โจทก์ฟ้องว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งมีการแข่งขันกีฬาประเภทอีสปอร์ต หนึ่งในนั้นคือเกมส์ ROV หรือ AOV มีสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบการแข่งขัน
โดยจำเลยที่ 1 เป็นหนึ่งในนักกีฬาประเภททีมหญิงของประเทศไทย การแข่งขันกีฬาดังกล่าวคณะกรรมการจัดการแข่งขันได้กำหนดระเบียบและจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้แข่งขันตลอดจนบัญชีผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) เฉพาะสำหรับการแข่งขันให้นักกีฬา และไม่อนุญาตให้มีการติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติมในโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้แข่งขัน
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นตอน โดยจำเลยที่ 1 ซึ่งครอบครองโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้แข่งขันใช้วิธีการใดไม่ปรากฏชัดเจนจนล่วงรู้ชื่อบัญชีและรหัสผ่านที่ใช้ในการเข้าถึงโปรแกรมเกมส์ ROV หรือ AOV อันเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ และเป็นการล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ
จากนั้นจำเลยที่ 1 ติดตั้งแอปพลิเคชันดิสคอร์ด (Discord) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ในการส่งข้อความ ภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งส่งภาพหน้าจอได้แบบเรียลไทม์ (แชร์หน้าจอ) ลงในโทรศัพท์ที่ใช้แข่งขันอันเป็นการร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน
แล้วจำเลยที่ 1 ส่งชื่อบัญชีและรหัสผ่านที่ใช้เข้าถึงโปรแกรมเกมส์ ROV หรือ AOV ผ่านทางแอปพลิเคชันดิสคอร์ดให้จำเลยที่ 2 ซึ่งก็ติดตั้งแอปพลิเคชันดิสคอร์ดในโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์ที่เตรียมไว้สำหรับรับส่งชื่อบัญชีและรหัสผ่านไว้แล้วเช่นกัน ทำให้จำเลยที่ 2 สามารถเข้าถึงโปรแกรมเกมส์ROV หรือ AOV ได้
ต่อมาจำเลยที่ 2 เข้าถึงโปรแกรมเกมส์ ROV หรือ AOV ที่ติดตั้งในโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ผู้จัดแข่งขันได้ส่งมอบให้กับจำเลยที่ 1 ใช้ในการแข่งขันโดยวิธีการใช้ชื่อบัญชีและรหัสผ่านที่ได้รับจากจำเลยที่ 1 ผ่านเข้าไปอย่างโปรแกรมเกมส์ ROV หรือ AOV ดังกล่าว ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าถึงโปรแกรมเกมส์ ROV หรือ AOV ที่กำลังแข่งขันโดยไม่ได้รับอนุญาต และเข้าแข่งขันในโปรแกรมเกมส์ ROV หรือ AOV แทนจำเลยที่ 1 โดยอำพรางตนเป็นจำเลยที่ 1 อันเป็นการร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และเป็นการล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ แล้วนำไปเปิดเผยโดยมิชอบ
โดยขณะที่จำเลยที่ 2 เข้าถึงโปรแกรมเกมส์ ROV หรือ AOV จำเลยที่ 2 ได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์ของจำเลยที่ 2 ส่งภาพหน้าจอแบบเรียลไทม์ (แชร์หน้าจอ) ให้แก่จำเลยที่ 1 ผ่านทางแอปพลิเคชันดิสคอร์ดทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ผู้จัดการแข่งขันส่งมอบให้จำเลยที่ 1 ใช้ในการแข่งขันปรากฏภาพหน้าจอแบบเรียลไทม์เหมือนกับที่ปรากฏในโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์ที่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 เป็นผู้แข่งขันแทนจำเลยที่ 1 โดยที่จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้แข่งขันโปรแกรมเกมส์ ROV หรือ AOV ดังกล่าวแต่อย่างใด
การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันหลอกลวงให้ผู้จัดการแข่งขัน ผู้แข่งขัน ผู้เข้าชมกีฬาอีสปอร์ตและผู้ที่พบเห็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จำเลยที่ 1 ใช้แสดงในการแข่งขันหลงเชื่อว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้เข้าแข่งขันโปรแกรมเกมส์ ROV หรือ AOVด้วยตนเอง อันเป็นการร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตนและเป็นการล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะและนำไปเผยแพร่โดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เหตุเกิดที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 5, 6, 7 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลสั่งให้สืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสองและพิจารณาแล้วจึงพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 5, 6, 7 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 7 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 เดือน
พิเคราะห์รายงานสืบเสาะและพินิจของจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันทุจริตในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกนักกีฬา มาตรฐานการแข่งขันในระดับนานาชาติ ทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของนักกีฬาอีสปอร์ตหญิงไทยและประเทศชาติเสียหาย
พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษจำเลยทั้งสอง แต่เห็นสมควรให้ใช้การกักขังแทนโทษจำคุกจึงอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ให้เปลี่ยนโทษจำคุก 3 เดือน เป็นกักขังจำเลยทั้งสองคนละ 3 เดือนแทน















