วันอังคาร, พฤษภาคม 12, 2026
หน้าแรกการเมือง“ปรเมศวร์” ฟาดกลับด้วยแฟกต์! งัดหลักฐานโต้ “ธนาธร” ยันพัทยาโฉมใหม่โปร่งใส ชี้ปมฉาวคือแผลเก่า

Related Posts

“ปรเมศวร์” ฟาดกลับด้วยแฟกต์! งัดหลักฐานโต้ “ธนาธร” ยันพัทยาโฉมใหม่โปร่งใส ชี้ปมฉาวคือแผลเก่า

“สืบเนื่องจากกรณีที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้กล่าวบนเวทีดีเบต “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ณ บริเวณศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยกล่าวถึงเมืองพัทยาในประเด็นโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ คอนโดมิเนียม อาคารปลากระเบน เกาะล้าน และโครงการอื่น ๆ นั้น

ผมในฐานะนายกเมืองพัทยา ขอเรียนชี้แจงด้วยความเคารพต่อทุกความคิดเห็น และขอยืนยันหลักการสำคัญว่า เมืองพัทยาพร้อมรับการตรวจสอบ พร้อมทำงานบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง กฎหมาย และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

แม้หลายโครงการที่ถูกกล่าวถึงจะเกิดขึ้นก่อนช่วงเวลาที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง แต่ในฐานะผู้บริหารเมืองพัทยาในปัจจุบัน ผมมีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตาม แก้ไข และผลักดันให้ทุกเรื่องเดินหน้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้เมืองพัทยาก้าวต่อไปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ผมขอเรียนชี้แจงข้อมูลปัจจุบันในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.กรณีโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์
ภายหลังเมืองพัทยาได้รับหนังสือจากสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 แจ้งประเด็นเกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3 ซึ่งมีที่มาจาก ส.ค.1 และเป็นที่มาของโฉนดที่ดินบริเวณอาคารวอเตอร์ฟร้อนท์ โดยมีข้อพิจารณาว่าเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการกำหนดเขตหวงห้ามเขาหรือภูเขา ตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ส่งผลให้ต้องรอการพิจารณาจากกรมที่ดินเกี่ยวกับสถานะของโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว

เมืองพัทยาจะดำเนินการตามผลการพิจารณาของกรมที่ดินอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งแนวทางดำเนินการไว้ 2 แนวทาง ดังนี้

แนวทางที่ 1
กรณีกรมที่ดินมีมติเพิกถอนโฉนดที่ดิน และพื้นที่ดังกล่าวมีสถานะเป็นที่สาธารณะ เมืองพัทยาจะร่วมกับอำเภอบางละมุงดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เจ้าของอาคารดำเนินการรื้อถอนอาคารออกจากพื้นที่สาธารณะ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553

แนวทางที่ 2
กรณีกรมที่ดินมีมติให้คงสถานะโฉนดที่ดิน เมืองพัทยาจะดำเนินการพิจารณาคำขออนุญาตดัดแปลงอาคารของโครงการตามขั้นตอน เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องครบถ้วน

2.กรณีอาคารปลากระเบน เกาะล้าน
อาคารปลากระเบน เกาะล้าน ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2552 และเคยเปิดใช้งานเพื่อรองรับคณะศึกษาดูงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ต่อมาในปี 2562 แผงโซลาร์เซลล์เริ่มผุกร่อนและชำรุด เนื่องจากสภาพแวดล้อมใกล้ทะเลซึ่งมีความเค็มสูง รวมถึงห้องภายในอาคารเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน

ปัจจุบันอาคารปลากระเบนอยู่ในสถานะที่เมืองพัทยาสามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยเมืองพัทยาวางแนวทางไว้ 2 รูปแบบ ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน ปรับปรุง และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้หรือแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเกาะล้าน หรือการปรับปรุงให้เป็นศูนย์ปฏิบัติการราชการของเมืองพัทยาในอนาคต

ทั้งนี้ มีข้อมูลที่อาจทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่าง “โครงการอาคารปลากระเบน” กับ “โครงการก่อสร้างและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์บนเกาะล้าน” ซึ่งเป็นคนละโครงการกัน แต่ดำเนินการในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงอาจทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันในความเข้าใจของประชาชน

ในส่วนของโครงการกังหันลม เมืองพัทยาได้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิด และมีคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องชดใช้เงินตามส่วนแห่งความรับผิด ต่อมาศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โดยพิจารณาว่าคำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนขาดความชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ฟ้องคดียังอยู่ในระดับที่ศาลเห็นว่ายังถึงเกณฑ์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เมืองพัทยาได้อุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น โดยพิจารณาว่าการออกคำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกิดขึ้นภายหลังพ้นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันทำละเมิด

3.กรณีสนามกีฬาศูนย์เยาวชนเมืองพัทยา เทพประสิทธิ์ ซอย 7
ศูนย์เยาวชนเมืองพัทยา ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 55 ไร่ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2549 ประกอบด้วยสนามกีฬาหลายประเภท อาคารพลศึกษา อาคารสำนักงาน ห้องสมุดประชาชน สวนสุขภาพ และพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ โดยเปิดให้ประชาชนเมืองพัทยาใช้ประโยชน์มาอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาในปี 2554 เกิดเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ศูนย์เยาวชนเมืองพัทยาได้รับความเสียหายบางส่วน ทั้งสนามกีฬาและอาคารประกอบ อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยายังคงเปิดใช้งานพื้นที่สำคัญ ได้แก่ สนามฟุตบอล โรงยิม และห้องสมุดประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

ในปี 2564 เมืองพัทยาได้พัฒนาพื้นที่สวนสาธารณะเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่ออกกำลังกายให้กับประชาชน ปัจจุบันเมืองพัทยาได้ดำเนินการถมดิน และจัดทำมาสเตอร์แพลนสำหรับโครงการปรับปรุงศูนย์เยาวชน รวมถึงโครงการก่อสร้างสนามกีฬากลางแจ้ง การปรับปรุงสนามฟุตบอล และอัฒจันทร์ ซึ่งอยู่ในแผนดำเนินการปีงบประมาณ 2569

โครงการศูนย์เยาวชนระยะที่ 2 แบ่งออกเป็น 2 โครงการหลัก ได้แก่
1.โครงการก่อสร้างสนามกีฬากลางแจ้ง
2.โครงการปรับปรุงสนามฟุตบอลและอัฒจันทร์

เมืองพัทยาได้จัดส่งราคากลางให้หน่วยงานพัสดุดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อเสนอขอรับงบอุดหนุนต่อไป

ผมเข้าใจดีว่า โครงการในอดีตที่มีปัญหา หยุดชะงัก หรือมีประเด็นที่สำนักงาน ป.ป.ช. ชี้มูลผู้เกี่ยวข้อง ล้วนเป็นบทเรียนสำคัญของเมืองพัทยา และเป็นแรงผลักดันให้ฝ่ายบริหารปัจจุบันยกระดับมาตรฐานการทำงานให้รอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 จนถึงปัจจุบัน เมืองพัทยาให้ความสำคัญอย่างจริงจังทั้งการแก้ไขปัญหาเดิม การวางระบบป้องกันการทุจริต และการส่งเสริมให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ผลจากความมุ่งมั่นดังกล่าว เมืองพัทยาได้รับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน หรือ ITA จากสำนักงาน ป.ป.ช. ในระดับ “ผ่านดีเยี่ยม” ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน ระหว่างปี พ.ศ. 2566–2568

ตลอด 4 ปีของการบริหารงาน เมืองพัทยาได้ลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการวางระบบระบายน้ำใหม่ การปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการนำเทคโนโลยี Smart City มาใช้ในการบริหารจัดการเมือง

ผมอยากให้ทุกท่านพิจารณา “พัทยาในวันนี้” ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนจากช่วงหลายปีก่อน เมืองพัทยากำลังก้าวจากเมืองที่มีปัญหาสะสมและโครงการค้างคา ไปสู่เมืองที่มีระบบบริหารจัดการชัดเจนขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวพัทยาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง จากการทำงานจริง และเห็นผลจริง

โครงการเดิมอาจเป็นรอยแผลของอดีต แต่ 4 ปีของการบริหารในปัจจุบัน คือช่วงเวลาของการแก้ไข ปรับปรุง และยกระดับการบริหารเมืองให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล

เมืองพัทยามุ่งมั่นสร้าง “พัทยาโฉมใหม่” เมืองที่มีระบบระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมืองที่เดินหน้าจัดระเบียบสายไฟและสายสื่อสารลงดิน เมืองที่ยกระดับความปลอดภัยสู่มาตรฐานสากล และเมืองที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ตัวอย่างผลงานสำคัญของเมืองพัทยา
1.การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
เมืองพัทยาได้พัฒนาระบบท่อระบายน้ำขนาดใหญ่และสถานีสูบน้ำที่ดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมเดินหน้าโครงการขยายท่อระบายน้ำเลียบทางรถไฟไปยังคลองนาเกลือและคลองห้วยใหญ่ เพื่อตัดยอดน้ำก่อนเข้าสู่ตัวเมือง โดยโครงการระยะที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการ และมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2570 ซึ่งจะช่วยให้การระบายน้ำรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีแผนเพิ่มจุดระบายน้ำอย่างต่อเนื่องในอนาคต

2.การปรับปรุงทัศนียภาพและโครงสร้างเมือง
เมืองพัทยาเดินหน้าโครงการนำสายไฟลงดินในถนนสายหลัก การเสริมทรายชายหาดตั้งแต่พัทยาถึงจอมเทียน การติดตั้งไฟข้ามถนนอัจฉริยะ การปรับปรุงป้าย Pattaya City ป้าย Walking Street ทุ่นเทียบเรือ และหลังคาคลุมท่าเรือแหลมบาลีฮาย รวมถึงการพัฒนาเกาะล้าน ทั้งระบบจัดการขยะด้วยเตาเผา ระบบบำบัดน้ำเสีย และทางเดินชมวิวบนเกาะ ซึ่งกลายเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยว

3.การขับเคลื่อนเมืองอีเวนต์ระดับโลก
พัทยาก้าวสู่การเป็น “เมืองแห่งอีเวนต์” ที่สร้างรายได้ตลอดทั้งปี ผ่านงานสำคัญ เช่น เทศกาลพลุนานาชาติ เทศกาลแจ๊สนานาชาติ Pattaya Music Festival และงานเคานต์ดาวน์ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมภายหลังวิกฤตโควิด-19

4.เมืองอัจฉริยะและการบริหารด้วยเทคโนโลยี
เมืองพัทยาพัฒนาระบบกล้อง CCTV อัจฉริยะกว่า 2,300 ตัว เชื่อมโยงกับศูนย์ควบคุมกลาง พร้อมนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ต้องหาที่มีหมายจับร่วมกับสถานีตำรวจเมืองพัทยา นอกจากนี้ ยังมีระบบรับเรื่องร้องเรียน Call Center 1337 ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบ Pattaya Connect ที่ให้บริการประชาชนหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเข้าถึงภาพกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ทั่วเมืองพัทยา

5.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วเมือง
เมืองพัทยาดำเนินการติดตั้งไฟ LED ส่องสว่าง ปรับปรุงผิวจราจร ทางเท้า และพื้นที่สำคัญหลายจุดทั่วเมือง โดยทยอยแล้วเสร็จและเดินหน้าต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2569

วันนี้พัทยาเปลี่ยนไปแล้วครับ

ผมอยากชวนทุกฝ่ายหันมาร่วมกันพูดคุยเรื่อง “อนาคตของพัทยา” บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความสำเร็จที่เกิดขึ้น และความตั้งใจร่วมกันในการพัฒนาเมือง มากกว่าการวนเวียนอยู่กับบาดแผลของอดีต

ผมใช้บทเรียนจากอดีตเป็นแรงขับเคลื่อนให้เมืองเดินหน้า และตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เมืองพัทยาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมืองนี้สามารถดีขึ้นได้จริง ด้วยการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จริงจัง และเป็นระบบ

Better Pattaya เพื่อเมืองพัทยาที่ดีขึ้น

ขอบคุณครับ”
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์
นายกเมืองพัทยา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts