ภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการ ตรวจสอบบริษัทในพื้นที่ซึ่งมีลักษณะการกระทำความผิด หรือการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือความผิดอื่นใดตาม พรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ 2551 นั้น
กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท., นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว, พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน.บช.ทท, สั่งการให้ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา รอง ผกก.สืบสวน บช.ทท.และ นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคตะวันออกพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ กรมการท่องเที่ยว สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก
โดยปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นจากผู้แจ้ง แจ้งถึงความผิดปกติในการพาผู้สูงอายุจำนวนมาก ไปเที่ยวยังสถานที่ ต่างๆ โดยใช้ชื่อว่า ลิตเติ้ล ทัวร์ เมื่อทำการตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวไม่พบใบอนุญาตนำเที่ยว จึงได้นำข้อมูลมอบให้กับนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์และได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่ จว.ตาก จากนั้นจึงได้ประสานตำรวจท่องเที่ยวและนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ว่า ในวันที่ 28-30 มีนาคม 2569 บริษัทดังกล่าวจะนำนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากกรมท่องเที่ยว จึงได้สนธิกำลังเพื่อเก็บพยานหลักฐาน ตั้งแต่วันที่28 มีนาคม เดินทางเข้าพักโรงแรมในเมืองพัทยา 29 มีนาคม นั่งเรือโดยสารข้ามฝั่งไปเกาะล้านเพื่อดำน้ำและพักค้างคืน และ 30 มีนาคม นั่งเรือโดยสารเดินทางกลับมาบริเวณท่าเรือแหลมบาลี ฮาย อย่างไกล้ชิดทุกขั้นตอน จนเป็นที่แน่ชัดว่ามีการกระทำความผิดจริง นั้น
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากกรมท่องเที่ยว
เพื่อทำการตรวจสอบ น.ส.สินี (สงวนนามสกุล) ซึ่ง เป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่ จองที่พักโรงแรม จองรถโดยสาร จ่ายค่า
เรือข้ามฝาก และเป็นผู้จัดรายการนำเที่ยวให้แก่ผู้ร่วมคณะเดินทางครั้งนี้ และเมื่อ เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบใบอนุญาต
นำเที่ยว น.ส.สินี ไม่สามารถนำมาแสดงได้ รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ยังพบของกลางดังนี้
1. รายการนำเที่ยว
2. รายชื่อนักท่องเที่ยวหลักฐานการจ่ายเงิน
3 .หลักฐานอื่นๆ
4. หลักฐานการจ่ายเงินค่าโรงแรม
เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ น.ส.สินี (สงวนนามสกุล) “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากนายทะเบียนฯ ตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙” นำตัว พร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองพัทยาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและกรมการท่องเที่ยว ขอประชาสัมพันธ์ แก่ประชาชน ในห้วงเวลานี้เป็นช่วงปิดเทอมของนักเรียนนักศึกษาและเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวไทยทั้งในประเทศและนอกประเทศ หากต้องการพาบุตรหรือไปท่องเที่ยว ให้ทำการตรวจสอบใบอนุญาตนำเที่ยวของบริษัทที่การซื้อทัวร์ได้ที่ https://www.dot.go.th เพื่อเป็นการยืนว่าบริษัทมีการขอใบอนุญาตถูกต้อง หรือหากได้รับความไม่เป็นธรรม หรือถูกโกงจากบริษัทนำเที่ยวหรือมีเบาะแสการกระทำความผิดให้แจ้งได้ที่ สายด่วน 1155กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
หากประชาชนท่านใด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับกรกระทำความผิด สามารณข้าไปเจ้งความได้ที่ www.Thaipoliceonline.com หรือ แอปพลิเคชั่น Tourist Police i tert u หรือสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว โทร. ๑๑๕๕ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง














