เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายกีรพัฒน์ หรือ “โค้ชตี๋” โค้ชสอนเทรดหุ้นและทองคำ เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ หลังอ้างว่าถูกอดีตเจ้าของกลุ่มไลน์เกี่ยวกับการลงทุน นำข้อมูลส่วนตัวและข้อความไปกล่าวหาในลักษณะทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นมิจฉาชีพ จนได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและหน้าที่การงาน
โค้ชตี๋ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นมาจากการเข้าไปติดตามกลุ่มชื่อ “VIP Gold” ซึ่งมี น.ส.รส นามสมมติ เป็นผู้ดูแลกลุ่ม โดยมีสมาชิกหลายร้อยคน ภายหลังได้สมัครสมาชิกแบบรายเดือน ก่อนเปลี่ยนเป็นสมาชิกแบบรายปีตามที่มีการประกาศปรับราคาค่าสมาชิกภายในกลุ่ม
ต่อมา ตนเริ่มเข้ามามีส่วนช่วยดูแลระบบสมาชิกภายในกลุ่ม หลังได้รับการติดต่อให้ช่วยจัดทำระบบหลังบ้าน รวมถึงจัดการข้อมูลสมาชิก โดยไม่ได้เรียกรับค่าจ้างแต่อย่างใด กระทั่งมีการตั้งกลุ่มไลน์ใหม่ขึ้นสำหรับพูดคุยและบริหารจัดการสมาชิก พร้อมประกาศแต่งตั้งให้ “โค้ชตี๋” ทำหน้าที่แอดมินประสานงานกับสมาชิก
ภายในช่วงดังกล่าว มีการกำหนดให้เฉพาะสมาชิกแบบรายปีเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมกลุ่มได้ และให้สมาชิกส่งหลักฐานการชำระเงินมายืนยันสถานะผ่านทางโค้ชตี๋ ทำให้มีสมาชิกจำนวนมากติดต่อเข้ามาสอบถามและรอเข้ากลุ่มอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ภายหลังจะมีมติยุบกลุ่มย่อยดังกล่าว และกลับไปรวมอยู่ในกลุ่มหลักเพียงกลุ่มเดียว
นอกจากนี้ ยังมีการประชุมทีมแอดมินเพื่อเพิ่มความเคลื่อนไหวและความน่าสนใจภายในกลุ่ม โดยหนึ่งในแนวทางคือการนำเสนอการเทรดแบบ Real Time ซึ่งสมาชิกให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ก่อนมีมติให้โค้ชตี๋รับหน้าที่แจ้งจุดเข้าซื้อและจุดขายทำกำไรแก่สมาชิก
อย่างไรก็ตาม หลังการนำเทรดได้รับความสนใจจากสมาชิกจำนวนมาก เจ้าของกลุ่มกลับแสดงความไม่พอใจ และสั่งให้ยุติการนำเทรดดังกล่าว ทำให้สมาชิกบางส่วนสอบถามถึงสาเหตุที่โค้ชตี๋หายไปจากกลุ่ม ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเพียงชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงว่าเป็นคำสั่งของเจ้าของกลุ่ม
ต่อมา โค้ชตี๋ระบุว่า ตนมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานบัญชีไลน์เดิม จึงเปลี่ยนบัญชีและรูปโปรไฟล์ใหม่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากสมาชิกบางส่วนที่เคยติดต่อกันไว้ก่อนหน้านี้
ภายหลังออกจากกลุ่มดังกล่าว โค้ชตี๋เผยว่า เริ่มมีการกล่าวพาดพิงในลักษณะสื่อถึงตนว่าเป็นมิจฉาชีพ รวมถึงมีการเผยแพร่ข้อความและประกาศขอข้อมูลการสนทนาระหว่างสมาชิกกับตน นอกจากนี้ ยังอ้างว่ามีบุคคลภายในกลุ่มบางรายพูดในลักษณะข่มขู่ ไม่ให้สมาชิกออกไปเข้ากลุ่มอื่น พร้อมกล่าวอ้างว่าได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว
โค้ชตี๋ยังระบุอีกว่า มีการประชุมสายภายในกลุ่ม โดยกล่าวอ้างถึงการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงมีการนำข้อมูลที่อยู่ส่วนตัวของตนไปเผยแพร่ภายในกลุ่ม พร้อมมีการวิพากษ์วิจารณ์จนทำให้เกิดความเสียหาย จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป













