วันอังคาร, มิถุนายน 23, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวเปิดไทม์ไลน์ฉาว 19 วันอันตราย!...

เปิดไทม์ไลน์ฉาว 19 วันอันตราย! เขย่าเก้าอี้ “นาย ก.” ซุกคำสั่งฟ้องศาล -แต่งตั้งโยกย้าย?

ลุกเป็นไฟทั้งศรีราชา! สังคมรุมบดบี้ถามหาความโปร่งใส หลังพบหลักฐานเด็ดมัดแน่น มีผู้รับทราบคำสั่งรับฟ้องจากศาลตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2568 ทว่าตลอด 19 วันเต็ม กลับยังมีการเดินหน้าประชุมสภา แถลงนโยบาย และเซ็นแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่นเมืองว่านี่คือการท้าทายกฎหมายและธรรมาภิบาลครั้งใหญ่ หรือเป็นพฤติกรรมจงใจปกปิดข้อเท็จจริงเพื่อรักษาเก้าอี้และอำนาจผลประโยชน์ไว้ในมือกันแน่?

จากกรณีเกาะติดประเด็นร้อนแรงในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่กำลังกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากภาคประชาชน เกี่ยวกับปมเงื่อนงำการใช้อำนาจรัฐและหลักธรรมาภิบาลของผู้นำท้องถิ่น ล่าสุดได้มีการเปิดเผยเอกสารชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า มีการรับทราบคำสั่งรับฟ้องอย่างเป็นทางการจากศาลแล้วตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2568

ประเด็นดังกล่าวฉุดให้สังคมเกิดความคลางแคลงใจอย่างรุนแรง เนื่องจากหลังวันที่ 5 มิถุนายน 2568 เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 รวมเป็นเวลา 19 วันเต็ม กลับปรากฏว่ายังคงมีการดำเนินกิจกรรมทางราชการที่ใช้อำนาจหน้าที่ระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประชุมสภา, การแถลงนโยบายบริหารราชการ, การเซ็นแต่งตั้งคณะผู้บริหารเพิ่มเติม รวมถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่สั่งการต่าง ๆ

ความผิดปกติและพฤติกรรมลึกลับตลอด 19 วันนี้ นำมาสู่การเปิดโปง “5 คำถามแทงใจดำ” ที่หน่วยงานรัฐผู้กำกับดูแลและผู้รับผิดชอบโดยตรงยังคงปิดปากเงียบและไร้ซึ่งคำชี้แจงต่อประชาชน ดังนี้:

คำถามที่ 1: ใครอมเอกสาร? หลังจากการลงนามรับทราบคำสั่งรับฟ้องของศาลแล้ว ตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ใครคือผู้มีหน้าที่ต้องรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลทันที และมีการกำหนดระยะเวลาปฏิบัติไว้อย่างไร เหตุใดเรื่องถึงเงียบหายไปนานถึง 19 วัน

คำถามที่ 2: หน่วยงานเหนือรู้เห็นตอนไหน? ผู้มีอำนาจกำกับดูแลในระดับเหนือขึ้นไป ได้รับทราบข้อเท็จจริงและคำสั่งฟ้องดังกล่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อใด และรับรู้ผ่านช่องทางใด มีการเพิกเฉยต่อสถานะของกฎหมายหรือไม่

คำถามที่ 3: สิทธิในการบริหารเป็นโมฆะหรือไม่? การจัดประชุมสภา การแถลงนโยบาย หรือแม้กระทั่งการเซ็นคำสั่งแต่งแต่ง-มอบหมายอำนาจบริหารที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 19 วันอันตรายนั้น ได้รับการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่ และมีความชอบธรรมทางนิตินัยเพียงใด

คำถามที่ 4: เอกสารโผล่ช้า…ส่อพิรุธ? เอกสารรายงานที่ปรากฏลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 แท้จริงแล้วถือเป็นการรายงานข้อเท็จจริงครั้งแรกต่อหน่วยงานกำกับดูแล หรือเป็นเพียงการจำนนด้วยหลักฐานเพื่อยืนยันข้อมูลที่หน่วยงานรับทราบอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

คำถามที่ 5: มีตั๋วช้างหรือหลักฐานซุกซ่อนอีกไหม? ยังมีข้อเท็จจริง เอกสารลับ หรือการเจรจาหลังบ้านใด ๆ อีกหรือไม่ ที่จะสามารถอธิบายลำดับเหตุการณ์ตลอด 19 วันที่ขาดหายไป เพื่อให้ภาคประชาชนได้รับรู้ความจริงอย่างโปร่งใส

วิกฤตศรัทธาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเป็นแค่เกมการเมืองท้องถิ่นธรรมดา ๆ แต่เป็นการท้าทายระบบกำกับดูแล ความซื่อสัตย์สุจริต และสิทธิในการรับรู้ข้อเท็จจริงของประชาชนชาวศรีราชา ว่ากลไกของรัฐในปัจจุบันยังคงหลงเหลือความน่าเชื่อถือและสามารถสร้างความมั่นใจให้แก่สังคมได้มากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงเครื่องมือที่เอื้อให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลทางอำนาจใช้จัดสรรผลประโยชน์กันเอง

นี่เป็นเพียง EP.1 จุดเริ่มต้นของ 19 วันแห่งคำถาม ที่จะไม่มีวันเงียบหาย จนกว่าความจริงทั้งหมดจะถูกตีแผ่ต่อหน้าสาธารณชน

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

สมาชิกสหกรณ์ ทศท. ร้องกองปราบฯ จี้โอนคดีอดีตบิ๊กยักยอก 150 ล้าน หลังท้องที่เงียบหาย

https://www.youtube.com/watch?v=LFdG0KrIxN8 วันที่ 23 มิ.ย.69 นางพัชราวลัย (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี พร้อมด้วยกลุ่มตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ผู้ปฏิบัติงาน ทศท. คอเปอร์เรชั่น จำกัด (องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย) ประมาณ 10 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ให้ช่วยเร่งรัดและรับโอนคดีทุจริตภายในสหกรณ์ฯ มูลค่าความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท มาอยู่ในความดูแลของกองบังคับการปราบปราม นางพัชราวลัย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทุจริตดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2568 ถึงต้นปี 2569 โดยมีการตรวจพบความผิดปกติของเงินคงเหลือในระบบที่หายไปจำนวนมาก เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจึงพบความจริงสุดช็อก อดีตผู้บริหารระดับสูงร่วมมือกับพวก จัดทำเอกสารคำขอกู้เงินฉุกเฉินปลอมขึ้นมาโดยพลการ มีการนำชื่อของสมาชิกสหกรณ์ไปแอบอ้างโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง รวมกว่า 1,300 ฉบับ วงเงินที่ถูกยักยอกออกไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวสูงถึง...

หัวอกพ่อแม่ใจสลาย! จ่าคิงส์ พาพ่อน้องนศ. ม.6 เหยื่อวินชนดับ ร้องกองปราบ เอาผิด ม.157 ร้อยเวรดอนเมือง ทำสำนวนขัดตาอัยการ

https://www.youtube.com/watch?v=7blQiiJrEw4 หัวอกพ่อแม่ใจสลาย! จ่าคิงส์ พาพ่อน้องนศ. ม.6 เหยื่อวินชนดับ ร้องกองปราบ เอาผิด ม.157 ร้อยเวรดอนเมือง ทำสำนวนขัดตาอัยการ แถมปล่อยคนนอกสวมรอยอมเงิน "ค่ามนุษยธรรม" หน้าตาเฉย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (พุธที่ 24 มิ.ย. 2569 เวลา 10.30 น. ที่บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่าริมฟุตบาท จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พามารดาของ น.ส.กชวรรณ พ่วงนาคพันธ์ หรือน้องกช นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน เข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน ก่อนเดินทางเข้าพบผู้บังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 157 กับพนักงานสอบสวน...

ลับ ลวง พราง PDP2026 เหตุใด-ทำไมประชาชนคนใช้ไฟถึง “หมางเมิน” ผิดกับนโยบาย”ไทยช่วยไทยพลัส”ฟ้ากับเหว!

เป็นอีกความพิลึกพิลั่นของการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า PDP ของประเทศ ที่วันนี้เดินมาถึงร่างแผน PDP2026 แล้ว แต่กลับเป็นเรื่องน่าแปลก! แทนที่ประชาชนคนใช้ไฟจะแสดงความดีใจ ยินดีปรีดากับแผนผลิตไฟฟ้าใหม่ของประเทศ แบบเดียวกับนโยบาย"ไทยช่วยไทย พลัส"ที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังทำคลอดไปก่อนหน้า ต่งกันข้าม!ประชาชนคนใช้ไฟและเครือข่ายพลังงาน เครือข่ายภาคประชาชนกลับแสดงความกังวลและตั้ง"ข้อกังขา"กลีบไปยังกระทรวงพลังงานว่า เนื้อแท้ของแผน PDP ที่ว่าจะไหลไปเข้าทาง "กลุ่มทุนพลังงาน"กลุ่มไหนมากกว่า หรือประชนคนใช้ไฟจะต้องแบกรับภาระค่าไฟกันมากขึ้นหรือไม่? อะไรมันจะกลับตาลปัตรไปได้ถึงขนาดนี้?ประชาชนคนใช้ไฟจะหวังพึ่งแผน PDP ฉบับนี้ได้มากน้อยแค่ไหน? @ตั้งแท่นรับซื้อโรงไฟฟ้า IPP บานฉ่ำ! ที่ผ่านมาแผนผลิตไฟฟ้า PDP เดิมที่พลังงานทำคลอดออกมาไม่รู้จักกี่เวอร์ชั่นนั้น เป็นแผนแม่บทกำหนดทิศทางพลังงานของประเทศ ทิศทางการผลิตไฟฟ้าของประเทศที่เป็น "รูปธรรม"ได้มากน้อยแค่ไหน? ระหว่างทางถูกรื้อ ถูกดึงเข้ารกเข้าพงไปไหนต่อไหน ทุกฝ่ายต่างรู้กันอยู่เต็มอก ยิ่งเมื่อ "นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์" รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายเละแผนพลังงาน(สนพ.) ออกมายอมรับกับสื่อก่อนหน้านี้ว่า ประเทศไทยยังไม่สามารถเลิกใช้เชื้อเพลิง "ฟอสซิล"ได้ในช่วง 10-20 ปีข้างหน้า การใช้พลังงานหมุนเวียน 100% จะยังไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นนี้ ดังนั้นแนวทางการ "เปลี่ยนผ่าน"จึงต้องค่อยเป็นค่อยไป...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.