วันศุกร์, เมษายน 3, 2026
หน้าแรกซุปเปอร์บันเทิงอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง "ดีเจแมน-ใบเตย" กับพวก...

อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง “ดีเจแมน-ใบเตย” กับพวก คดีแชร์ลูกโซ่ Forex 3D ทุกข้อหา

วันที่ 9 พ.ค. นาย โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า สำนักงานคดีพิเศษสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีควาทเห็นคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา 6 ราย รวมถึงนายพัฒนพล ดีเจแมน และ นางสาว สุธีวัน กุญชร หรือ ใบเตย จากคดีแชร์ลูกโซ่ Forex 3D ใน 3 ข้อหา คือ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จฯ

เนื่องจากมีพยานหลักฐานเพียงพอให้สั่งฟ้อง จากนี้จะนำเรื่องเสนออธิบดีอัยการพิเศษดำเนินการต่อ และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 รายไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา โดยจำเลยมีสิทธิ์ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลได้ และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะอนุญาตหรือไม่

ทั้งนี้ คดีแชร์ Forex 3D ผู้ต้องหา 2 ชุดแรก ศาลไม่ได้ให้ประกันตัว โดย กรณีของ “ดีเจแมน” และ “ใบเตย” พยานหลักฐานในสำนวนเหมือนกับ 2 สำนวนแรก อาจมีแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างพฤติการณ์กระทำความผิด ซึ่งต้องรอดูว่าศาลจะมีคำสั่ง ให้ประกันตัวหรือไม่

สำหรับผู้ต้องหาที่เป็นชาวฮังการี ซึ่งหลบหนีอยู่ในต่างประเทศนั้น ตามขั้นตอนจะต้องออกหมายจับ และใช้ช่องทางส่งผู้ร้ายข้ามแดนนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทย

ต่อมาญาติยื่นเงินสด 5 ล้าน ประกันตัว “ใบเตย” พร้อมคำร้องขอติดกำไล EM ขณะที่แม่ “ดีเจอแมน” ยื่นเงินสด 1 แสน พร้อมคำร้องขอติดกำไล EM เช่นกัน

ต่อมานายชาญวิทย์ ทวีสิน น้องชายและผู้จัดการของ ใบเตย เปิดเผยว่า ได้ยื่นเงินสด 5 ล้านบาท พร้อมยื่นคำร้องขอติดกำไล EM เพื่อขอประกันตัวของใบตัว

ขณะที่นางพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา นักแสดงรุ่นใหญ่ และเป็นแม่ของ ดีเจแมน ระบุว่า เบื้อต้นตนยื่นคำร้องขอประกันตัว โดยใช้เงินสด 100,000 บาท พร้อมกับยื่นคำร้องขอติดกำไล EM เช่นเดียวกัน

โดยในช่วงบ่ายจะรอฟังคำพิจารณาของศาลฯ ว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

กสม. ชี้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำขาดประสิทธิภาพ ระบุเกษตรกรยังได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง แนะทบทวนแผนแก้ไขปัญหา

กสม. ชี้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำขาดประสิทธิภาพ ระบุเกษตรกรยังได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง แนะทบทวนแผนแก้ไขปัญหา - เตรียมเสนอมหาดไทย ยกเลิกหนังสือเวียนห้ามนายทะเบียนท้องที่ดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิสถานะ ชี้ไม่มีกฎหมายให้อำนาจและกระทบสิทธิประชาชนเกินจำเป็น วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 12/2569 โดยมีวาระสำคัญดังนี้ 1.กสม. ชี้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำขาดประสิทธิภาพ ระบุเกษตรกรยังได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง แนะทบทวนแผนแก้ไขปัญหาโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเครือข่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ 19 จังหวัด เมื่อเดือนมกราคม 2568 ระบุว่า...

“มหากาพย์คดีพิเศษพนักงานการท่าเรือฯ กว่า 500 คนถูกกล่าวหาทุจริตเงินค่าล่วงเวลา กว่า 3,000 ล้าน” ยังไม่จบ….ปี 69 เตรียมเปิดศึกใหม่ ใหญ่กว่าเดิม !

ตลอดเวลา 10 ปี (ระหว่างปี 2557–2567) คนไทยมีโอกาสเห็นการทำคดีใหญ่ระดับมหากาพย์ เป็นคดีที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ร้องทุกข์กล่าวโทษ ดีเอสไอ ให้รับเป็นคดีพิเศษดำเนินคดีกับพนักงานการท่าเรือฯ จำนวนกว่า 500 คน ทุจริตเงินค่าล่วงเวลากว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งมีพนักงานฯ ผู้บริสุทธิ์ถูกกล่าวหามากกว่าครึ่งพันคน และต้องอยู่ภายใต้เงาคดีนานกว่า 7 ปี สุดท้ายอัยการส่งฟ้องได้แค่ 30 กว่าคน ก่อนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ชั้นต้น) ยกฟ้องมหากาพย์ครั้งนั้นทิ้งไว้เพียงบาดแผล เลือด คราบน้ำตา และศพเพื่อนที่เสียชีวิตระหว่างรอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพนักงานฯ ผู้บริสุทธิ์หลายราย แต่ในปีนี้ 2569 มหากาพย์ครั้งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อเดือนตุลาคม 2568 อดีตพนักงานฯ ผู้เสียหายจำนวน 46 คน ได้ร่วมกันยื่นฟ้องการท่าเรือแห่งประเทศไทย...

พัทยาเปิดตัว Health Station เช็กสุขภาพอัตโนมัติ 5 นาที ยกระดับสู่ Smart Health City ด้วย AI และ Big Data

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดให้บริการ “เครื่องสถานีตรวจสุขภาพ (Health Station)” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสุขภาพเบื้องต้นได้ด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที ณ บริเวณชั้น 1 อาคารศาลาว่าการเมืองพัทยา โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้าร่วมพิธี เมืองพัทยาในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ กำลังเผชิญความท้าทายด้านสาธารณสุขจากการขยายตัวของประชากร ทั้งผู้อยู่อาศัย นักท่องเที่ยว และแรงงานเคลื่อนย้าย ส่งผลให้ระบบบริการสุขภาพเดิมไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา จึงได้จัดทำ “โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศทางการแพทย์และการสาธารณสุขเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนเมืองพัทยา” โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Big Data...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.