ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมาตัวแทนชาวบ้านจากตำบลเขาหินซ้อน อำเภอและเครือข่ายภาคประชาชน “ฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์”ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสมาชิกวุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบและระงับยับยั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซของบริษัท บูรพาพาวเวอร์ ขนาด 600 เมกะวัตต์ และระบบสายส่งไฟแรงสูงขนาด 500 KV
หลังจากก่อนหน้านี้ตัวแทนชาวบ้านจากพื้นที่ตำบลเขาหินซ้อน และเครือข่ายแปดริ้ว ได้ร่วมกันเดินเท้าก้าวต่อก้าวไปยังทำเนียบรัฐบาล ระยะทางรวมกว่า 125 กม.เพื่อยื่นเรื่องถึงรัฐบาลให้ทบทวนและระงับการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์มาตั้งแต่ปลายปี 2568 แต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ
ตัวแทนชาวแปดริ้วเผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงการนี้คือก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินตามแผนผลิตไฟฟ้า PDP 2007 แต่ถูกชาวบ้านร่วมกันคัดค้านจนต้องพับโครงการไป แต่หน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนเจ้าของโครงการยังไม่ยอมรามือ ได้ปรับแผนก่อสร้างแบบเนียนๆ เปลี่ยนมาเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซ LNG เป็นวัตถุดิบ แล้วลักไก่ทำรายงาน EIA ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด ก่อนที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ “กกพ.”จะเร่งรีบอนุมัติใบอนุญาตออกไป โดยตัดขั้นตอนการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังไม่มีใบอนุญาตใช้น้ำตามเงื่อนไขการออกใบอนุญาตเลยด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้ ตัวแทนชาวบ้านเข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครองระยองเพื่อสั่งระงับการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงชั่วคราว รวมทั้งเรียกร้องให้มีการเพิกถอนใบอนุญาตและรายงาน EIA ของโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ หลังพบข้อมูล ขั้นตอนการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่กกพ.และก.พลังงานดำเนินการไปก่อนหน้า ก็ไม่เคยมีการประเมินฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ แถมยังจะมาเปิดศึกแย่งน้ำในลุ่มน้ำคลองท่าลาด ซึ่งเป็นสายเลือดใหญ่ที่ชาวบ้านใช้อุปโภค บริโภค และทำการเกษตรมานานด้วยอีก
อีกทั้งยังมีปัญหาในเรื่องข้อพิพาทเรื่องที่ดินและระบบสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯกฟผ.าจะเชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้า โดยมีการเวนคืนที่ดินเกษตรจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจึงรวมตัวกันยื่นคำร้องต่อศาลปกครองระยองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวเนื่องจากไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินได้อย่างเต็มที่
@สำรองไฟล้นทะลักยังสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อ?
ตัวแทนชาวแปดริ้วยังระบุด้วยว่า สิ่งที่ชาวแปดริ้วพากันเคลื่อนไหวคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้เพราะห็นว่าไม่คุ้มค่าสร้างสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตของชุมชน และสิ่งแวดล้อม ประกอบกับสำรองไฟของประเทศในปัจจุบันก็ล้นทะลักเกินความต้องการอยู่แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรานั้นมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกันสูงกว่าปริมาณความต้องการใช้ถึง 5 เท่า แต่ก็ยังขยันอนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ออกมาอีก
“การสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่จะยิ่งดันให้ค่าไฟของประชาชนพุ่งสูงขึ้นไปอีก จากต้นทุนการผลิตและการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ LNG นำเข้า รวมถึงค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนต้องถูกปล้นแม้จะไม่ได้ใช้ไฟ ยิ่งโครงการนี้จะต้องมีการลงทุนก่อสร้างระบบสายส่งขนาด 500 KV สร้างสถานีไฟฟ้าย่อย ที่ล้วนจะถูกส่งผ่านมาเป็นต้นทุนส่วนเกินให้ประชาชนทั้งประเทศแบกรับด้วยอีก”
“สำรองไฟล้นมะลักจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แต่ชาวบ้านต้องยอมเสียที่ดิน เสียแหล่งน้ำ และสูดฝุ่นPM ฟรีๆ เพื่อให้ได้โรงไฟฟ้าใหม่ แล้วสุดท้ายรัฐก็มาเก็บเงินเพิ่มจากกระเป๋า แบบนี้เป็นธรรมแล้วหรือ”
#โรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ #สำรองไฟล้นประเทศ #ค่าไฟแพง #เปลี่ยนผ่านพลังงาน #ฉะเชิงเทรา #เขาหินซ้อน #แปดริ้วรีพาวเวอร์





