วันเสาร์, ตุลาคม 3, 2026
หน้าแรกสิ่งแวดล้อมคอลัมน์ไลฟ์สไตล์"อ.โจ๊ก บ้านสมเด็จ" ผุดสูตรลับ...

“อ.โจ๊ก บ้านสมเด็จ” ผุดสูตรลับ “PSDA” สยบสายตาเซียน พลิกโฉมพระสมเด็จสู่ “สายวิทย์” มาตรฐานสากล

“อ.โจ๊กบ้านสมเด็จ-ณัฐพงษ์ เกษสาคร” ผู้บริหารและอาจารย์ (เคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาประวัติศาสตร์การสร้างพระสมเด็จ (วัดระฆัง) และวัฒนธรรมไทยสมัยสมเด็จฯ โต เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “เก็บพระสมเด็จตามตำรา” ผู้บุกเบิกดิสรัปต์วงการพระเครื่องไทย พลิกโฉมจาก “ความเชื่อ” สู่ “วิทยาศาสตร์” ด้วยมาตรฐานสากล PSDA และ ISO

•จากนักวิชาการสู่ผู้พลิกโฉมวงการพระเครื่องไทย

ดร.ณัฐพงษ์ เกษสาคร หรือที่คนในวงการรู้จักกันในนาม “จารย์โจ๊กบ้านสมเด็จ”กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากในฐานะ “ผู้นำเทรนด์การเปลี่ยนแปลง” (Change Agent) ของวงการพระเครื่องและวัตถุมงคลไทย
ในอดีต

”จารย์โจ๊ก“ มีภูมิหลังและผลงานในแวดวงวิชาการและการบริหารจัดการ โดยมีผลงานวิจัยระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในฐานข้อมูลวิชาการชั้นนำ เช่น ฐานข้อมูล Scopus งานวิจัยที่สร้างชื่อเสียงให้แก่เขาครอบคลุมหลากหลายมิติ อาทิ
Factors Determining the Behavioral Intention of Using

Food Delivery Apps during COVID-19 Pandemics (การศึกษาพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันสั่งอาหารในช่วงโควิด-19)

Green Entrepreneurial Orientation and Green Innovation in Small and Medium-Sized

Enterprises (SMEs) (นวัตกรรมสีเขียวและการขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจขนาดกลางและย่อม)
Entrepreneurial orientation and SME performance: The mediating role of learning orientation

ด้วยพื้นฐานของนักวิจัยที่ฝักใฝ่ใน “ข้อมูลเชิงประจักษ์” และ “กระบวนการที่เป็นระบบ” จารย์โจ๊ก ได้นำองค์ความรู้ระดับสากลนี้มาทำการดิสรัปต์ (Disrupt) วงการพระเครื่องไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พระสมเด็จวัดระฆัง” เพื่อเปลี่ยนผ่านระบบการตรวจสอบจากเดิมที่พึ่งพาเพียง “ความรู้สึก” (Feeling) หรือ “สายตาเซียน” ให้กลายเป็นระบบที่พิสูจน์ได้ด้วย “หลักฐานและวิทยาศาสตร์” (Evidence & Science)

•พลิกแนวคิด “พระเครื่องสายวิทย์” ด้วยสูตรมาตรฐาน PSDA

”จารย์โจ๊ก“ได้คิดค้นและผลักดัน “มาตรฐาน PSDA” (Scientific Amulet Study) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของหลักสูตรการพิสูจน์พระสมเด็จด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ โดยมีรายละเอียด 4 ขั้นตอนที่รัดกุม ดังนี้

P- Principle (หลักการและประวัติศาสตร์) การตั้งอยู่บน “เส้นเวลา” (Timeline) ที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่เชื่อตามนิยาย เช่น พระที่สร้างหลังปี พ.ศ. 2392 (ปีที่สมเด็จโตค้นพบพระซุ้มกอ) ต้องมีมวลสารเศษพระซุ้มกอผสมอยู่ รวมถึงการแยกแยะยุคสมัยของแม่พิมพ์อย่างชัดเจน

S- Sensible (ความสมเหตุสมผลทางกายภาพ) ใช้ทักษะการสังเกตความเป็นธรรมชาติที่ผ่านกาลเวลา ความแห้ง การยุบย่น รอยหดตัว และความ “หนึกนุ่ม” ของเนื้อพระอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การแต่งผิวแต่งแกล้งเก่า

D- Data (ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์) นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเปลี่ยนการเดาให้เป็น “ตัวเลขเชิงปริมาณ” (Quantitative Data) ผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง

– ค่าความหนาแน่น (Specific Gravity) ใช้หลักการของอาร์คิมีดีส (Archimedes) แทนที่น้ำ เพื่อตรวจสอบว่าพระเป็นเนื้อปูนเปลือกหอยเก่าจริง (ค่ามาตรฐานต้องอยู่ระหว่าง 1.7 – 1.9) ไม่ใช่เรซิ่นหรือปูนพลาสเตอร์ยุคใหม่

– องค์ประกอบธาตุ (XRF): ใช้เครื่อง X-Ray Fluorescence ตรวจสอบความเสถียรของธาตุหลักอย่าง แคลเซียม (Ca), ซิลิคอน (Si), และเหล็ก (Fe) เพื่อชี้วัดอายุและความเก่า

– ปฏิกิริยาแม่เหล็ก ทดสอบปฏิกิริยาการดูดติดอ่อนๆ กับแม่เหล็กแรงสูง (High Gauss) จากส่วนผสมของมวลสารมงคลหรือแร่เหล็กตามตำรา

A – Analyze (การวิเคราะห์และสรุปผล) นำข้อมูลทั้งหมดจาก P, S และ D มาประมวลผลร่วมกัน หากข้อมูลทุกด้านผ่านเกณฑ์และสอดคล้องกัน จึงจะสรุปว่าเป็น “พระแท้ตามมาตรฐาน” โดยปราศจากอคติหรือความชอบส่วนบุคคล

•เปรียบเทียบจุดเปลี่ยน ระหว่าง สายดั้งเดิม VS สายวิทย์ (PSDA)

เพื่อความชัดเจน ”จารย์โจ๊ก“ได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างระบบความเชื่อแบบเดิมกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม
– เครื่องมือ
สายดั้งเดิม(ความเชื่อ) กล้องส่องพระ 10X
สายวิทย์(PSDA) กล้องกำลังขยายสูง (1000X) , เครื่อง XRF , เครื่องวัดความถ่วงจำเพาะ

– การตัดสิน
สายดั้งเดิม(ความเชื่อ) ใช้สายตาและประสบการณ์การเซียน(ตาเปล่า/ความเก่า)
สายวิทย์(PSDA) ใช้ค่าตัวเลขทางวิทยาศาสตร์(Quantitative Data) และฐานข้อมูล

– มาตรฐาน
สายดั้งเดิม(ความเชื่อ) ความพอใจส่วนบุคคล/กลุ่ม
สายวิทย์(PSDA) มาตรฐานสากล ISO 9001(ระบบ) และ ISO 17025 (ห้องแล็บ)

– การยอมรับ
สายดั้งเดิม(ความเชื่อ)
เฉพาะกลุ่มในประเทศ
สายวิทย์(PSDA) สากล (international) เชื่อมโยงสู่ Digital Asset/NFT ได้

•ยกระดับสู่มาตรฐานสากล ISO และ Digital Ecosystem

เป้าหมายสูงสุดของ “จารย์โจ๊ก“ไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีเครื่องมือที่ทันสมัย แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศใหม่” (New Ecosystem) ให้วงการพระเครื่องไทยเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก โดยได้ขับเคลื่อนใน 3 มิติสำคัญ
1. การรับรองระดับสากล (ISO) ผลักดันให้ศูนย์ตรวจสอบ PSDA Standard (Ed Scan) ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ในขอบข่ายการตรวจรับรองพระสมเด็จและวัตถุมงคลไทย เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ หรือ จีน
2. มิติด้านการศึกษาและวิจัยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา (เช่น วิทยาลัยสารพัดช่าง) ในการจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะ เพื่อสร้างมาตรฐานผู้ตรวจสอบ พร้อมทั้งผลักดันงานวิจัยด้านนี้เพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับสากล
3. เชื่อมโยงสู่โลกดิจิทัล (NFT) นำฐานข้อมูลพระแท้ที่ผ่านการรับรองเชิงวิทยาศาสตร์เชื่อมต่อกับระบบสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) และ NFT ร่วมกับพันธมิตร (เช่น เว็บเจ้าพระยา) เพื่อเปลี่ยนให้มรดกทางวัฒนธรรมไทยสามารถซื้อขายได้อย่างปลอดภัยทั่วโลก

บทสรุปของวงการ”จารย์โจ๊ก บ้านสมเด็จ“ คือหนึ่งในผู้นำความรู้วิชาการและการจัดการสมัยใหม่มาติดปีกให้วัฒนธรรมไทย เปลี่ยนจากการเล่นพระตาม “คำบอกเล่า” ให้เป็นการสะสมด้วย “ปัญญาและหลักฐาน” พร้อมยกระดับพระสมเด็จไทยให้กลายเป็นสินทรัพย์สากลที่โลกยอมรับอย่างแท้จริง

(ที่มาข้อมูล : https://kassakorn-n.blogspot.com/?m=1 )

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

จี้ ป.ป.ช. ฟันอธิบดีสรรพากร! “วัชระ” ร้องสอบละเว้นเก็บภาษี “ทักษิณ” 1.7 หมื่นล้าน ก่อนหมดอายุความ

https://www.youtube.com/shorts/fBP08QJRD8g "วัชระ เพชรทอง" ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ร้องตั้งคณะไต่สวนเอาผิดอธิบดีกรมสรรพากรและพวก ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้ "ทักษิณ ชินวัตร" 17,600 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เผยเคยส่งหนังสือจี้ 4 รอบแต่ไร้ผล ระบุคดีจ่อหมดอายุความ มี.ค. 70 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อชี้เบาะแสและขอให้พิจารณาไต่สวนดำเนินคดีอธิบดีกรมสรรพากรรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้จำนวน 17,600 ล้านบาท จากนายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาศาลฎีกา นายวัชระ ระบุในหนังสือร้องเรียนว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ทำหนังสือทวงถามไปยังอธิบดีกรมสรรพากรมาแล้วถึง 4 ฉบับ เพื่อขอให้เร่งรัดการจัดเก็บภาษีเงินได้ของนายทักษิณโดยด่วนที่สุด...

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก-พร้อมดันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเสริมธุรกิจ โตคู่ชุมชน กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัล Green Industry Award 2026 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เพื่อเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ประเมินอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) และระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว...

“วัชระ” ท้าชน “สตช.-ขนส่ง” ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษี ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งสูบเลือด ปชช. แฉโควตาแบ่งเค้ก 95%

https://www.tiktok.com/@suebjarkkhao/video/7683551588237036818?is_from_webapp=1&sender_device=pc กรุงเทพฯ (9 ก.ย. 2569) – นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน เนื้อหาในคำร้องของนายวัชระ ระบุถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมการขนส่งทางบก ทำบันทึกข้อตกลงเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้นายทะเบียนงดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) แก่เจ้าของรถที่ค้างชำระค่าปรับจราจร โดยนายวัชระระบุว่า มาตรการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 29 และ 39 เนื่องจากเป็นการตัดสิทธิการโต้แย้งและบังคับให้ประชาชนจำยอมชำระค่าปรับ ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลไม่มีความผิดจนกว่าศาลจะพิพากษาถึงที่สุด รวมทั้งการให้เจ้าของรถรับผิดชอบแทนผู้ขับขี่เป็นการผลักภาระที่ไม่เป็นธรรม โดยนายวัชระ ยังอ้างถึงคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด (คดีหมายเลขแดงที่ อ. 50/2568)...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.