วันศุกร์, พฤศจิกายน 6, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวเปิดไทม์ไลน์ฉาว 19 วันอันตราย!...

เปิดไทม์ไลน์ฉาว 19 วันอันตราย! เขย่าเก้าอี้ “นาย ก.” ซุกคำสั่งฟ้องศาล -แต่งตั้งโยกย้าย?

ลุกเป็นไฟทั้งศรีราชา! สังคมรุมบดบี้ถามหาความโปร่งใส หลังพบหลักฐานเด็ดมัดแน่น มีผู้รับทราบคำสั่งรับฟ้องจากศาลตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2568 ทว่าตลอด 19 วันเต็ม กลับยังมีการเดินหน้าประชุมสภา แถลงนโยบาย และเซ็นแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่นเมืองว่านี่คือการท้าทายกฎหมายและธรรมาภิบาลครั้งใหญ่ หรือเป็นพฤติกรรมจงใจปกปิดข้อเท็จจริงเพื่อรักษาเก้าอี้และอำนาจผลประโยชน์ไว้ในมือกันแน่?

จากกรณีเกาะติดประเด็นร้อนแรงในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่กำลังกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากภาคประชาชน เกี่ยวกับปมเงื่อนงำการใช้อำนาจรัฐและหลักธรรมาภิบาลของผู้นำท้องถิ่น ล่าสุดได้มีการเปิดเผยเอกสารชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า มีการรับทราบคำสั่งรับฟ้องอย่างเป็นทางการจากศาลแล้วตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2568

ประเด็นดังกล่าวฉุดให้สังคมเกิดความคลางแคลงใจอย่างรุนแรง เนื่องจากหลังวันที่ 5 มิถุนายน 2568 เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 รวมเป็นเวลา 19 วันเต็ม กลับปรากฏว่ายังคงมีการดำเนินกิจกรรมทางราชการที่ใช้อำนาจหน้าที่ระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประชุมสภา, การแถลงนโยบายบริหารราชการ, การเซ็นแต่งตั้งคณะผู้บริหารเพิ่มเติม รวมถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่สั่งการต่าง ๆ

ความผิดปกติและพฤติกรรมลึกลับตลอด 19 วันนี้ นำมาสู่การเปิดโปง “5 คำถามแทงใจดำ” ที่หน่วยงานรัฐผู้กำกับดูแลและผู้รับผิดชอบโดยตรงยังคงปิดปากเงียบและไร้ซึ่งคำชี้แจงต่อประชาชน ดังนี้:

คำถามที่ 1: ใครอมเอกสาร? หลังจากการลงนามรับทราบคำสั่งรับฟ้องของศาลแล้ว ตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ใครคือผู้มีหน้าที่ต้องรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลทันที และมีการกำหนดระยะเวลาปฏิบัติไว้อย่างไร เหตุใดเรื่องถึงเงียบหายไปนานถึง 19 วัน

คำถามที่ 2: หน่วยงานเหนือรู้เห็นตอนไหน? ผู้มีอำนาจกำกับดูแลในระดับเหนือขึ้นไป ได้รับทราบข้อเท็จจริงและคำสั่งฟ้องดังกล่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อใด และรับรู้ผ่านช่องทางใด มีการเพิกเฉยต่อสถานะของกฎหมายหรือไม่

คำถามที่ 3: สิทธิในการบริหารเป็นโมฆะหรือไม่? การจัดประชุมสภา การแถลงนโยบาย หรือแม้กระทั่งการเซ็นคำสั่งแต่งแต่ง-มอบหมายอำนาจบริหารที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 19 วันอันตรายนั้น ได้รับการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่ และมีความชอบธรรมทางนิตินัยเพียงใด

คำถามที่ 4: เอกสารโผล่ช้า…ส่อพิรุธ? เอกสารรายงานที่ปรากฏลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 แท้จริงแล้วถือเป็นการรายงานข้อเท็จจริงครั้งแรกต่อหน่วยงานกำกับดูแล หรือเป็นเพียงการจำนนด้วยหลักฐานเพื่อยืนยันข้อมูลที่หน่วยงานรับทราบอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

คำถามที่ 5: มีตั๋วช้างหรือหลักฐานซุกซ่อนอีกไหม? ยังมีข้อเท็จจริง เอกสารลับ หรือการเจรจาหลังบ้านใด ๆ อีกหรือไม่ ที่จะสามารถอธิบายลำดับเหตุการณ์ตลอด 19 วันที่ขาดหายไป เพื่อให้ภาคประชาชนได้รับรู้ความจริงอย่างโปร่งใส

วิกฤตศรัทธาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเป็นแค่เกมการเมืองท้องถิ่นธรรมดา ๆ แต่เป็นการท้าทายระบบกำกับดูแล ความซื่อสัตย์สุจริต และสิทธิในการรับรู้ข้อเท็จจริงของประชาชนชาวศรีราชา ว่ากลไกของรัฐในปัจจุบันยังคงหลงเหลือความน่าเชื่อถือและสามารถสร้างความมั่นใจให้แก่สังคมได้มากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงเครื่องมือที่เอื้อให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลทางอำนาจใช้จัดสรรผลประโยชน์กันเอง

นี่เป็นเพียง EP.1 จุดเริ่มต้นของ 19 วันแห่งคำถาม ที่จะไม่มีวันเงียบหาย จนกว่าความจริงทั้งหมดจะถูกตีแผ่ต่อหน้าสาธารณชน

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

3 อดีตรองนายกฯ นครสุราษฎร์ฯ ร้องผู้ว่าฯ สั่งปลดรองนายกฯ ใหม่ ชี้ขาดคุณสมบัติ-จี้ฟันนายกฯ ม.157

https://www.youtube.com/shorts/FREdtkO0iSs อดีต 3 รองนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานีเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อขอให้ตรวจสอบและมีคำสั่งให้รองนายกเทศมนตรีคนใหม่พ้นจากตำแหน่งทันที พร้อมเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานีฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติเข้าดำรงตำแหน่ง วันที่ 5 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายหัสชัย เรืองนุ้ย หรือ "รองน้อย" อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยอดีตรองนายกเทศมนตรีอีก 2 คน คือ นายศักดา สมบูรณ์ลักขณา หรือ "รองแก๊ป" และนายวิศวชิต ศรีวัชรกาญจน์ หรือ "รองเฟิร์ส" เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ เพื่อให้ตรวจสอบการแต่งตั้งนางสาวสุทธิรัตน์ แซ่โค้ว ขึ้นดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี ตามคำสั่งลงวันที่ 28 กันยายน 2569 นายหัสชัย (รองน้อย) เปิดเผยว่า “ในวันนี้ในนามผม...

ชำแหละงบ 148 ล้าน’พรุคลองควาย’ มืดสนิท-พังยับ’วัชระ’ จี้ ป.ป.ช. ฟันทุจริต

https://youtube.com/shorts/MM-qXrE6mbE?si=Fx1Fk_cHgpgJqMbN นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการปรับภูมิทัศน์พรุคลองควาย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบสภาพมืดสนิทและชำรุดหนักแม้ใช้งบเฟสแรกไปแล้ว 148 ล้านบาท พร้อมชื่นชม ส.ท. 12 คน ที่ลงมติไม่รับมอบงาน จี้ ป.ป.ช. และกรมโยธาธิการฯ เข้าตรวจสอบความโปร่งใสโดยด่วน วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 2 ที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่บริเวณพรุคลองควาย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่าบรรยากาศโดยรอบมืดสนิท ไม่มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างและไม่มีห้องน้ำให้บริการประชาชน...

ขีดเส้น 7 วัน! “วัชระ” จี้ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี กวาดล้างต่างด้าวตั้งตัวเป็นเถ้าแก่แย่งอาชีพคนไทย รองผู้ว่าฯ รับลูกเร่งจัดการ

https://www.youtube.com/watch?v=Qd0wKjobnb4 อดีต สส.ประชาธิปัตย์ “วัชระ เพชรทอง” ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี แฉขบวนการต่างด้าวสวมรอยเป็นเจ้าของกิจการแย่งอาชีพคนไทยเกลื่อนเมือง ซัดมีเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วย-หนุนหลัง ขีดเส้นตายกวาดล้างให้สิ้นซากภายใน 7 วัน ด้านรองผู้ว่าฯ และจัดหางานจังหวัดรับเรื่องพร้อมเร่งลงพื้นที่ฟันผิดทันที เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกร้องให้เร่งดำเนินการกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาลักลอบแย่งอาชีพคนไทยในพื้นที่ หนังสือร้องเรียนระบุข้อเท็จจริงว่า ในพื้นที่ตลาดบ้านดอน เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และทุกอำเภอ มีบุคคลต่างด้าวตั้งตนเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม และประกอบอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทยอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยนายวัชระตั้งข้อสังเกตว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างราบรื่น เนื่องจากอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานรับสินบน หรือเกรงกลัวอิทธิพลทางการเมือง นายวัชระเรียกร้องให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีดำเนินการกวาดล้าง จับกุม และเนรเทศบุคคลต่างด้าวที่ละเมิดกฎหมายให้ออกนอกประเทศภายใน 7 วัน พร้อมระบุเงื่อนไขว่า หากตรวจสอบพบคนต่างด้าวเช่าอาคารสถานที่ของนักการเมืองท้องถิ่น หรือมีข้าราชการประจำและข้าราชการการเมืองรายใดเป็นตัวการหรือให้ความช่วยเหลือ...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.