วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 5, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวแปดริ้วฮือต้านโรงไฟฟ้า "บูรพาพาวเวอร์" อัดรัฐสำรองไฟล้นประเทศจะสร้างเพิ่มเพื่อใครอีก

แปดริ้วฮือต้านโรงไฟฟ้า “บูรพาพาวเวอร์” อัดรัฐสำรองไฟล้นประเทศจะสร้างเพิ่มเพื่อใครอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมาตัวแทนชาวบ้านจากตำบลเขาหินซ้อน อำเภอและเครือข่ายภาคประชาชน “ฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์”ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสมาชิกวุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบและระงับยับยั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซของบริษัท บูรพาพาวเวอร์ ขนาด 600 เมกะวัตต์ และระบบสายส่งไฟแรงสูงขนาด 500 KV

หลังจากก่อนหน้านี้ตัวแทนชาวบ้านจากพื้นที่ตำบลเขาหินซ้อน และเครือข่ายแปดริ้ว ได้ร่วมกันเดินเท้าก้าวต่อก้าวไปยังทำเนียบรัฐบาล ระยะทางรวมกว่า 125 กม.เพื่อยื่นเรื่องถึงรัฐบาลให้ทบทวนและระงับการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์มาตั้งแต่ปลายปี 2568 แต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ตัวแทนชาวแปดริ้วเผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงการนี้คือก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินตามแผนผลิตไฟฟ้า PDP 2007 แต่ถูกชาวบ้านร่วมกันคัดค้านจนต้องพับโครงการไป แต่หน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนเจ้าของโครงการยังไม่ยอมรามือ ได้ปรับแผนก่อสร้างแบบเนียนๆ เปลี่ยนมาเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซ LNG เป็นวัตถุดิบ แล้วลักไก่ทำรายงาน EIA ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด ก่อนที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ “กกพ.”จะเร่งรีบอนุมัติใบอนุญาตออกไป โดยตัดขั้นตอนการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังไม่มีใบอนุญาตใช้น้ำตามเงื่อนไขการออกใบอนุญาตเลยด้วยซ้ำ

ด้วยเหตุนี้ ตัวแทนชาวบ้านเข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครองระยองเพื่อสั่งระงับการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงชั่วคราว รวมทั้งเรียกร้องให้มีการเพิกถอนใบอนุญาตและรายงาน EIA ของโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ หลังพบข้อมูล ขั้นตอนการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่กกพ.และก.พลังงานดำเนินการไปก่อนหน้า ก็ไม่เคยมีการประเมินฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ แถมยังจะมาเปิดศึกแย่งน้ำในลุ่มน้ำคลองท่าลาด ซึ่งเป็นสายเลือดใหญ่ที่ชาวบ้านใช้อุปโภค บริโภค และทำการเกษตรมานานด้วยอีก

อีกทั้งยังมีปัญหาในเรื่องข้อพิพาทเรื่องที่ดินและระบบสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯกฟผ.าจะเชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้า โดยมีการเวนคืนที่ดินเกษตรจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจึงรวมตัวกันยื่นคำร้องต่อศาลปกครองระยองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวเนื่องจากไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินได้อย่างเต็มที่

@สำรองไฟล้นทะลักยังสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อ?

ตัวแทนชาวแปดริ้วยังระบุด้วยว่า สิ่งที่ชาวแปดริ้วพากันเคลื่อนไหวคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้เพราะห็นว่าไม่คุ้มค่าสร้างสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตของชุมชน และสิ่งแวดล้อม ประกอบกับสำรองไฟของประเทศในปัจจุบันก็ล้นทะลักเกินความต้องการอยู่แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรานั้นมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกันสูงกว่าปริมาณความต้องการใช้ถึง 5 เท่า แต่ก็ยังขยันอนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ออกมาอีก

“การสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่จะยิ่งดันให้ค่าไฟของประชาชนพุ่งสูงขึ้นไปอีก จากต้นทุนการผลิตและการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ LNG นำเข้า รวมถึงค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนต้องถูกปล้นแม้จะไม่ได้ใช้ไฟ ยิ่งโครงการนี้จะต้องมีการลงทุนก่อสร้างระบบสายส่งขนาด 500 KV สร้างสถานีไฟฟ้าย่อย ที่ล้วนจะถูกส่งผ่านมาเป็นต้นทุนส่วนเกินให้ประชาชนทั้งประเทศแบกรับด้วยอีก”

“สำรองไฟล้นมะลักจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แต่ชาวบ้านต้องยอมเสียที่ดิน เสียแหล่งน้ำ และสูดฝุ่นPM ฟรีๆ เพื่อให้ได้โรงไฟฟ้าใหม่ แล้วสุดท้ายรัฐก็มาเก็บเงินเพิ่มจากกระเป๋า แบบนี้เป็นธรรมแล้วหรือ”

#โรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ #สำรองไฟล้นประเทศ #ค่าไฟแพง #เปลี่ยนผ่านพลังงาน #ฉะเชิงเทรา #เขาหินซ้อน #แปดริ้วรีพาวเวอร์

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ชำแหละงบ 148 ล้าน’พรุคลองควาย’ มืดสนิท-พังยับ’วัชระ’ จี้ ป.ป.ช. ฟันทุจริต

https://youtube.com/shorts/MM-qXrE6mbE?si=Fx1Fk_cHgpgJqMbN นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการปรับภูมิทัศน์พรุคลองควาย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบสภาพมืดสนิทและชำรุดหนักแม้ใช้งบเฟสแรกไปแล้ว 148 ล้านบาท พร้อมชื่นชม ส.ท. 12 คน ที่ลงมติไม่รับมอบงาน จี้ ป.ป.ช. และกรมโยธาธิการฯ เข้าตรวจสอบความโปร่งใสโดยด่วน วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 2 ที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่บริเวณพรุคลองควาย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่าบรรยากาศโดยรอบมืดสนิท ไม่มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างและไม่มีห้องน้ำให้บริการประชาชน...

ขีดเส้น 7 วัน! “วัชระ” จี้ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี กวาดล้างต่างด้าวตั้งตัวเป็นเถ้าแก่แย่งอาชีพคนไทย รองผู้ว่าฯ รับลูกเร่งจัดการ

https://www.youtube.com/watch?v=Qd0wKjobnb4 อดีต สส.ประชาธิปัตย์ “วัชระ เพชรทอง” ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี แฉขบวนการต่างด้าวสวมรอยเป็นเจ้าของกิจการแย่งอาชีพคนไทยเกลื่อนเมือง ซัดมีเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วย-หนุนหลัง ขีดเส้นตายกวาดล้างให้สิ้นซากภายใน 7 วัน ด้านรองผู้ว่าฯ และจัดหางานจังหวัดรับเรื่องพร้อมเร่งลงพื้นที่ฟันผิดทันที เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกร้องให้เร่งดำเนินการกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาลักลอบแย่งอาชีพคนไทยในพื้นที่ หนังสือร้องเรียนระบุข้อเท็จจริงว่า ในพื้นที่ตลาดบ้านดอน เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และทุกอำเภอ มีบุคคลต่างด้าวตั้งตนเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม และประกอบอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทยอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยนายวัชระตั้งข้อสังเกตว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างราบรื่น เนื่องจากอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานรับสินบน หรือเกรงกลัวอิทธิพลทางการเมือง นายวัชระเรียกร้องให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีดำเนินการกวาดล้าง จับกุม และเนรเทศบุคคลต่างด้าวที่ละเมิดกฎหมายให้ออกนอกประเทศภายใน 7 วัน พร้อมระบุเงื่อนไขว่า หากตรวจสอบพบคนต่างด้าวเช่าอาคารสถานที่ของนักการเมืองท้องถิ่น หรือมีข้าราชการประจำและข้าราชการการเมืองรายใดเป็นตัวการหรือให้ความช่วยเหลือ...

จี้ อสส. ฟันล้มละลาย ‘ทักษิณ’ ทวงภาษี 1.7 หมื่นล้าน โฆษกอสส.รับลูก เผยตั้งทีมร่วมสรรพากรลุยสอบแล้ว

https://www.youtube.com/watch?v=VdNy2a80Bec วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ บุกยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด (อสส.) จี้เร่งฟ้องคดีล้มละลายและขอศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 'ทักษิณ ชินวัตร' เพื่อทวงหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้านบาท ก่อนหมดอายุความเดือนมีนาคม 2570 ด้านโฆษก อสส. เผยอัยการสูงสุดสั่งตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมสรรพากรเร่งพิจารณาสำนวนแล้ว ยืนยันทำงานโปร่งใสพร้อมแจงสังคมทุกมิติ นายวัชระ เพชรทอง เดินทางมายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อขอให้เร่งรัดการดำเนินคดีล้มละลายกับนายทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างอิงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50(2) และมาตรา 10 เพื่อติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรที่ 6890/2568 จำนวนกว่า 17,000 ล้านบาท นายวัชระระบุว่าพฤติการณ์ของจำเลยมีเจตนาลวงซ่อนเร้นอำพรางการถือและขายหุ้นเพื่อหลีกหนีการชำระภาษี ประกอบกับคดีจะขาดอายุความในวันที่ 27 มีนาคม...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.