(7 เม.ย.69) เวลา 10.00 น. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดกิจกรรมธนาคารเวลาเมืองพัทยา ร่วมด้วยนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา นายศักดิ์ไชย เจริญอยู่คงรอด ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา และนายบัญชา กุลละวณิชย์ เลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมโรงแรมไบรท์ตัน แกรนด์ พัทยา จังหวัดชลบุรี
เมืองพัทยา โดยสำนักการศึกษา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ แนวคิด กลไกการแลกเปลี่ยนในระบบ ธนาคารเวลาและการใช้งานระบบให้แก่ประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการช่วยเหลือเกื้อกูลและการมีส่วนร่วมในการดูแลซึ่งกันและกันในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสังคมสูงวัยที่กำลังจะมาถึง ทั้งนี้ธนาคารเวลา (Time Bank) ถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่พลิกโฉมแนวคิดการช่วยเหลือกัน โดยยึดหลักที่ว่ามนุษย์ทุกคนมีคุณค่าและเวลาที่เท่าเทียมกัน ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างเครือข่ายการพึ่งพาอาศัยกันในชุมชน ทำให้ทุกคนสามารถเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลชุมชนอย่างยั่งยืน เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิกทุกคน และเป็นต้นแบบที่ดีในการสร้างชุมชนแห่งความสุขที่สามารถพึ่งพาตนเองและพัฒนาไปสู่สวัสดิการที่ยั่งยืน
ภายในกิจกรรมประกอบด้วยการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและกลไกการแลกเปลี่ยนในระบบธนาคารเวลา รวมถึงการใช้งานแอปพลิเคชัน โดยมีวิทยากรและคณะทำงานจาก สสส. และ สวทช. มาให้ความรู้และจัดกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ กิจกรรมการ์ดเกมและการจำลองสถานการณ์, กิจกรรมชวนคิดชวนคุยถึงประโยชน์ของการเป็นสมาชิกธนาคารเวลา และการสมัครสมาชิกแอปพลิเคชันธนาคารเวลา พร้อมฝึกอบรมการใช้งานจริง ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วยกลุ่มเด็กและเยาวชนเมืองพัทยา, กลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลงเมืองพัทยา, ประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพ ตลอดจนกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในชุมชน ทั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมแห่งการแบ่งปันที่เข้มแข็งและยั่งยืนในเมืองพัทยา ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนทุกคนในระยะยาว ทำให้ชุมชนดูแลกันเองได้อย่างยั่งยืน เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิกทุกคน และเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างชุมชนแห่งความสุขร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป















