วันพุธ, เมษายน 1, 2026
หน้าแรกสิ่งแวดล้อมคอลัมน์ อุบัติภัยถล่มได้ยังไง? ถ้าสร้างตามกฎกระทรวงแผ่นดินไหว

ถล่มได้ยังไง? ถ้าสร้างตามกฎกระทรวงแผ่นดินไหว

@suebjarkkhao

ถล่มได้ยังไง? ถ้าสร้างตามกฎกระทรวงแผ่นดินไหว จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แล้วทำให้อาคารที่กำลังก่อสร้างหลังหนึ่งถล่มลงมาแบบราบคาบนั้น ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยและนักวิจัย สกสว. ตั้งข้อสังเกตถึงจุดเริ่มต้นของการถล่มว่า จากภาพวีดีโอ มีจุดพังทลายที่สำคัญ 3 จุดได้แก่ 1.เสาชลูดชั้นล่างหักที่บริเวณกลางเสา 2. รอยต่อระหว่างพื้นไร้คานกับเสาชั้นบนเฉือนขาดในแนวดิ่ง 3. การพังที่เกิดจากปล่องลิฟต์ โดยในขณะนี้ยังไม่สรุปว่า จุดเริ่มต้นการถล่มเกิดที่จุดใด แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากจุดใดก่อน ก็สามารถทำให้อาคารถล่มราบคาบลงมาเป็นทอดๆ ได้ ซึ่งในทางวิศวกรรมเรียกว่า Pancake collapse อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุการถล่มได้คือการสั่นพ้อง (resonance) ระหว่างชั้นดินอ่อนกับอาคารสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวระยะไกลจากเมียนมา เมื่อคลื่นแผ่นดินไหวเดินทางมาถึงชั้นดินอ่อนกรุงเทพฯ จะเป็นแผ่นดินไหวแบบคาบยาว (long period) ซึ่งจะกระตุ้นอาคารสูงได้ เนื่องจากมีคาบยาวที่ตรงกันระหว่างอาคารกับชั้นดินอ่อน ทั้งนี้ อาจมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาด้วย เช่น ตัวปั้นจั่นที่ติดตั้งในปล่องลิฟต์ มีการสะบัดตัวและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอย่างไรนั้น ยังต้องพิสูจน์ต่อไป อย่างไรก็ดี ตามกฎกระทรวงแผ่นดินไหว ปี 2550 และ 2564 อาคารหลังนี้ควรต้องออกแบบให้ต้านแผ่นดินไหวในระดับที่ไม่ควรถล่มแบบนี้ จึงต้องไปตรวจสอบแบบ และ การก่อสร้าง ด้วย อีกประเด็นสำคัญที่ตัดทิ้งไม่ได้คือ คุณภาพวัสดุก่อสร้าง เช่น คอนกรีต และเหล็กเสริม มีกำลังรับน้ำหนักเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล็กเส้นที่นำมาใช้ ได้มาตรฐานและมีความเหนียวเพียงพอหรือไม่ จึงจำเป็นตรวจสอบทุกปัจจัย ก่อนจะสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้

♬ เสียงต้นฉบับ – Suebjarkkhao – Suebjarkkhao

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แล้วทำให้อาคารที่กำลังก่อสร้างหลังหนึ่งถล่มลงมาแบบราบคาบนั้น ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยและนักวิจัย สกสว. ตั้งข้อสังเกตถึงจุดเริ่มต้นของการถล่มว่า จากภาพวีดีโอ มีจุดพังทลายที่สำคัญ 3 จุดได้แก่

1.เสาชลูดชั้นล่างหักที่บริเวณกลางเสา

2. รอยต่อระหว่างพื้นไร้คานกับเสาชั้นบนเฉือนขาดในแนวดิ่ง

3. การพังที่เกิดจากปล่องลิฟต์

โดยในขณะนี้ยังไม่สรุปว่า จุดเริ่มต้นการถล่มเกิดที่จุดใด แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากจุดใดก่อน ก็สามารถทำให้อาคารถล่มราบคาบลงมาเป็นทอดๆ ได้ ซึ่งในทางวิศวกรรมเรียกว่า Pancake collapse

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุการถล่มได้คือการสั่นพ้อง (resonance) ระหว่างชั้นดินอ่อนกับอาคารสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวระยะไกลจากเมียนมา เมื่อคลื่นแผ่นดินไหวเดินทางมาถึงชั้นดินอ่อนกรุงเทพฯ จะเป็นแผ่นดินไหวแบบคาบยาว (long period) ซึ่งจะกระตุ้นอาคารสูงได้ เนื่องจากมีคาบยาวที่ตรงกันระหว่างอาคารกับชั้นดินอ่อน

ทั้งนี้ อาจมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาด้วย เช่น ตัวปั้นจั่นที่ติดตั้งในปล่องลิฟต์ มีการสะบัดตัวและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอย่างไรนั้น ยังต้องพิสูจน์ต่อไป

อย่างไรก็ดี ตามกฎกระทรวงแผ่นดินไหว ปี 2550 และ 2564 อาคารหลังนี้ควรต้องออกแบบให้ต้านแผ่นดินไหวในระดับที่ไม่ควรถล่มแบบนี้ จึงต้องไปตรวจสอบแบบ และ การก่อสร้าง ด้วย

อีกประเด็นสำคัญที่ตัดทิ้งไม่ได้คือ คุณภาพวัสดุก่อสร้าง เช่น คอนกรีต และเหล็กเสริม มีกำลังรับน้ำหนักเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล็กเส้นที่นำมาใช้ ได้มาตรฐานและมีความเหนียวเพียงพอหรือไม่ จึงจำเป็นตรวจสอบทุกปัจจัย ก่อนจะสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

“บิ๊กเต่า” รอลุ้น 3 สำนวนคดีเว็บพนันออนไลน์เอี่ยว “บิ๊กโจ๊ก” ตร.จะส่งให้หน่วยงานไหนทำคดี หลังป.ป.ช.มีมติส่งคืนให้ตำรวจดำเนินการ

https://www.youtube.com/watch?v=0A5VednqLz0 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยถึงกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติส่งคืน 3 สำนวนคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และพวก ให้ตำรวจดำเนินการต่อ ชี้คดีเกี่ยวพันหลายฐานความผิดว่า ตอนนี้ สำนวนที่คณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีมติส่งสำนวนกลับมายังตำรวจดำเนินการ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความรวดเร็วในการทำสำนวน ซึ่งตอนนี้สำนวนทั้ง 3 คดี อยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนจะตั้งคณะกรรมการพิจารณาส่งสำนวนดังกล่าวมอบหมายให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นคนทำ หากส่งมาให้บก.ปปป.เป็นคนดำเนินการ ยืนยันว่า จะเร่งทำสำนวนโดยใช้เวลาไม่นาน เชื่อว่าจะทำสำนวนได้รวดเร็วและรัดกุมอย่างแน่นอน เนื่องจากทางพนักงานสอบสวนได้มีการดำเนินการมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นก็จะเรียก ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาให้ปากคำก่อนจะทำส่งสำนวนไปที่อัยการ.

“คริสติน” หอบชุดนอนวันเกิดเหตุ ส่งพนักงานสอบสวนตรวจสอบ ยันจำหน้าเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

“คริสติน” หอบชุดนอนวันเกิดเหตุ ส่งพนักงานสอบสวนตรวจสอบ ยันจำหน้าเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด รับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำสภาพจิตใจยังแย่ แต่ชีวิตยังเดินหน้าต่อ 1 เม.ย.69 นางสาวคริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้ นางแบบและนักแสดงลูกครึ่งไทย-จีน-เยอรมัน นำหลักฐานที่อยู่ในวันเกิดเหตุมามอบให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งคือชุดนอนที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ โดยคริสติน เผยว่า วันนี้ได้นำหลักฐานที่อยู่ในวันเกิดเหตุนั่นก็คือชุดนอนมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนรายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผยจนขอเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เดี๋ยวจะลงมาใหัข้อมูลกับสื่อแบบครบถ้วน ส่วนสภาพจิตใจนั้น ตนต้องขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและส่งกำลังใจ ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด และเชื่อในขบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าสภาพจิตใจไม่ 100 เปอร์เซ็น แต่ชีวิตต้องเดินต่อ คริสติน ยืนยันว่า เรื่องที่โพสต์ไปเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด และจำหน้าได้ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนไหนเป็นคนล่วงละเมิดตน ส่วนผลตรวจร่างกาย ที่เมื่อวานนี้ตนได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เบื้องต้นทราบว่าผลการตรวจร่างกายออกมาแล้ว และตนเห็นใบตรวจร่างกายคร่าวๆแล้ว แต่ขอไม่เปิดเผยเพราะกลัวว่าจะเสียรูปคดี สุดท้ายนี้ ตนไม่มีอะไรจะบอกกู้ภัย แต่จะดำเนินการตามกฎหมาย ในสิ่งที่เขากระทำ ขณะที่มีรายงานว่า...

พัทยาเซฟตี้ 100%! “รองกฤษณะ” บุกตรวจทัพเรือกู้ภัย-อุปกรณ์ช่วยชีวิต สั่งสแตนด์บาย 24 ชม. รับมือนักท่องเที่ยวทะลัก

– ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด! รองนายกเมืองพัทยาลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเรือและอุปกรณ์กู้ภัยทางทะเลแบบครบวงจร สั่งเข้มฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเลต้อง "พร้อมรบ" ทุกสถานการณ์ กำชับซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อเข้าถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วที่สุด ตอกย้ำภาพลักษณ์พัทยาเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกค่ะ วันที่ 1 เมษายน 2569 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของเรือกู้ภัยและอุปกรณ์ช่วยชีวิตของฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล เมืองพัทยา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางทางทะเลเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ มาตรการเชิงรุก "อุปกรณ์พร้อม-คนพร้อม"ในการตรวจครั้งนี้ รองนายกเมืองพัทยาได้ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์เรือ อุปกรณ์ชูชีพ และเครื่องมือกู้ภัยที่ทันสมัย โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาอุปกรณ์ทุกชิ้นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 100% อยู่เสมอ พร้อมสั่งการให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทักษะและประสิทธิภาพในการเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ สร้างความเชื่อมั่น "เที่ยวพัทยา สบายใจ ไร้กังวล""ความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวคือหัวใจสำคัญของเรา" รองนายกเมืองพัทยากล่าวทิ้งท้าย โดยระบุว่าเมืองพัทยาจะไม่นิ่งนอนใจและจะยกระดับมาตรฐานการกู้ภัยทางทะเลให้เป็นไปตามหลักสากล เพื่อให้ทุกคนที่มาใช้บริการทางทะเลในพื้นที่เมืองพัทยามั่นใจว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.