วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 5, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวอดีตผู้พิพากษาอาโสศาลฎีกา แนะ "หมอไห่"...

อดีตผู้พิพากษาอาโสศาลฎีกา แนะ “หมอไห่” ยุติปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เพื่อจรรโลงธรรมาภิบาล กสทช.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.) ได้โพสต์ FB แสดงความเห็นต่อประเด็นร้อนที่กำลังสั่นคลอนองค์กรอิสระ กสทช. หลังคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ มีลักษณะต้องห้าม และถือว่าได้ “สละสิทธิเข้าดำรงตำแหน่ง”ตั้งแต่แรก แต่ต่อมา นพ.สรณได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง คณะกรรมการสรรหาฯต่อศาลปกครองกลาง (คดีหมายเลขดำที่ 1455/2569) เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ โดยอ้างว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะพิจารณา ดำเนินการโดยไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของตนที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว

โดยระบุว่า แม้คณะกรรมการกฤษฎีกา(คณะที่1) จะมีข้อสรุปชัดเจนว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. “ถือเป็นที่สุด” อันเป็นการตัดกระบวนการโต้แย้งในชั้นฝ่ายบริหาร แต่ไม่อาจตัดอำนาจของศาลปกครองได้ (ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542 มาตรา 9) ในคดีหลักศาลปกครองกลางจะตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมาย (Legality Review) ดังนี้

1 ) ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายเชิงรูปแบบและกระบวนการ (Procedural Legality): องค์ประชุมของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่เหลือ 4 คนชอบหรือไม่, ผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่เป็นกรรมการสรรหาที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และได้ให้สิทธิ นพ.สรณ โต้แย้งแสดงหลักฐาน (Due Process) อย่างเพียงพอหรือไม่

2) ตรวจสอบการตีความกฎหมายและรับฟังข้อเท็จจริง (Substantive Legality): คณะกรรมการสรรหาฯ มีอำนาจชี้ขาดประธาน กสทช. ที่โปรดเกล้าฯ แล้วหรือไม่ หรือมีอำนาจเพียงเสนอชื่อต่อวุฒิสภา

3) ตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ (Abuse of Discretion): การเร่งรัดทำคำวินิจฉัยเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ขาดความเป็นกลาง หรือขัดต่อหลักความสมควรแก่เหตุหรือไม่

หากศาลเห็นว่า “คำสั่งไม่ชอบ” ศาลคงทำได้เพียง “เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 1/2569” เพื่อย้อนกระบวนการกลับไปให้ฝ่ายปกครองทำใหม่ให้ถูกต้องเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ศาลปกครองกลาง “ยกคำร้องขอไต่สวนเร่งด่วน” และยังไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง สถานะทางกฎหมายของ “คำวินิจฉัย”ที่ 1/2569 ที่ว่า นพ.สรณ “สละสิทธิการเป็นกรรมการ กสทช.” ย่อมมีผลใช้บังคับตามกฎหมาย

ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด “สภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย” หรือความเสี่ยงที่มติการประชุมกสทช.ใดๆต้องกลายเป็น “โมฆะ” ในอนาคต จึงเกิดเสียงเรียกร้องและวิงวอนอย่างกว้างขวางทั้งภายในองค์กรและภาคประชาสังคมขอให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ประธานกสทช. ไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อรอให้กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองมีความชัดเจนเสียก่อน อันจะเป็นการรักษาเกียรติยศของตนเองและบรรทัดฐานนิติรัฐของประเทศ

#หมอสรณ #กสทช #ศาลปกครอง #ผู้ตรวจการแผ่นดิน #กฎหมายปกครอง #นิติรัฐ #คณะกรรมการสรรหา #ข่าวใหญ่2569 #วัสติงสมิตร

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ชำแหละงบ 148 ล้าน’พรุคลองควาย’ มืดสนิท-พังยับ’วัชระ’ จี้ ป.ป.ช. ฟันทุจริต

https://youtube.com/shorts/MM-qXrE6mbE?si=Fx1Fk_cHgpgJqMbN นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการปรับภูมิทัศน์พรุคลองควาย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบสภาพมืดสนิทและชำรุดหนักแม้ใช้งบเฟสแรกไปแล้ว 148 ล้านบาท พร้อมชื่นชม ส.ท. 12 คน ที่ลงมติไม่รับมอบงาน จี้ ป.ป.ช. และกรมโยธาธิการฯ เข้าตรวจสอบความโปร่งใสโดยด่วน วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 2 ที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่บริเวณพรุคลองควาย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่าบรรยากาศโดยรอบมืดสนิท ไม่มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างและไม่มีห้องน้ำให้บริการประชาชน...

ขีดเส้น 7 วัน! “วัชระ” จี้ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี กวาดล้างต่างด้าวตั้งตัวเป็นเถ้าแก่แย่งอาชีพคนไทย รองผู้ว่าฯ รับลูกเร่งจัดการ

https://www.youtube.com/watch?v=Qd0wKjobnb4 อดีต สส.ประชาธิปัตย์ “วัชระ เพชรทอง” ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี แฉขบวนการต่างด้าวสวมรอยเป็นเจ้าของกิจการแย่งอาชีพคนไทยเกลื่อนเมือง ซัดมีเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วย-หนุนหลัง ขีดเส้นตายกวาดล้างให้สิ้นซากภายใน 7 วัน ด้านรองผู้ว่าฯ และจัดหางานจังหวัดรับเรื่องพร้อมเร่งลงพื้นที่ฟันผิดทันที เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกร้องให้เร่งดำเนินการกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาลักลอบแย่งอาชีพคนไทยในพื้นที่ หนังสือร้องเรียนระบุข้อเท็จจริงว่า ในพื้นที่ตลาดบ้านดอน เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และทุกอำเภอ มีบุคคลต่างด้าวตั้งตนเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม และประกอบอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทยอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยนายวัชระตั้งข้อสังเกตว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างราบรื่น เนื่องจากอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานรับสินบน หรือเกรงกลัวอิทธิพลทางการเมือง นายวัชระเรียกร้องให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีดำเนินการกวาดล้าง จับกุม และเนรเทศบุคคลต่างด้าวที่ละเมิดกฎหมายให้ออกนอกประเทศภายใน 7 วัน พร้อมระบุเงื่อนไขว่า หากตรวจสอบพบคนต่างด้าวเช่าอาคารสถานที่ของนักการเมืองท้องถิ่น หรือมีข้าราชการประจำและข้าราชการการเมืองรายใดเป็นตัวการหรือให้ความช่วยเหลือ...

จี้ อสส. ฟันล้มละลาย ‘ทักษิณ’ ทวงภาษี 1.7 หมื่นล้าน โฆษกอสส.รับลูก เผยตั้งทีมร่วมสรรพากรลุยสอบแล้ว

https://www.youtube.com/watch?v=VdNy2a80Bec วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ บุกยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด (อสส.) จี้เร่งฟ้องคดีล้มละลายและขอศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 'ทักษิณ ชินวัตร' เพื่อทวงหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้านบาท ก่อนหมดอายุความเดือนมีนาคม 2570 ด้านโฆษก อสส. เผยอัยการสูงสุดสั่งตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมสรรพากรเร่งพิจารณาสำนวนแล้ว ยืนยันทำงานโปร่งใสพร้อมแจงสังคมทุกมิติ นายวัชระ เพชรทอง เดินทางมายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อขอให้เร่งรัดการดำเนินคดีล้มละลายกับนายทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างอิงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50(2) และมาตรา 10 เพื่อติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรที่ 6890/2568 จำนวนกว่า 17,000 ล้านบาท นายวัชระระบุว่าพฤติการณ์ของจำเลยมีเจตนาลวงซ่อนเร้นอำพรางการถือและขายหุ้นเพื่อหลีกหนีการชำระภาษี ประกอบกับคดีจะขาดอายุความในวันที่ 27 มีนาคม...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.