วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 13, 2026

“รมว.เฮ้ง” บัญชาการเอง!

“…ในภาวะที่ความมั่นคงของชาติบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชากำลังถูกท้าทายอย่างหนัก หลังสัญญาณการปะทะปะทุขึ้นอีกครั้ง “รมว.เฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น ในฐานะเจ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ก้าวขึ้นมารับบทบาทสำคัญในแนวหลัง สั่งการบัญชาการด้วยตนเองให้เปิดพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุกแห่งตามแนวชายแดนเป็น “ฐานที่มั่น” และ “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับอพยพประชาชน ถือเป็นการขานรับคำสั่งนายกรัฐมนตรีอย่างทันท่วงทีและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ สะท้อนภาพผู้นำที่พร้อมลุยในยามวิกฤต…”

สุชาติ” สั่งลุย! แปลงผืนป่าเป็นฐานทัพมนุษยธรรม

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ทันทีที่ได้รับข้อสั่งการจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่รอช้า สั่งการด่วนไปยัง ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงฯ ให้ระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีอยู่เข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมสูงสุด

ปฏิบัติการภายใต้การบัญชาการของ “รมว.เฮ้ง” ครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจน คือการเปลี่ยนพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่อยู่ใกล้เคียง ให้กลายเป็นศูนย์สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงและมนุษยธรรม โดยสั่งให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าซึ่งมีความชำนาญในพื้นที่ พร้อมด้วยยานพาหนะและอุปกรณ์ที่จำเป็น เข้าสนับสนุนแผนอพยพของฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ปะทะไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวให้เร็วและปลอดภัยที่สุด

ปฏิบัติการ 2 แนวรบ: ปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน

ภารกิจที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น วางหมากไว้นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การอพยพประชาชน แต่ยังครอบคลุมไปถึงการพิทักษ์ “พื้นที่ส่วนหลัง” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในการเฝ้าระวังบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านที่ต้องอพยพทิ้งไว้เบื้องหลัง ป้องกันการฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังจัดเตรียมเต็นท์ที่พักและสิ่งของจำเป็นสำหรับสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งผลักดันการประสานงานกับหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อเคลียร์พื้นที่เส้นทางยุทธวิธีให้ปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนวิสัยทัศน์การทำงานเชิงรุก ที่มองปัญหาอย่างรอบด้านและสั่งการได้อย่างเฉียบคม

ภาพสะท้อนจากพื้นที่: เมื่อคำสั่งนำมาซึ่งการปฏิบัติจริง

ผลจากการสั่งการที่รวดเร็วและชัดเจนของนายสุชาติ ทำให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างมีเอกภาพ ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ณ วัดศรีรัตนาราม จ.สุรินทร์ ประชาชนผู้อพยพได้รับการดูแลอย่างดีจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า เมื่อ “แม่ทัพ” ในส่วนกลางมีความเข้มแข็งและเอาจริงเอาจัง การปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ย่อมเกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามไปด้วย

บทพิสูจน์ในการใช้ทรัพยากรของกระทรวงทรัพยากรฯ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครั้งนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ว่า “ความมั่นคงของชาติ” ไม่ใช่ภาระของฝ่ายทหารแต่เพียงผู้เดียว และทุกกระทรวงต้องพร้อมแปรเปลี่ยนเป็นกำลังสนับสนุนได้ในทันทีเมื่อชาติอยู่ในภาวะวิกฤต…รัฐบาลควรต้องทบทวนยุทธศาสตร์ความมั่นคง โดยมอบอำนาจและจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงที่ดูแลทรัพยากรในพื้นที่ชายแดน มีบทบาทเชิงรุกในการป้องกันและรับมือภัยคุกคาม เพื่อเปลี่ยนจากการ “ตั้งรับ” เป็น “เตรียมพร้อม” อย่างถาวรใช่หรือไม่?

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน ทลายเครือข่าย “อดีตเจ้าอาวาสดัง - หมอดูฮวงจุ้ย - ทุนจีนสีเทา” ฟอกเงินสะท้านวงการ “...คุณเคยสงสัยไหมว่า เงินบริจาคที่คุณหย่อนลงตู้ด้วยใจบริสุทธิ์ หรือเงินค่าดูดวงแก้กรรมที่คุณโอนไปด้วยความหวัง สุดท้ายแล้วมันเดินทางไปที่ไหน? คำตอบอาจน่ากลัวกว่าที่คุณคิด เพราะมันไม่ได้ถูกนำไปสร้างบุญกุศล แต่อาจกำลังถูกแปรสภาพเป็นรถหรู ที่ดิน และเงินฝากในบัญชีของ “ขบวนการฟอกเงิน” ที่แฝงตัวมาในคราบนักบุญและนักธุรกิจ นี่ไม่ใช่พล็อตหนังอาชญากรรม แต่คือความจริงที่ถูกกระชากหน้ากากออกมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เปิดเผยเส้นทางเงินกว่า 1,148 ล้านบาท ที่ถูกสกัดจับได้คาหนังคาเขา เผยให้เห็นเนื้องอกร้ายที่ลุกลามกัดกินตั้งแต่ “วัดดัง” ไปจนถึงหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคุณ...” วิกฤตศรัทธา :...

ลุงป้อมยังไม่จบ ถอยคือภาพลวงเกมสวน พปชร.ขาลง

ลุงป้อมถอย หรือแค่รอจังหวะสวน? ฟังคำตอบจากปาก 'รัชฏะ' ผู้สมัครหน้าใหม่ที่กล้าเดิมพันหมดหน้าตักกับ "พลังประชารัฐ" “...ลืมภาพจำอันเงียบสงบไปก่อน เพราะวันนี้เสียงที่เคยถ่ายทอดธรรมะในบทบาท "ผู้พากษ์เสียงพระพุทธเจ้า" กำลังก้าวเข้าสู่ดงกระสุนตกทางการเมือง! ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูเรื่อง "เลือดไหลออก" ของพรรคพลังประชารัฐ และคำถามตัวโตๆ ว่า "ลุงป้อม" ยังไหวไหม? นายรัชฏะ สมรทินกร ตัดสินใจเดินสวนกระแส ยื่นใบสมัคร สส. กทม. ในนามพรรคที่หลายคนมองข้าม ด้วยเหตุผลเดียวที่ฟังแล้วต้องสะอึก... คือการทนเห็น "ผู้มีพระคุณ" ถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ นี่คือคำประกาศรบของคนตัวเล็กๆ ที่เชื่อมั่นในตัวพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์แบบสุดหัวใจ...” 💙 จากไมค์ทองคำ สู่สนามเลือกตั้งเขต 14 ใครจะไปคิดว่า อดีตสื่อมวลชนและนักพากย์เสียงอนิเมชั่นพระพุทธเจ้า (ปี 2550) อย่าง นายรัชฏะ สมรทินกร จะกระโดดลงสนามการเมืองเต็มตัว...

จีน “โตตามธรรมชาติ”“ด้วยความมานะบากบั่น”และ “อัจฉริยภาพของตนเอง”

“….ประเทศจีนใหม่นาม"สาธารณรัฐประชาชนจีน" ได้รับการสถาปนาขึ้นมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม คศ.1949 และเมื่อจีนเปิดประเทศเชื่อมตัวเองเข้ากับระบบโลกและปฏิรูปตัวเอง พวกเขาก็จะไม่รีรอที่จะทุ่มเทสรรพกำลังสร้างปาฏิหารย์ให้เห็นเป็นประจักษ์ เพียง 47 ปีหลังจากเปิดประเทศและปฏิรูป อาศัยความมานะบากบั่นและอัจฉริยภาพของตนเอง มิใช่จากการรุกรานยึดครองหรือปล้นสะดมภ์เช่นกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตก ที่กระทำกันเป็นประเพณีนับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม ปัจจุบันนี้จีนก็สามารถสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นได้มากกว่าทุกประเทศรวมกัน และกำลังจะสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่คนทั่วไปคิดไม่ถึงขึ้นมาอีกจำนวนมาก จีนเตรียมพร้อมส่งคนลงดวงจันทร์และสร้างฐานวิจัยบนดวงจันทร์อย่างแน่นอนแล้วภายในปีคศ.2028 ตระเตรียมแผนสร้างเครื่องเหวี่ยงความเร็วสูงบนดวงจันทร์ สำหรับลำเลียงธาตุฮีเลียม 3 กลับสู่โลก โดยไม่ต้องใช้ยานอวกาศขนส่ง ซึ่งธาตุฮีเลียม 3 เป็นเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยมเพียงหนึ่งเดียวของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นหรือ"ดวงอาทิตย์เทียม" มีมากบนผิวดวงจันทร์ ขณะที่หาแทบไม่ได้เลยบนผิวโลก อีกทั้งจีนกำลังจะเริ่มทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์เทียมในปี 2030 นี้ จังหวะเวลาของโครงการทั้งสองนี้จึงตรงกันพอดี มนุษย์เราก็จะหลุดพ้นจากความขาดแคลนพลังงานทันที ตามปณิธานสูงสุดของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่ว่า ชาวโลกทั้งผองจงมาร่วมกันสร้างประชาคมโลกที่มวลมนุษยชาติมีอนาคตร่วมกัน…” โตตามธรรมชาติ自然壮大 เส้นทางเติบโตของจีนยุคใหม่ เป็นไปตามเหตุปัจจัยหรือธรรมชาติของความเป็นจีน อาศัยความมานะบากบั่นและอัจฉริยภาพของตนเอง มิใช่จากการรุกรานยึดครองหรือปล้นสะดมภ์เช่นกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตก ที่กระทำกันเป็นประเพณีนับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม เส้นทางดังกล่าวของจีน ไม่เพียงได้พาจีนมาถึงจุดสูงยิ่งของจีนเท่านั้น หากแต่ยังจะพาทั้งโลกก้าวตามไปด้วย...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.