วมกับคณะของใคร เพราะกลัวจะถูกมองว่าเลือกฝั่ง

นายกฯ มอบเหรียญหลวงพ่อทวดแก่ข้าราชการเกษียณ

วันที่ 20 ก.ย.ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2564 (ผ่านระบบ Video Conference)

โอกาสนี้ นายกฯ ถ่ายภาพร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ที่เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2564 จำนวน 10 ราย ณ บริเวณโถงตึกไทยคู่ฟ้า ได้แก่ นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ,นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน, นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา, นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร และหม่อมหลวงพัชรภากร เทวกุล เลขาธิการ ก.พ. ที่บริเวณโถงตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมมอบของที่ระลึกเป็นภาพถ่ายนายกฯ คู่กับหัวหน้าส่วนราชการที่เกษียณ ใส่กรอบและมอบเหรียญหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ด้านหลังเป็นไอ้ไข่ ศิษย์หลวงพ่อทวด รุ่นเจริญก้าวหน้า มหาเศรษฐี ให้เป็นที่ระลึกด้วย

รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเด็กไทยมีความสามารถสร้างชื่อเหมือน “ลิซ่า แบล็กพิ้ง”

วันที่ 20 ก.ย.64 “ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี – PMOC” ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า”พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งครม. สนับสนุนเยาวชนไทย หลัง“ลิซ่า BLACKPINK” สร้างชื่อเสียงระดับโลก ยันพร้อมสนับสนุนเยาวชนไทย สั่งราชการ พลิกโฉมประเทศ ตามวิสัยทัศน์นายกฯ

ลิซ่า วงแบล็คพิงค์ ได้ให้ความสำคัญของวัฒนธรรม สร้างชื่อเสียงระดับโลก แต่ยังไม่ลืมวัฒนธรรมไทย นำไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ทางรัฐบาลจึงพร้อมสนับสนุนเยาวชน และคนไทยที่มีความสามารถ เป็นที่ชื่นชม รัฐบาลจะส่งเสริมเต็มที่”

สธ.สร้างขวัญกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์

(20 ก.ย.2564) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข เห็นชอบแนวทางสร้างขวัญและกำลังใจบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่ทุ่มเท อดทน และเสียสละ เพื่อดูแลรักษาป้องกันและควบคุมโรค COVID-19 อย่างเต็มที่มาเกือบ 2 ปี ดังนี้ การขอเพิ่มอายุราชการเพิ่มทวีคูณสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินต่อ ครม.อีกครั้ง เนื่องจากการเสนอเมื่อช่วงเมษายน 2563 ครม.เห็นว่าไม่เป็นไปตามกฎหมาย

กำชับเร่งรัดเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ 7 เดือน จ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจเพิ่มขึ้น เสนอขอจัดสรรข้าราชการตั้งใหม่ 35,387 อัตรา ขอเพิ่มค่าโอที 2 เท่า

ก่อนเปิดกทม.รับนักท่องเที่ยว ผู้ว่าฯวางเงื่อนไข 3 ข้อ

(20 ก.ย.2564) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงแนวทางการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว ว่า กรุงเทพมหานครยินดีที่จะเปิดเมืองเพื่อรับนักท่องเที่ยว แต่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 กรุงเทพมหานครมีแนวทางปฏิบัติสำหรับการเปิดเมือง 3 ข้อ

1.ประชากรของกรุงเทพมหานคร ต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 อย่างน้อย 70% ขึ้นไป คาดว่าจะครบตามเป้าหมายที่กำหนดในวันที่ 22 ต.ค.นี้ ซึ่งหลังจากนั้นต้องรออีกอย่างน้อย 7-14 วัน เพื่อให้ภูมิคุ้มกันสูงขึ้นตามหลักการแพทย์

2.ผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ประมาณ 2,700-2,800 คน

3.ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีจำนวนลดลง

หมอธีระแนะ 4 ประการก่อนเปิดเปิดประเทศ

(20 ก.ย.2564) รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก “Thira Woratanarat” เกี่ยวกับปัจจัย 4 ที่ควรมีให้พร้อม ก่อนพิจารณาเปิดประเทศโดยระบุว่า

1. ปัจจัยแรก คุมการระบาดให้ได้ จำนวนติดเชื้อใหม่หลักพันต้นๆ หรือน้อยกว่านั้นได้ยิ่งดี ยิ่งระดับการติดเชื้อพื้นฐานต่ำ โอกาสปะทุซ้ำรุนแรงยิ่งลดลง และมีโอกาสมีช่วงเวลาหายใจสะดวกนานขึ้น

2. ระบบการตรวจคัดกรองโรคมาตรฐาน RT-PCR มีศักยภาพตรวจได้จำนวนมากต่อวัน โดยต้องสามารถตรวจได้อย่างน้อย 200,000 test ต่อวัน ประชาชนต้องสามารถเข้าถึงบริการตรวจมาตรฐานได้อย่างสะดวก ทั่วถึง ทันเวลา ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ติดกฎเกณฑ์ใดๆ

3. วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง ตามมาตรฐานวิชาการสากลที่เป็นที่ยอมรับ มีปริมาณเพียงพอสำหรับทุกคนในประเทศ และได้รับการฉีดกันอย่างครบถ้วนทั่วถึง

และ 4 สำคัญมาก คือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันของคน รวมถึงการทำการค้าขาย บริการต่างๆ ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยอย่างเป็นปกติวิสัย เป็นกิจวัตร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อ

คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐทบทวนกรอบสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเป็นไม่เกิน 70% จากเดิมกำหนดไว้ 60%

เสนอครม.ปรับโครงสร้างภาษี-ขึ้นราคาบุหรี่

นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง กล่าวว่าได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลั) พิจารณาแล้ว คาดว่านายอาคม จะนำเรื่องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากว่าโครงสร้างภาษีใหม่จะต้องมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 แต่บอกไม่ได้ว่าโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่จะเป็นอัตราเดียว หรือ 2 อัตราเหมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่โดยภาพรวมภาระภาษีจะปรับเพิ่มขึ้น

อัตราภาษีตามโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ แม้ภาระจะไม่ปรับขึ้นจาก 20% เป็น 40% ตามกฏหมาย แต่อัตราการจัดเก็บขั้นต่ำตามมูลค่าของโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่จะมากกว่า 20% แน่นอน เบื้องต้นมีการคาดการณ์กันในตลาดผู้ค้าบุหรี่ว่า ราคาบุหรี่หลังโครงสร้างภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ อาจจะปรับเพิ่มขึ้นซองละ 6-8 บาท ทำให้กลุ่มตลาดบุหรี่เริ่มมีการกักตุนสินค้ามานานหลายเดือนแล้ว

โครงสร้างภาษีบุหรี่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เก็บตามปริมาณที่มวนละ 1.20 บาท บวกกับตามมูลค่า 20% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกไม่เกิน 60 บาทต่อซอง และ 40% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกที่ราคาเกิน 60 บาทต่อซอง ซึ่งตามกฎหมายเดิม ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 การเก็บภาษีบุหรี่ตามมูลค่าจะต้องเหลืออัตราเดียวที่ 40% ทุกชนิดราคาบุหรี่ แต่ทั้งผู้ค้าบุหรี่และชาวไร่ยาสูบไม่เห็นด้วย เนื่องจากจะทำให้ราคาบุหรี่ปรับขึ้นสูงอย่างมาก

อนึ่งกรมสรรพสามิตมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีบุหรี่ เฉลี่ยปีละ 6 หมื่นล้านบาท

ม็อบทะลุแก๊ส เผาป้ายของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 20 กันยายน 2564 ที่บริเวณแยกดินแดง เมื่อเวลา 19.40น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล มวลชนสายปะทะกลุ่มทะลุแก๊สบางส่วนได้มารวมตัวกัน และมีการยิงพลุ และปาประทัด  ลักษณะคล้ายเป็นการยั่วยุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะมีการจุดไฟเผาป้ายของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่อยู่บริเวณด้านหน้า

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน(คฝ.)ได้ยิงกระสุนยางตอบโต้ใส่ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา 1 ราย ขณะที่การจราจรบนถนนวิภาวดีรังสิต ยังคงสัญจรผ่านไปมาได้เป็นปกติ

จากนั้นเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจรถฉีดน้ำแรงดันสูงหรือจีโนเข้าทำการดับไฟ พร้อมกับประกาศแจ้งผู้ชุมนุมว่าให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายไม่เช่นนั้นจะทำการจับกุม

(20 กันยายน 2564) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึง การชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ในกลุ่มทะลุแก๊ส นัดหมายกันที่สามแยกดินแดง ก่อนจะเคลื่อนมวลชนไปชุมนุมที่แยกนางเลิ้งมีการจุดพลุเพลิง พลุไฟ ประทัดยักษ์ ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นมีการเผาตู้จราจรที่แยกนางเลิ้งและแยกยมราชได้รับความเสียหายและในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทุบทำลายรถและเผาเอกสารราชการที่มีความสำคัญต่อคดี ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 16 คน ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ และฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ในการชุมนุมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันดำเนินคดีไปแล้ว 219 คดี มีผู้กระทำความผิดจำนวน 797 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 552 คน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here