วันพุธ, สิงหาคม 12, 2026
หน้าแรกสิ่งแวดล้อมคอลัมน์ไลฟ์สไตล์ปลุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป “ทางด่วนโซลาร์ 7...

ปลุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป “ทางด่วนโซลาร์ 7 วัน” รื้อกฎเหล็กปลุก Net Zero จับตาค่าไฟก้าวหน้า

ขณะที่แวดวงพลังงานยังคงปูเสื่อรอทิศทางการทำคลอด “แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า” PDP2026 (เวอร์ชั่นที่เท่าไหร่นับไม่ถูก) ปี 2026-2050 ที่มีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าให้มากกว่า 50%

โดยมุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งโซลาร์ฟาร์ม พลังงานลม และโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ ซึ่งมีศักยภาพสูงถึง 5,000 – 10,000 เมกะวัตต์ พร้อมยกระดับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)ให้เร็วขึ้นจากปี 2065 มาเป็นปี 2050 เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานสากล

แม้ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลชุดแล้วชุดเล่าจะพยายามผลักดันนโยบายการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA) แต่ก็ทำได้เพียงโครงการนำร่องของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ 2,000 เมกะวัตต์เท่านั้น สวนทางกับความต้องการของนักลงทุนโดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ที่บางรายอาจใช้ไฟฟ้าเกิน 100 เมกะวัตต์

ล่าสุดนายกอนุทิน ในฐานะประธาน “คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) “ได้ให้นโยบายแก่กระทรวงพลังงานในการเร่งรัดแผนปฏิบัติการด้านพลังงานปี 2567-2580 (ตามแผน PDP2023เดิม) เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางในการดำเนินการด้านพลังงานของประเทศ

รวมทั้งให้กระทรวงพลังงานเร่งศึกษามาตรการในการให้เอกชนสามารถทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct PPA) โดยเปิดให้บุคคลที่สามใช้ระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล

วันวาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมต.กระทรวงพลังงานออกมายืนยันถึงทิศทางการขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนของประเทศ โดยยืนยันว่ากระทรวงพลังงานมีแผนการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดโดยจะเร่งพัฒนาระบบซื้อขายไฟฟ้าสะอาด Direct PPA เปิดให้เอกชนใช้โครงข่ายสายส่ง (Third Party Access – TPA)ของ กฟผ.ในราคาเหมาะสม เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องการใช้ไฟสะอาด 100% (RE100)

นอกจากนี้ยังจะผลักดันนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของประชาชนที่ประกอบด้วย 1.ทางด่วนโซลาร์เซลล์ 7 วัน รื้อระเบียบการขออนุญาตติดตั้งแผงที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะการยกเลิกใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) สำหรับโซลาร์รูฟท็อป และปรับกระบวนการให้ 2 การไฟฟ้าคือ การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)และไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ต้องอนุมัติการติดตั้งให้จบภายใน 7 วันจากที่ใช้เวลาเนิ่นนานนับปี

รวมทั้งจะขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์ภาคประชาชน 2.0 โดยขยับโควตารับซื้อขึ้นทีละ 500 เมกะวัตต์ เพื่อส่งเสริมการยืมหลังคาประชาชนเป็นโรงผลิตไฟฟ้ากระจายทั่วประเทศ เป็นการลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซ LNG ที่มีราคาสูงและผันผวน

ทั้งหมดจะดำเนินการควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) ล่าสุดที่รัฐบาลและกระทรวงพลังงานประกาศไปก่อนหน้า ที่ทุกครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยจะคิดอัตราไม่กิน 3 บาท ส่วนที่เกิน 200 หน่วยขึ้นไปจะเป็นอัตราก้าวหน้า โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีการใช้ไฟเกิน 500 หน่วยจะต้องจ่ายเกิน 5 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ภาครัฐแนะนำให้ติดตั้งโซลาร์เซลเพื่อประหยัดค่าไฟตนเอง

ทำเอาลายฝ่ายถึงกับ “ช็อกตาค้าง” ตกลงนโยบายรัฐบาลกำลังจะช่วยเหลือครัวเรือนภาคประชาชนหรืออุตสาหกรรมกันแน่ และเหตุใด”ฝันจึงตกไม่ทั่วฟ้า” เพราะโครงสร้างค่าไฟใหม่ดังงกล่าวยังจำกัดแต่เฉพาะในภาคครัวเรือน ไม่รวมถึงภาคอุตสาหกรรมและบริการ

ที่จริง หากภาครัฐจะเร่งเครื่องนโยบายพลังงานสะอาดิย่างจริงจัง ส่งเสริมการติดตั้งและใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เพื่อลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากฟอสซิลนั้น หากจะมาตรการส่งเสริมที่กระทรวงพลังงานและรัฐทำคลอดออกไปก่อนหน้าแล้ว ยังมีแนวทางใกล้ตัวที่รัฐบาลสามารถทำได้ไม่ยาก

โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะรมต.มหาดไทย (มท.1) เพียงแต่ “ไฟเขียว” ให้นโยบายแก่หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.)ทุกระดับ (อบต. เทศบาล อบจ.และองค์กรพิเศษ พัทยา กรุงเทพมหานคร) เป็นฟันเฟืองหลักของการขับเคลื่อนนโยบายนี้

เอาแค่ระดับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาลนำร่องติดตั้งโซลาร์เซลล์ในที่ทำการ อปท.แต่ละแห่งก็มากกว่า 7,000 แห่งแล้ว (อบต. 6,745 แห่ง เทศบาล 1,129 แห่ง) ไม่รวมที่ทำการจังหวัด และอำเภออีกกว่า 900 แห่ง

เฉพาะส่วนราชการภูมิภาคและองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศก็เฉียด 8,000 แห่งแล้ว แต่ละแห่งไม่ได้มีแค่อาคารเดียว บางแห่งมีตั้ง 2-3 อาคาร หน่วยงานส่วนภูมิภาคและอปท.เหล่านี้ใช้ไฟกันมากโขแค่ไหน เอาเป็นว่าทุกแห่งนั้นต้องใช้แอร์เปิดแอร์ทำงานกันทั้งวี่ทั้งวันนั่นแหล่ะ ค่าไฟฟ้าเดือนละ 30,000-50,000 บาทนั้นเป็นเรื่องปกติ บางแห่งเหยียบแสนบาทหร่อหลายแสนบาทต่อเดือนยังมี

แค่รัฐไฟเขียวให้อปท.แต่ละแห่งจัดทำโครงการติดตั้งโซลาร์เซล โซลาร์รูฟท็อปเพื่อประหยัดค่าไฟของหน่วยงานลง จะขนานไฟ On Grid หรือขายคืนไฟฟ้าหรือไม่ก็แล้วแต่ (กลางคืนไม่ได้ใช้ไฟฟ้าอยู่แล้ว)

จะให้หน่วยงานรัฐด้วบกันอย่าง กฟผ.หรือบริษัทเอกชนที่ได้รับมอบหมายแข่งขันกันเข้าไปเสนอราคาติดตั้งอย่างไร ก็คงเป็นเรื่องของนโยบายภาครัฐ อยู่แล้ว จะเอาแบบโปร่งใส โปร่งแสง หรืออึมครึมแบบที่ผ่านๆ มาก็ว่ากันไปตาม”บริดวก”

แต่ที่แน่ๆ จะช่วยลดค่าไฟฟ้าภาครัฐลงไปมหาศาล ปีละนับ 100 ล้าน หรือ 1,000 ล้านขึ้นไปอย่างแน่นอน!

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

การทูตสีจิ้นผิง : จากคำมั่นสัญญาสู่ความก้าวหน้า

ท้องฟ้าสีครามสดใสเหนือกรุงปักกิ่งของจีนขณะบรรดาผู้นำโลกเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ปี 2014 กลายเป็นปรากฏการณ์ "สีฟ้าแห่งเอเปค" (APEC blue) ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วโลก โดยสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวที่งานเลี้ยงต้อนรับคณะผู้นำนานาชาติว่าสีฟ้าแห่งเอเปคนี้จะคงอยู่ต่อไปด้วยความมุ่งมั่นพยายามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคำมั่นสัญญาดังกล่าวของสีจิ้นผิงกลายเป็นความจริงด้วยการลงมือปฏิบัติตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา คุณภาพอากาศของกรุงปักกิ่งพัฒนาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความเข้มข้นของฝุ่นพีเอ็ม2.5 (PM2.5) โดยเฉลี่ยลดลงร้อยละ 69.8 ในช่วงปี 2013-2025 ทำให้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ยกย่องการปรับปรุงคุณภาพอากาศของกรุงปักกิ่งเป็น "ปาฏิหาริย์แห่งปักกิ่ง" (Beijing Miracle) โดยเรื่องราว "สีฟ้าแห่งเอเปค" สะท้อนค่านิยมที่ประชาชนชาวจีนส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น นั่นคือการรักษาคำมั่นสัญญาด้วยการลงมือทำ ปรัชญานี้ยังชี้นำความพยายามของจีนในการเชื่อมต่อกับโลกทั้งใบอย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้น ตัวอย่างคืองานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) ที่กลายเป็นเวทีชั้นนำของการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งเชื่อมโยงภาคธุรกิจ นักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และผู้บริโภคจากทั่วโลกตามคำสัญญาที่สีจิ้นผิงเคยให้ไว้ที่การจัดงานมหกรรมฯ ครั้งแรกในปี 2018 ว่างานนี้ที่จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีจะสร้างผลลัพธ์อันงดงามและผลสำเร็จต่อเนื่องตลอดหลายปีข้างหน้า งานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน...

ความจริงก็คือ…เห็นพาดหัวข่าวนี้แล้วรู้สึกตกใจ และเกรงว่าอาจทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจแนวทางการดำเนินงานของเมืองพัทยาคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงครับ

จึงขอชี้แจงเบื้องต้นว่า เมืองพัทยามีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดอย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยปัจจุบันเมืองพัทยาดำเนินการทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ เมืองพัทยายังได้ทำ MOU ร่วมกับเทศบาลตำบลโป่ง เพื่อส่งต่อสุนัขจรจัดไปดูแลยังมูลนิธิในพื้นที่ตำบลโป่ง อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย ทำให้สามารถรับสุนัขได้ในจำนวนจำกัด และการใช้งบประมาณสามารถดำเนินการได้เฉพาะในส่วนของค่าอาหารและค่าจ้างผู้ดูแลสุนัขเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เมืองพัทยาจึงพยายามหาแนวทางที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในเบื้องต้น เพื่อสอบถามและหาแนวทางในการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสม จากการประสานกับ จนท ป่าไม้ในเบื้องต้น ทราบว่ามีพื้นที่ป่า ที่มีสภาพเสื่อมโทรม หากให้เมืองพัทยานำมาใช้ประโยชน์ตามที่เมืองพัทยาจะจัดทำเป็นศูนย์ในการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในภาพรวมทั้งอำเภอบางละมุงได้ดังนั้นเมืองพัทยาจึงได้เสนอข้อมูลในเบื้องต้นว่าการจัดการพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะในภาพรวมและการการจัดการภูมิทัศน์ในพื้นที่โครงการมีการปลูกป่าเพิ่มขึ้น มีการจัดหาพื้นที่แหล่งน้ำเพิ่มขึ้น พื้นที่สวนสาธารณะเพิ่มขึ้น ตลอดจนการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าดังกล่าวจึงได้รับไว้พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยสามารถยื่นเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ใช่พื้นที่ที่เมืองพัทยาได้รับอนุญาตให้ใช้ และยังไม่มีการดำเนินการก่อสร้างหรือจัดตั้งศูนย์ใด ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องมีรายละเอียดพอสังเขปดังนี้1.เมืองพัทยาขอความเห็นชอบจากสภาเมืองพัทยาเพื่อให้สามารถดำเนินกิจการนอกเขตเมืองพัทยาได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในตำบลห้วยใหญ่ ซึ่งขั้นตอนนี้ สภาเมืองพัทยาได้มีมติแล้ว 2.ต้องมีการประชาคมในพื้นที่โดยเทศบาลตำบลที่รับผิดชอบพื้นที่จะต้องดำเนินการประชาคมประชาชนในบริเวณดังกล่าว เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความเห็นชอบของประชาชน ซึ่งขั้นตอนนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ 3.ต้องยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้หากการประชาคมมีผลเป็นที่เห็นชอบ เมืองพัทยาจึงจะสามารถดำเนินการยื่นเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ต่อกรมป่าไม้ได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้ดำเนินการ 4.ต้องได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ก่อนจึงจะดำเนินการได้หากกรมป่าไม้พิจารณาอนุญาต เมืองพัทยาจึงจะสามารถดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาต ดังนั้น เรื่องดังกล่าวในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ยังไม่ได้มีการอนุมัติให้ใช้พื้นที่ และยังไม่มีการดำเนินการก่อสร้างหรือจัดตั้งศูนย์สุนัขจรจัดในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่แต่อย่างใด เมืองพัทยาเข้าใจดีว่าปัญหาสุนัขจรจัดเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสำคัญ...

ทางรอดเกษตรกรชลบุรี! ‘ส.ส.เป้า จิรวุฒิ’ ปักปักหมุดเปิดศูนย์เรียนรู้ทุเรียน ดึงสายพันธุ์ดังสร้างอาชีพใหม่

“ส.ส.เป้า”นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เปิดศูนย์การเรียนรู้การปลูกทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมือง อาทิ พวงมณี ชะนี หมอนทอง มูซันคิง ก้านยาว หนามดำ ฯลฯ เพื่อให้เกษตรกร จ.ชลบุรี ได้เรียนรู้ วิธีการปลูกทุเรียนแบบมืออาชีพ เป็น ทางเลือกของเกษตรกร ชาวไร่อ้อย สวนปาล์ม ยางพารา ฯลฯ ที่สมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรจ.ชลบุรี ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.