วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 2, 2026

คทช. กุญแจไขปัญหาที่ดินทำกิน?

กลางความขัดแย้งยืดเยื้อระหว่าง “ป่าไม้ของรัฐ” กับ “ที่ดินทำกินของชาวบ้าน” รัฐบาลเลือกพลิกเกมครั้งสำคัญด้วยการตั้ง คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) กลไกที่ถูกจับตามองว่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายของปัญหาที่ฝังรากลึกมานานนับทศวรรษ — แต่เบื้องหลังโครงการนี้ มีทั้งความหวังและข้อกังขาที่สังคมยังเฝ้ารอการพิสูจน์

เสียงเลื่อยไม้ในยามเช้าไม่ใช่เพียงเสียงแห่งการทำกิน แต่คือเสียงสะท้อนของความไม่ลงรอย ที่คาราคาซังในสังคมไทยมาตลอดหลายชั่วคน — คำถามว่าใครกันแน่คือ “เจ้าของที่แท้จริงของผืนดิน”

คทช. ถือกำเนิดขึ้นในปี 2557 จากคำสั่ง คสช. ก่อนถูกยกระดับเป็นกฎหมายเต็มรูปแบบใน พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยมี นายกรัฐมนตรีนั่งเก้าอี้ประธาน มุ่งจัดระเบียบการใช้ที่ดินทั่วประเทศให้มีเอกภาพ

นี่คือภารกิจที่ท้าทายครั้งใหญ่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการแก้ไขปัญหาที่ทำกินในเขตป่า

  • จัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ภายใต้เงื่อนไขเข้มงวด
  • สิทธิที่ได้ ไม่ใช่โฉนด แต่เป็น “สิทธิชุมชน” ที่โอนหรือขายไม่ได้
  • อนุญาตเพียงการเพาะปลูกและอยู่อาศัย เพื่อยืนยันว่าผืนป่ายังคงอยู่ในความดูแลของรัฐ
  • เอกสารสำคัญคือ หนังสืออนุญาตใช้ประโยชน์ หรือ “สัญญา คทช.” ที่บอกเพียงว่า คุณมีสิทธิใช้ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของ

“มันเหมือนการให้เช่าชีวิต” — คำเปรียบเปรยของชาวบ้านบางคน ที่รู้สึกว่าแม้จะได้สิทธิทำกิน แต่อนาคตยังคงผูกอยู่กับการตัดสินใจของรัฐ

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินแม้แต่ผืนเดียว โครงการนี้กลับกลายเป็นความหวัง หลายชุมชนได้เข้าสู่ระบบกฎหมาย ลดแรงปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นว่าผืนป่ายังสามารถอยู่รอดคู่กับคน

  • คทช. คือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจริง ๆ หรือเป็นเพียง “การประนีประนอมชั่วคราว”?
  • สิทธิชุมชนที่โอนขายไม่ได้ จะเพียงพอในการยกระดับชีวิตคนจนที่ดินหรือไม่?
  • และสุดท้าย…ป่าไม้จะยังคงอยู่ครบถ้วนท่ามกลางการประนีประนอมครั้งนี้หรือเปล่า?

ทั้งหมดนี้คือมิติซับซ้อนของ คทช. กลไกที่หวังจะแก้ปัญหาที่ดินทำกินและรักษาป่าไม้ควบคู่กัน ซึ่งดำเนินการโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านกรมป่าไม้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง “สิทธิของคน” และ “ความยั่งยืนของผืนป่า” สมดุลที่ยังต้องการคำตอบจากการเดินหน้าต่อไปของโครงการนี้

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน ทลายเครือข่าย “อดีตเจ้าอาวาสดัง - หมอดูฮวงจุ้ย - ทุนจีนสีเทา” ฟอกเงินสะท้านวงการ “...คุณเคยสงสัยไหมว่า เงินบริจาคที่คุณหย่อนลงตู้ด้วยใจบริสุทธิ์ หรือเงินค่าดูดวงแก้กรรมที่คุณโอนไปด้วยความหวัง สุดท้ายแล้วมันเดินทางไปที่ไหน? คำตอบอาจน่ากลัวกว่าที่คุณคิด เพราะมันไม่ได้ถูกนำไปสร้างบุญกุศล แต่อาจกำลังถูกแปรสภาพเป็นรถหรู ที่ดิน และเงินฝากในบัญชีของ “ขบวนการฟอกเงิน” ที่แฝงตัวมาในคราบนักบุญและนักธุรกิจ นี่ไม่ใช่พล็อตหนังอาชญากรรม แต่คือความจริงที่ถูกกระชากหน้ากากออกมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เปิดเผยเส้นทางเงินกว่า 1,148 ล้านบาท ที่ถูกสกัดจับได้คาหนังคาเขา เผยให้เห็นเนื้องอกร้ายที่ลุกลามกัดกินตั้งแต่ “วัดดัง” ไปจนถึงหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคุณ...” วิกฤตศรัทธา :...

ลุงป้อมยังไม่จบ ถอยคือภาพลวงเกมสวน พปชร.ขาลง

ลุงป้อมถอย หรือแค่รอจังหวะสวน? ฟังคำตอบจากปาก 'รัชฏะ' ผู้สมัครหน้าใหม่ที่กล้าเดิมพันหมดหน้าตักกับ "พลังประชารัฐ" “...ลืมภาพจำอันเงียบสงบไปก่อน เพราะวันนี้เสียงที่เคยถ่ายทอดธรรมะในบทบาท "ผู้พากษ์เสียงพระพุทธเจ้า" กำลังก้าวเข้าสู่ดงกระสุนตกทางการเมือง! ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูเรื่อง "เลือดไหลออก" ของพรรคพลังประชารัฐ และคำถามตัวโตๆ ว่า "ลุงป้อม" ยังไหวไหม? นายรัชฏะ สมรทินกร ตัดสินใจเดินสวนกระแส ยื่นใบสมัคร สส. กทม. ในนามพรรคที่หลายคนมองข้าม ด้วยเหตุผลเดียวที่ฟังแล้วต้องสะอึก... คือการทนเห็น "ผู้มีพระคุณ" ถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ นี่คือคำประกาศรบของคนตัวเล็กๆ ที่เชื่อมั่นในตัวพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์แบบสุดหัวใจ...” 💙 จากไมค์ทองคำ สู่สนามเลือกตั้งเขต 14 ใครจะไปคิดว่า อดีตสื่อมวลชนและนักพากย์เสียงอนิเมชั่นพระพุทธเจ้า (ปี 2550) อย่าง นายรัชฏะ สมรทินกร จะกระโดดลงสนามการเมืองเต็มตัว...

จีน “โตตามธรรมชาติ”“ด้วยความมานะบากบั่น”และ “อัจฉริยภาพของตนเอง”

“….ประเทศจีนใหม่นาม"สาธารณรัฐประชาชนจีน" ได้รับการสถาปนาขึ้นมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม คศ.1949 และเมื่อจีนเปิดประเทศเชื่อมตัวเองเข้ากับระบบโลกและปฏิรูปตัวเอง พวกเขาก็จะไม่รีรอที่จะทุ่มเทสรรพกำลังสร้างปาฏิหารย์ให้เห็นเป็นประจักษ์ เพียง 47 ปีหลังจากเปิดประเทศและปฏิรูป อาศัยความมานะบากบั่นและอัจฉริยภาพของตนเอง มิใช่จากการรุกรานยึดครองหรือปล้นสะดมภ์เช่นกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตก ที่กระทำกันเป็นประเพณีนับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม ปัจจุบันนี้จีนก็สามารถสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นได้มากกว่าทุกประเทศรวมกัน และกำลังจะสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่คนทั่วไปคิดไม่ถึงขึ้นมาอีกจำนวนมาก จีนเตรียมพร้อมส่งคนลงดวงจันทร์และสร้างฐานวิจัยบนดวงจันทร์อย่างแน่นอนแล้วภายในปีคศ.2028 ตระเตรียมแผนสร้างเครื่องเหวี่ยงความเร็วสูงบนดวงจันทร์ สำหรับลำเลียงธาตุฮีเลียม 3 กลับสู่โลก โดยไม่ต้องใช้ยานอวกาศขนส่ง ซึ่งธาตุฮีเลียม 3 เป็นเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยมเพียงหนึ่งเดียวของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นหรือ"ดวงอาทิตย์เทียม" มีมากบนผิวดวงจันทร์ ขณะที่หาแทบไม่ได้เลยบนผิวโลก อีกทั้งจีนกำลังจะเริ่มทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์เทียมในปี 2030 นี้ จังหวะเวลาของโครงการทั้งสองนี้จึงตรงกันพอดี มนุษย์เราก็จะหลุดพ้นจากความขาดแคลนพลังงานทันที ตามปณิธานสูงสุดของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่ว่า ชาวโลกทั้งผองจงมาร่วมกันสร้างประชาคมโลกที่มวลมนุษยชาติมีอนาคตร่วมกัน…” โตตามธรรมชาติ自然壮大 เส้นทางเติบโตของจีนยุคใหม่ เป็นไปตามเหตุปัจจัยหรือธรรมชาติของความเป็นจีน อาศัยความมานะบากบั่นและอัจฉริยภาพของตนเอง มิใช่จากการรุกรานยึดครองหรือปล้นสะดมภ์เช่นกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตก ที่กระทำกันเป็นประเพณีนับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม เส้นทางดังกล่าวของจีน ไม่เพียงได้พาจีนมาถึงจุดสูงยิ่งของจีนเท่านั้น หากแต่ยังจะพาทั้งโลกก้าวตามไปด้วย...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.