วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 1, 2026
หน้าแรกซุปเปอร์บันเทิง“นาวิน ต้าร์” เปิดคลิปห้องประชุม...

“นาวิน ต้าร์” เปิดคลิปห้องประชุม แจงประเด็นดราม่า ยืนยันรู้สึกถูก “ละเมิด-ดูหมิ่น” เตรียมดำเนินการทางกฎหมาย

วันนี้ 11 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือ “เคนโด้” พร้อมด้วย นายนาวิน เยาวพลกุล หรือ “นาวิน ต้าร์” ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน กรณีประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นในสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าครอบครัวได้มูฟออนจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว แต่จำเป็นต้องออกมาพูดเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หลังมีบางประเด็นถูกพูดถึงในรายการโทรทัศน์ซึ่งสวนทางกับความเป็นจริง

นายเกรียงไกรมาศ กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวของนาวิน ต้าร์ และภรรยา “น้ำหวาน” ได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ลดลง แต่กลับทำให้ทั้งคู่เข้าใจกันมากขึ้น สถานการณ์นี้ครอบครัวเขาผ่านกันมาแล้ว คุณน้ำหวานกับนาวิน ต้าร์ เขามูฟออนแล้ว แล้วก็ไม่ได้อยากเอ่ยถึงประเด็นนี้อีก แต่เมื่อวานมีการพูดถึงหลายประเด็นที่สวนทางกับความจริง วันนี้เลยอยากเปิดคลิปจากในห้องประชุม เพื่อให้สื่อมวลชนได้ฟังข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนในประเด็นที่ถูกพูดถึงเกี่ยวกับการ “จับหน้าอก” นายเกรียงไกรมาศ ระบุว่า ได้เห็นคลิปแล้ว แต่ขอสงวนรายละเอียดเพื่อให้เกียรติฝ่ายผู้หญิง ผมดูคลิปแล้วนะครับ เรื่องการจับหน้าอก เราขอสงวนไว้ เพราะต้องให้เกียรติฝ่ายนั้นด้วย เขาอาจจะไม่รู้ตัว หรือเหตุการณ์พาไป ภาพที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกตีความ แต่เราขอไม่ลงรายละเอียด เพราะต้องให้เกียรติผู้หญิง

ต่อมา นายนาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์ ได้กล่าวขอบคุณนายเกรียงไกรมาศ ที่ช่วยออกมาชี้แจงต่อสื่อ พร้อมระบุว่าต้องการพูดเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ พร้อมขอพูดเองด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของผมโดยตรง ผมอยากพูดครั้งเดียว เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะตัวเขา แต่กระทบต่อภรรยาด้วย ในฐานะสามีคนหนึ่ง ต้องบอกว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบแค่ผม แต่มันกระทบภรรยาผมด้วย คำพูดและคำวิจารณ์ต่างๆ ที่มีต่อภรรยาผม ผมรู้สึกเจ็บปวด เพราะภรรยาผมไม่ใช่บุคคลสาธารณะ เขาไม่จำเป็นต้องมารับคำพูดเหล่านี้

นาวิน ต้าร์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในห้องประชุมเพียงครั้งเดียว แต่ถูกนำไปคาดเดาและตีความหลากหลายทาง วันนี้จึงนำข้อเท็จจริงบางส่วนออกมาเปิดเผย เพื่อให้สังคมตัดสินจากข้อเท็จจริง ไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีหรือตอบโต้ใคร พร้อมชี้แจงถึงที่มาของการประชุมว่า เป็นการประเมินบุคคลที่จะมาช่วยสอนด้านการทำการตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะบริษัทต้องการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปในแพลตฟอร์มอื่น จึงมีการติดต่อคนที่จะมาช่วยสอนด้านนี้ แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้ตกลงว่าจะจ้างหรือไม่ เป็นเพียงการประเมินก่อน สุดท้ายเราก็เห็นว่าเขาทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ก็เลยตัดสินใจว่าจะไม่ทำงานด้วย ระหว่างการแถลงชี้แจงมีการเปิดคลิปบางส่วนจากในห้องประชุม โดยมีบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมอธิบายว่าอีกฝ่ายรับทราบอยู่แล้วว่านาวิน ต้าร์ จะเข้าร่วมประชุมด้วย

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเสียงที่ปรากฏในคลิป ซึ่งถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ นาวิน ต้าร์ ให้ความเห็นว่า ส่วนสิ่งที่เขาทำในห้องประชุมตรงนั้น ผมคิดว่ามันไม่เหมาะสม แล้วผมรู้สึกว่ามันเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีกัน ห้องประชุมเป็นที่ที่เราควรมีความสุภาพและมารยาท แต่เขาใช้สถานการณ์ตรงนั้นเพื่อแสดงบางอย่าง” พร้อมกล่าวย้ำว่า “ในสิทธิของผม ผมรู้สึกว่าผมถูกละเมิด และผมถูกดูหมิ่น หลังจากนี้ก็จะเป็นขั้นตอนทางกฎหมาย

นาวิน ต้าร์ กล่าวอีกว่า หลักฐานทั้งหมดรวมถึงคลิปเต็มอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย และจะนำเข้าสู่การพิสูจน์ตามขั้นตอน เรามีหลักฐานอยู่จริง การที่ออกมาพูดวันนี้เพราะอีกฝ่ายบอกให้เปิด เราก็ไม่มีปัญหา หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตามที่กฎหมายคุ้มครองเราได้

ด้านนายเกรียงไกรมาศ กล่าวว่า การออกมาชี้แจงครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งหรือโต้ตอบกันในสังคม วันนี้ทั้งสองคนตั้งใจพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อให้สื่อและประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริง ไม่ได้ต้องการให้เป็นสงครามโซเชียล หรือโต้ตอบกันไปมา

ขณะที่นาวิน ต้าร์ ยืนยันว่า หลังจากนี้จะให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และเชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรม เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว หลังจากนี้ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน และผมเชื่อว่าผมจะได้รับความยุติธรรม ทั้งนี้ นาวิน ต้าร์ ย้ำว่าการแถลงครั้งนี้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและครอบครัวเท่านั้น พร้อมระบุว่าขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลความรู้สึกของครอบครัว พร้อมขอให้สังคมเคารพพื้นที่ส่วนตัวในช่วงเวลาที่ต้องปรับความเข้าใจกัน

นาวิน ต้าร์ กล่าวอีกว่า ผมก็คาดเดาไม่ได้ว่ามันจะเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือขอพื้นที่ตรงนี้ ช่วยเคารพครอบครัวผมด้วย เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องเยียวยาซึ่งกันและกัน ผมต้องคุยกับภรรยาและปรับความเข้าใจกันในหลายเรื่อง ผมยืนอยู่ตรงนี้เพราะต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของภรรยาผม ผมทนไม่ได้ที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับภรรยาผม คนที่พูดถึงเขา ก็ควรเกรงใจผมด้วย

ด้านนายเกรียงไกรมาศ กล่าวอีกว่า วันนี้อยากให้พี่ๆ สื่อมวลชนมองในมุมความรักของครอบครัวคุณน้ำหวานกับคุณนาวิน ต้าร์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมาจากความรัก ถ้าไม่รักกันก็คงไม่ห่วงกันขนาดนี้ ทั้งสองคนปกป้องกันมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาเหมือนเดิม

นาวิน ต้าร์ ยืนยันด้วยว่า ความสัมพันธ์กับภรรยายังคงเหมือนเดิม ว่า “เรายังอยู่ด้วยกัน ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ครับ” แต่ยอมรับว่าหลังเกิดกระแสข่าว มีความคิดเห็นจำนวนมากในโลกออนไลน์ที่สร้างความรู้สึกไม่ดี แต่ไม่ต้องการลงรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความละเอียดอ่อน ในส่วนของการดำเนินการทางกฎหมาย นาวิน ต้าร์ ยืนยันว่าหลังจากนี้จะปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและทีมทนายความ

นาวิน ต้าร์ กล่าวว่า การออกมาชี้แจงต่อสื่อครั้งนี้ เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่กล่าว “ผมมาที่นี่เพื่อยืนยันว่าผมมีหลักฐาน และสิ่งที่ผมพูดทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง ไม่มีอะไรบิดเบือนไปเลย”

ขณะเดียวกัน ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าว บรรยากาศในที่ประชุมมีความไม่เหมาะสมบางประการ จนทำให้การประชุมต้องหยุดเป็นระยะ ในมุมของทีมงาน มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และทำให้บรรยากาศในการประชุมเสียไป เพราะเรามาทำงานแบบมืออาชีพ แต่เหตุการณ์นั้นทำให้การประชุมต้องหยุดหลายครั้ง

ด้านเคนโด้ กล่าวว่า จริงๆ พี่ต้าร์เป็นสุภาพบุรุษมาก ไม่ชอบออกมาพูดหรือโต้เถียงกับใคร แต่วันนี้ที่ออกมาชี้แจง เพราะต้องการปกป้องคนที่เขารักที่สุดคือภรรยา พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวเวลาพาดหัวข่าว อยากให้ใช้คำว่า ‘ชี้แจง’ มากกว่าคำที่ทำให้ดูเหมือนการปะทะหรือฟาดกัน เพราะอาจทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมมากขึ้น

นาวิน ต้าร์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ครอบครัวได้ก้าวผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และต้องการเดินหน้าต่อไป โดยปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

จี้ ป.ป.ช. ฟันอธิบดีสรรพากร! “วัชระ” ร้องสอบละเว้นเก็บภาษี “ทักษิณ” 1.7 หมื่นล้าน ก่อนหมดอายุความ

https://www.youtube.com/shorts/fBP08QJRD8g "วัชระ เพชรทอง" ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ร้องตั้งคณะไต่สวนเอาผิดอธิบดีกรมสรรพากรและพวก ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้ "ทักษิณ ชินวัตร" 17,600 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เผยเคยส่งหนังสือจี้ 4 รอบแต่ไร้ผล ระบุคดีจ่อหมดอายุความ มี.ค. 70 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อชี้เบาะแสและขอให้พิจารณาไต่สวนดำเนินคดีอธิบดีกรมสรรพากรรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้จำนวน 17,600 ล้านบาท จากนายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาศาลฎีกา นายวัชระ ระบุในหนังสือร้องเรียนว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ทำหนังสือทวงถามไปยังอธิบดีกรมสรรพากรมาแล้วถึง 4 ฉบับ เพื่อขอให้เร่งรัดการจัดเก็บภาษีเงินได้ของนายทักษิณโดยด่วนที่สุด...

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก-พร้อมดันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเสริมธุรกิจ โตคู่ชุมชน กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัล Green Industry Award 2026 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เพื่อเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ประเมินอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) และระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว...

“วัชระ” ท้าชน “สตช.-ขนส่ง” ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษี ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งสูบเลือด ปชช. แฉโควตาแบ่งเค้ก 95%

https://www.tiktok.com/@suebjarkkhao/video/7683551588237036818?is_from_webapp=1&sender_device=pc กรุงเทพฯ (9 ก.ย. 2569) – นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน เนื้อหาในคำร้องของนายวัชระ ระบุถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมการขนส่งทางบก ทำบันทึกข้อตกลงเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้นายทะเบียนงดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) แก่เจ้าของรถที่ค้างชำระค่าปรับจราจร โดยนายวัชระระบุว่า มาตรการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 29 และ 39 เนื่องจากเป็นการตัดสิทธิการโต้แย้งและบังคับให้ประชาชนจำยอมชำระค่าปรับ ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลไม่มีความผิดจนกว่าศาลจะพิพากษาถึงที่สุด รวมทั้งการให้เจ้าของรถรับผิดชอบแทนผู้ขับขี่เป็นการผลักภาระที่ไม่เป็นธรรม โดยนายวัชระ ยังอ้างถึงคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด (คดีหมายเลขแดงที่ อ. 50/2568)...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.