กลายเป็นเรื่องราวสุดรันทดเมื่อคุณยายวัย 70 ปี แม่ค้าขายน้ำพริกย่านคลองเตย ถูกคนร้ายทำทีมาซื้อน้ำพริกเพียง 10 บาท ก่อนอาศัยจังหวะเผลอฉกกระเป๋าซึ่งภายในมีทองคำหนักรวม 10 บาท และเงินสดอีก 3 หมื่นบาท หลบหนีลอยนวล เผยเป็นทรัพย์สินก้อนสุดท้ายที่สะสมมาตั้งแต่อายุยังน้อย
ล่าสุดพรุ่งนี้ วันจันทร์ที่ 2 ก.พ.69 เวลา 10.30 น.ที่ด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า (ริมฟุตบาท) จ.ค. “จ่าคิงส์ สะพานใหม่” เตรียมพาคุณยายเข้าร้องกองปราบฯ ช่วยหลังคดีไม่คืบหน้า
คุณยายวัย 70 ปี เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในซอยเจริญสุข ถนนพระรามที่ 4 เขตคลองเตย ขณะที่ตนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมของขาย ปรากฎว่ามีชายหนุ่มทำทีเป็นลูกค้า เข้ามาขอซื้อน้ำพริก 1 ถุง ราคา 10 บาท โดยยื่นธนบัตร 100 บาทให้ ขณะที่ตนเดินไปหยิบเงินทอน คนร้ายได้เดินตามไปที่หน้าประตูและจดจ้องดูที่เก็บกระเป๋าเงินอย่างผิดปกติ หลังจากได้รับเงินทอน คนร้ายทำทีลุกลี้ลุกรนก่อนจะเดินออกไป ในช่วงที่ตนกลับไปดูหม้อต้มมันที่ทำค้างไว้ คนร้ายได้แอบเข็นรถจักรยานยนต์ไปจอดถัดไป และย้อนกลับมาฉกกระเป๋าไปอย่างรวดเร็ว
คุณยายเล่าต่อ จากหลักฐานกล้องวงจรปิดพบเห็นคนร้าย แต่ไม่สามารถระบุใบหน้าได้ชัดเจนเนื่องจากสวมหมวกและหน้ากากอนามัย (Mask) ปิดบังอำพราง
คุณยายเปิดใจด้วยน้ำตาว่า ทรัพย์สินที่สูญหายไปประกอบด้วย ทองคำรูปพรรณและพระเลี่ยมทอง: น้ำหนักรวม 10 บาท (สะสมมาตั้งแต่สมัยทองคำราคาบาทละ 6,000 บาท) , เงินสดจำนวน 30,000 บาท
รวมมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 1,030,000 บาท
จ.ค.จ่าคิงส์ แจ้งนัดหมายร้องสื่อ-กองปราบ โดยระบุว่า หลังเกิดเหตุคุณยายได้แจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ แต่เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนคดียังไม่มีความคืบหน้า ทำให้คุณยายตัดสินใจเข้าร้องเรียนตนเพื่อขอความเป็นธรรมและประสานงานไปยังกองบังคับการปราบปราม
ซึ่งตัวคุณยายหวังเพียงว่าจะได้ทรัพย์สินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตกลับคืนมา เพื่อไว้ใช้ในยามบั้นปลายชีวิตต่อไป







