วันพฤหัสบดี, มกราคม 1, 2026
หน้าแรกสิ่งแวดล้อม“ราคา” ไม่โดนใจ “คาร์บอนเครดิต”...

“ราคา” ไม่โดนใจ “คาร์บอนเครดิต” ติดกับดัก!

ปัจจุบันตลาดคาร์บอนของประเทศไทย มีลักษณะเป็นกลไกภาคสมัครใจ ส่งผลให้ผู้ซื้อขาดแรงจูงใจในการซื้อ ทำให้ความต้องการคาร์บอนเครดิตในปริมาณมาก จนกดดันให้ราคาขึ้นสูง เกิดขึ้นได้น้อย

โดยผลสำรวจพบว่า มีเพียง 20-25% ของผู้ซื้อและผู้ขายเท่านั้น ที่สามารถตกลงราคา โดยยินดีซื้อและยินดีขายได้ตรงกัน ที่ราคาระหว่าง 51 – 200 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แต่ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับตลาดภาคบังคับในต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี หลายโครงการสามารถขายได้ในราคาสูง ใกล้เคียงตลาดต่างประเทศ เนื่องจากสามารถสร้างคุณค่า เช่น ผลประโยชน์ร่วมของโครงการต่อชุมชน หรือตอบโจทย์ของผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้พัฒนาต้องพิจารณา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า นอกเหนือจากการดำเนินการของผู้พัฒนาโครงการ ภาครัฐและหน่วยงานสนับสนุน สามารถช่วยผลักดันให้ราคาคาร์บอนเครดิต สูงขึ้นได้อีก โดยอาจพิจารณานำกลไก การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคบังคับมาใช้ เช่น ภาษีคาร์บอน ในรูปแบบที่อนุญาตให้ใช้คาร์บอนเครดิต ไปชดเชยได้ในช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่าน จะช่วยกระตุ้นตลาดคาร์บอนเครดิต และผลักดันราคาคาร์บอนในประเทศด้วยอีกทางหนึ่ง

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

“มิตรภาพ” เอาไม่อยู่ ถึงเวลาของ “M6”

ทุกท่านที่เดินทางไปอีสานช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ 2569 คงรู้สึกได้เหมือนกันว่ารถไม่ติดมหาวินาศเหมือนปีที่ผ่านๆ มา คำตอบไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่คือการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-โคราช) ระยะทาง 196 กิโลเมตร แบบชั่วคราว ระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2568 - 5 ม.ค. 2569 ผลลัพธ์ชัดเจน รถจำนวนไม่น้อยที่เคยอัดแน่นบนถนนมิตรภาพ ถูกกระจายขึ้นมาใช้ M6 ทำให้การเดินทางสู่ภาคอีสาน เร็วขึ้น เหนื่อยน้อยลง และปลอดภัยกว่าเดิม พูดกันตรงๆ เมื่อ “มิตรภาพ” เอาไม่อยู่ ก็ถึงเวลาที่ “M6” ต้องรับไม้ต่อ แต่ปัญหายังไม่จบ… คอขวดยังอยู่ ถ้าจะให้การเดินทางไปอีสานราบรื่นจริง กรมทางหลวงควรเร่งแก้ไขปัญหาคอขวดช่วงรังสิต-บางปะอิน ทางออกมีชัดเจนคือการก่อสร้างมอเตอร์เวย์เชื่อมปลายทางดอนเมืองโทลล์เวย์ (รังสิต)-บางปะอิน ระยะทางเพียง 22 กิโลเมตร นี่คือการเชื่อมดอนเมืองโทลล์เวย์...

“เช็กคน-เช็กรถ” ก่อนลุยปีใหม่! ผบช.ภ.2 สั่งระดมพลคุมเข้มชลบุรี สกัดอุบัติเหตุ-ดูแลประชาชนตลอดปี 69

ชลบุรี – ผบช.ภ.2 ประกาศกร้าว “ง่วงต้องพัก” ย้ำมาตรการเข้มรับปีใหม่ 2569 สั่งตำรวจชลบุรีบูรณาการกำลังเต็มพิกัด ดูแลความปลอดภัยทุกเส้นทาง พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง มุ่งเป้าลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ออกโรงเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยกำชับให้ยึดหลักความไม่ประมาทเป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้เตรียมความพร้อมอย่างเข้มงวดก่อนออกเดินทาง “ก่อนเดินทางต้องเช็กทั้งรถ เช็กทั้งคน หากรู้สึกง่วงหรืออ่อนล้า ขอให้แวะพักทันที เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น” พล.ต.ท.ฉัตรชัย กล่าวด้วยความห่วงใย นอกจากนี้ ผบช.ภ.2 ยังได้สั่งการด่วนให้ตำรวจในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและทุกหน่วยงานในสังกัดภูธรภาค 2 บูรณาการกำลังร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและจุดอันตรายอย่างใกล้ชิด โดยมีการจัดตั้งจุดตรวจและจุดบริการประชาชนในเส้นทางหลักและเส้นทางรอง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยวตลอดช่วงเทศกาล ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรียืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ไม่เพียงแต่ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่จะยกระดับการดูแลความปลอดภัยและบริการประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 เพื่อให้ทุกการเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างสวัสดิภาพ ท้ายที่สุด...

ผู้การฯ ปราโมทย์ ระดมพลตรึงกำลังเข้ม ปิดช่องว่างอาชญากรรม-อุบัติเหตุ รับส่งท้ายปี 2569

ตำรวจระยองประกาศความพร้อมดูแลประชาชนขั้นสูงสุด! ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง สั่งเดินหน้ามาตรการเข้มงวดช่วงปีใหม่ 2569 ขนทัพ “ตำรวจช่าง” กู้ชีพรถเสีย 24 ชั่วโมง พร้อมชูโครงการ “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ” และแอปฯ Police Care สร้างเกราะป้องกันชีวิตและทรัพย์สินให้ชาวเมืองระยองอุ่นใจทุกเส้นทาง พล.ต.ต.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ยกระดับความปลอดภัยเมืองระยอง สั่งการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วทั้งจังหวัดปฏิบัติภารกิจเชิงรุกในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมุ่งเน้นการป้องกันเหตุอาชญากรรมและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและคนพื้นที่ ฝากบ้านอุ่นใจ-ตำรวจช่างพร้อมช่วย 24 ชม.ภายใต้ปฏิบัติการในครั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดระยองได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญเพื่อดูแลประชาชนอย่างรอบด้าน ประกอบด้วย: โครงการ "ฝากบ้านไว้กับตำรวจ": เจ้าหน้าที่ชุดตรวจจะเข้าดูแลและตรวจสอบบ้านเรือนของประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุ โครงการ "ตำรวจช่าง": หน่วยเคลื่อนที่เร็วพร้อมให้บริการช่วยเหลือกรณีรถเสีย หรือเครื่องยนต์ขัดข้องบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง เพียงโทรแจ้งสายด่วน 191 จะมีทีมตำรวจช่างเข้าถึงจุดเกิดเหตุทันที จุดบริการจราจร: จัดตั้งจุดตรวจและจุดอำนวยความสะดวกบนเส้นทางหลักและเส้นทางรองทั่วจังหวัด เพื่อลดสถิติอุบัติเหตุและจัดการจราจรให้ลื่นไหล ยกระดับความปลอดภัยสู่ยุคดิจิทัลด้วย...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.