วันศุกร์, มกราคม 30, 2026
หน้าแรกสิ่งแวดล้อมคอลัมน์ไลฟ์สไตล์“จตุพร” เดินสาย ถกภาคเอกชน...

“จตุพร” เดินสาย ถกภาคเอกชน รับมือผลกระทบภาษี 19%

@suebjarkkhao

“จตุพร” เดินสาย ถกภาคเอกชน รับมือผลกระทบภาษี 19% เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เข้าประชุมหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา นายจตุพร กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์จากทั้งสหรัฐฯ และจีน รวมถึงกติกาการค้าโลกที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของไทย กระทรวงพาณิชย์จึงจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการหาตลาดใหม่และการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการไทย กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับข้อกังวลของหอการค้าฯ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องภาษีการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งจำเป็นต้องหารือรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำงานร่วมกับหอการค้า ในการสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนที่เพียงพอ “วันนี้ไม่มีเวลาให้รอช้า การทำงานต้องเร่งรัดและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง กระทรวงพาณิชย์พร้อมทำงานเคียงข้างภาคเอกชน โดยเฉพาะหอการค้าไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในการสะท้อนปัญหาและให้ข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง การหารือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังข้อเสนอ และนำไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง” นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย

♬ เสียงต้นฉบับ – Suebjarkkhao – Suebjarkkhao

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เข้าประชุมหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  เตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา

นายจตุพร กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์จากทั้งสหรัฐฯ และจีน รวมถึงกติกาการค้าโลกที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของไทย กระทรวงพาณิชย์จึงจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการหาตลาดใหม่และการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการไทย

กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับข้อกังวลของหอการค้าฯ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องภาษีการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งจำเป็นต้องหารือรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำงานร่วมกับหอการค้า ในการสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนที่เพียงพอ

“วันนี้ไม่มีเวลาให้รอช้า การทำงานต้องเร่งรัดและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง กระทรวงพาณิชย์พร้อมทำงานเคียงข้างภาคเอกชน โดยเฉพาะหอการค้าไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในการสะท้อนปัญหาและให้ข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง การหารือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังข้อเสนอ และนำไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง” นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

สกพอ. ร่วมกับโรงพยาบาลชลบุรี ลงนาม MOU พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดขั้นสูง

https://www.youtube.com/watch?v=y4A_o-jXEA8 วันนี้ (30 มกราคม 2569) เวลา 13:30 น. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) โดย ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. และโรงพยาบาลชลบุรี โดย นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชลบุรี ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลชลบุรีเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษด้านการแพทย์และสุขภาพครบวงจร โดยมุ่งเน้นการรองรับการลงทุนในผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดขั้นสูง (ATMPs) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการวิจัย การพัฒนา และการผลิตในอุตสาหกรรมการแพทย์ของประเทศ โดยมี ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงาน สกพอ. จังหวัดชลบุรี โรงพยาบาลชลบุรีซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีขนาด 932 เตียง จะเป็นโรงพยาบาลต้นแบบในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้าน...

“บิ๊กเต่า” ร่างหนังสือส่ง 3 หน่วยงาน หารือช่องทางส่งสำนวน “คดีสินบนทองคำ”

https://www.youtube.com/watch?v=PSUyf6qt2-o ​ยันทำตามกฎหมายทุกเม็ด! อมยิ้มตอบปม “ปรมาณูลูกใหญ่” แนะ “บิ๊กโจ๊ก” ไปไหว้พระทำบุญเยอะๆ เชื่อบาปกรรมมีจริง เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีติดสินบนทองคำที่พัวพันกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” หลังจากที่ทนายความของบิ๊กโจ๊กเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กฤษฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจการสอบสวน ​พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า หลังจาก ป.ป.ช. ส่งสำนวนกลับมาให้พนักงานสอบสวนตามมาตรา 61 วรรค 2 ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าตำรวจมีอำนาจสอบสวนตามกฎหมาย ป.วิอาญา โดยขณะนี้กำลังร่างหนังสือถึง 3 หน่วยงาน คือ อัยการสูงสุด, ประธานวุฒิสภา และ ป.ป.ช. เพื่อหารือขั้นตอนการส่งสำนวนให้รัดกุมที่สุด ​“เราต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ...

​“บิ๊กเต่า” เผยคดีโจ๊กทำร้ายลูกน้อง พบพยานเกิน 20 ปาก ตกเป็นเหยื่อ 9 นาย ยันเอาผิดถึงที่สุด

https://www.youtube.com/watch?v=UsUq4I64S9Y เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 30 ม.ค.69 ที่ สำนักงาน รอง ผบช.ก.ชั้น 27 อาคารพิทักษ์สันติ บช.ก. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีสะเทือนวงการสีกากี กรณีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท โดยระบุว่าขณะนี้การสืบสวนคืบหน้าไปมาก มีพยานเข้าให้ข้อมูลแล้วกว่า 20 ราย และเตรียมขยายผลเอาผิดในข้อหาฉกรรจ์เพิ่มเติม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีพยานในคดีนี้รวมกว่า 20 นาย ซึ่งมีทั้ง “ประจักษ์พยาน” ที่เห็นเหตุการณ์ขณะมีการทำร้ายร่างกาย และ “พยานผู้รับรู้ภายหลัง” ที่แม้จะไม่เห็นตอนลงมือ แต่เห็นบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างชัดเจน...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.