ความคืบหน้าคดีที่ บก.ปปป. ร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. จับกุม นายศรายุทธ อายุ 41 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ที่แอบอ้างว่ามีความสนิทสนมกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียกรับเงิน 15 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือทางคดีให้แก่รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร
เมื่อวานหลังสอบปากคำ พนักงานสอบสวน บก.ปปป.ได้นำตัวนายศรายุทธไป ควบคุมที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สอบสวนที่ บช.ก. เดี๋ยวก็กระทั่งเมื่อเวลา 10:00 น. ที่ผ่านมา พนักงานสองตัวได้ควบคุมตัวนายศรายุทธไปสอบปากคำเพิ่มเติม ที่อาคารพิทักษ์สันติ (บช.ก.) โดยระหว่างควบคุมตัวผู้สื่อข่าวพยามสอบถามนายศรายุทธว่า เมื่อคืนหลังถูกคุมขังเป็นอย่างไรบ้าง กินข้าวอิ่มหรือไม่ สบายดีหรือเปล่า และได้ก่อเหตุเรียกรับเงินเพื่อไปส่งให้เจ้านายจริงหรือไม่ ทำไมจึงลดราคาเงินค่าเคลียร์คดี จาก 15 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท แต่นายศรายุทธไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด
มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ว่า นายศรายุทธให้การรับสารภาพแล้ว โดยให้เหตุผลว่าทำให้เจ้านายเก่าและเพื่อน ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลว่าบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างนั้นมีใครบ้าง ซึ่งต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนจะอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน
พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ภายหลังสอบปากคำ นายศรายุทธ อาย 41 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ผู้ต้องหาแอบอ้างว่ามีความสนิทสนมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เรียกรับเงิน 15 ล้านบาท กับรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อช่วยเหลือคดีทุจริต ที่อยู่ระหว่างพิจารณาที่มูลความผิดของ ป.ป.ช.
จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเชื่อว่าจะสามารถนำข้อมูลไปใช้ขยายผล เพื่อให้คดีเดินหน้าต่อไปได้เพราะคดีนี้ส่วนตัวเชื่อว่า ไม่น่าจะกระทำการโดยลำพังได้ และน่าจะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลจึงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด
เบื้องต้น มีรายงานว่าพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. ให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท เนื่องจากเป็น บุคคลธรรมดาไม่ใช่ข้าราชการ ขณะที่ นายศรายุทธให้การรับสารภาพ โดยให้เหตุผลว่า ลงมือกระทำการดังกล่าว ตามคำสั่งเจ้านายเก่าและเพื่อน ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลว่าบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างนั้นมีใครบ้าง โดยจะต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม


















