นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการปรับภูมิทัศน์พรุคลองควาย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบสภาพมืดสนิทและชำรุดหนักแม้ใช้งบเฟสแรกไปแล้ว 148 ล้านบาท พร้อมชื่นชม ส.ท. 12 คน ที่ลงมติไม่รับมอบงาน จี้ ป.ป.ช. และกรมโยธาธิการฯ เข้าตรวจสอบความโปร่งใสโดยด่วน
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 2 ที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่บริเวณพรุคลองควาย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่าบรรยากาศโดยรอบมืดสนิท ไม่มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างและไม่มีห้องน้ำให้บริการประชาชน ทั้งที่โครงการนี้ใช้งบประมาณในเฟสแรกหมดไปแล้วถึง 148 ล้านบาท สำหรับการดำเนินการในเฟสที่ 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้น นายวัชระระบุว่าต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ไม่ใช่ทำตามใจชอบ
โดยนายวัชระกล่าวขอบคุณสมาชิกสภาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีจำนวน 12 ท่าน ที่ลงมติไม่รับโอนโครงการพรุคลองควายมาเป็นสมบัติของเทศบาล เนื่องจากโครงการเฟสแรกยังมีจุดชำรุดบกพร่องจำนวนมาก เช่น คอสะพานทรุด ทางวิ่งร่อน และปัญหาอื่นๆ ที่ไม่ตรงตามแบบ
พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการตรวจรับของกรมโยธาธิการและผังเมือง ตรวจรับงานอย่างละเอียดให้ตรงตามแบบทุกประการ รวมถึงจี้ให้ ป.ป.ช. สุราษฎร์ธานี ทำหน้าที่ตรวจสอบโครงการระดับร้อยล้านบาทว่ามีการทุจริตหรือไม่ ไม่ใช่มุ่งแต่ตรวจสอบงบอาหารกลางวันเด็กนักเรียนเพียงอย่างเดียว โดยนายวัชระได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น เพื่อรักษาเงินภาษีของประชาชน และกล่าวขอบคุณสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี โดยคุณสมโภชน์ โตรักษา ที่ร่วมเกาะติดตรวจสอบประเด็นดังกล่าว






