วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026

“สรรเพชญ” รุกแก้ปมแหลมฉบังเฟส 3 หลังกลุ่ม GPC เตรียมยื่นขอชดเชย 4 พันล้าน เหตุพื้นที่ล่าช้า-มาตรฐานเทคนิคไม่ตรงสัญญา

คมนาคมเร่งตั้งคกก. กลาง ดึง วสท. ร่วมหาข้อยุติทางเทคนิคโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 หลังกลุ่มผู้รับสัมปทานจ่อเรียกค่าชดเชยจากรัฐประมวลมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท เหตุส่งมอบพื้นที่ดีเลย์และมาตรฐานงานถมทะเลไม่ตรงตามข้อตกลงสัมปทาน ขีดเส้นจบใน 60 วัน เพื่อป้องกันผลกระทบงบประมาณรัฐ

นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.กระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ว่า ได้สั่งการให้เร่งรัดหาข้อสรุปแนวทางการดำเนินงานท่าเทียบเรือ F1 และ F2 ในโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มูลค่ากว่า 8.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกำลังประสบปัญหาด้านการส่งมอบพื้นที่และประเด็นทางเทคนิคในงานถมทะเล

มีรายงานว่า บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินิล (GPC) ผู้รับสัมปทาน (ประกอบด้วย กัลฟ์, พีทีที แทงค์ และไชน่า ฮาร์เบอร์ฯ) ได้มีหนังสือถึง กทท. เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยผลตอบแทนที่ลดลง (NPV) วงเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยอ้างถึงความล่าช้าของโครงการที่ทำให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มอื่นๆ

นอกจากนี้ ทางกลุ่ม GPC ยังขอพิจารณาขยายอายุสัญญาออกไปอีก 2 ปี เนื่องจาก กทท. ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่พื้นที่ F1 ได้ตามกำหนด แม้งานถมทะเลเบื้องต้นจะเสร็จสิ้น แต่ทางผู้รับสัมปทานระบุว่ามาตรฐานทางเทคนิค “ค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์” ยังไม่เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญาสัมปทาน ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างในระยะยาว

นายสรรเพชญ ระบุว่า ได้มอบนโยบายให้ กทท. ดำเนินการอย่างรอบคอบภายใต้กรอบกฎหมาย โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการคนกลาง ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) เข้ามาประเมินแนวทางปรับปรุงคุณภาพดินด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น เสาเข็มแบบสั่น (Vibro Pile) ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับการตอกเข็มแผ่แบบเดิมที่คาดว่าต้องใช้งบประมาณสูงถึง 2,000 ล้านบาท

รายงานข่าวระบุว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่ม GPC ที่อาจสูงถึง 4,000 ล้านบาทนั้น ครอบคลุมถึงค่าปรับปรุงคุณภาพดินในพื้นที่ F1 และ F2 ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 1,800 – 2,000 ล้านบาท รวมถึงค่าเสียโอกาสจากการขาดรายได้ทางธุรกิจและการปรับเพิ่มของต้นทุนการก่อสร้างส่วนบน (Superstructure) ที่ล่าช้าออกไป

ด้าน นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ให้ความเห็นว่า ตามหลักเกณฑ์ในสัญญาสัมปทาน เอกชนมีสิทธิยื่นเรื่องพิจารณาค่าชดเชยหากพบว่าเกิดค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มหรือเสียโอกาสจากเหตุที่รัฐไม่สามารถดำเนินการตามกำหนด โดย กทท. มีคณะทำงานเจรจาและนักวิชาการร่วมพิจารณาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายและรักษาผลประโยชน์ของภาครัฐอย่างสูงสุด

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ชลบุรีเดินหน้า “เมืองสะอาด” ผู้ว่าฯ นำ Big Cleaning Day ครั้งที่ 9 จัดระเบียบถนนสุขุมวิท–แสนสุข

https://www.youtube.com/watch?v=rGgf7ucyS4I วันนี้ (2 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกิจกรรม Big Cleaning Day การขับเคลื่อนความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 9/2569 ณ บริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พื้นที่เทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี โดยมี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นางสาวขวัญเรือน ศรีจันทร์ ปลัดจังหวัดชลบุรี, นายสวัสดิ์ หอมปลื้ม รองนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข, หัวหน้าส่วนราชการ, นายอำเภอ, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,...

ป.ป.ช. มติ 4:3 ชี้มูล “สุภา” อดีต กก.ป.ป.ช. ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินฯ ทำรัฐเสียหายหมื่นล้าน

จับตาความเคลื่อนไหว ป.ป.ช. ล่าสุดหลังมีมติเสียงข้างมากชี้มูลความผิดอดีตกรรมการและพวก กรณีละเว้นการยื่นอุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ ตามแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกา พบส่งผลกระทบต่อรายได้รัฐกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติ 4 ต่อ 3 ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงต่อ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีดังกล่าวเป็นการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ในการไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ในคดีประเมินภาษีซื้อขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของนายพานทองแท้ และนางสาวพินทองทา ชินวัตร ซึ่งส่งผลให้รัฐไม่ได้รับรายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรกว่า 17,900 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบว่า ในขณะนั้นนางสาวสุภาไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังที่บังคับให้ส่วนราชการต้องยื่นอุทธรณ์ในคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์เกิน 10...

“พิพัฒน์” ย้ำจุดยืนรัฐ ไม่แก้สัญญาไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน! จับตาปมจ่อบอกเลิกสัญญา หวั่นเกิดข้อพิพาทงบประมาณรอบใหม่

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ภายหลังการหารือร่วมกับบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (เครือซีพี) ผู้รับสัมทาน “เราพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้วเห็นว่า หากมีปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อตามเงื่อนไขเดิมได้ รัฐบาลก็เปิดช่องให้เอกชนสามารถแจ้งความประสงค์บอกเลิกสัญญาได้ตามระเบียบ” นายพิพัฒน์ กล่าว พร้อมกันนี้ รมว.คมนาคม ได้ยืนยันจุดยืนของภาครัฐว่า ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขสัญญาตามข้อเสนอของเอกชน โดยเฉพาะประเด็นการขอปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระเงินงวดงานมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยย้ำว่าเอกชนต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี และรัฐจะทยอยชำระคืนตามรายละเอียดในสัญญาเดิมเท่านั้น แม้ทางฝ่ายเอกชนจะระบุถึงเหตุผลความจำเป็นเรื่องต้นทุนวัสดุก่อสร้างและราคาพลังงานที่ผันผวนจากปัจจัยสงครามต่างประเทศก็ตาม ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามแนวทางที่ระบุว่าหากผู้ชนะการประมูลประสบปัญหาจากเหตุสุดวิสัยที่ควบคุมไม่ได้ รัฐอาจพิจารณาแนวทางบริหารจัดการโครงสร้างสัญญาหรือการยุติสัญญาโดยไม่ถือเป็นการละทิ้งงาน นอกจากนี้ รัฐยังมีนโยบายสร้าง "แม่เหล็ก" ใหม่ๆ เช่น โครงการความร่วมมือด้านสันทนาการระดับโลกและสนามกีฬาขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารและสร้างจุดคุ้มทุนให้เอกชนนำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจว่าจะดำเนินโครงการต่อหรือบอกเลิกสัญญา ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.