ปักกิ่ง, 15 พ.ค. (ซินหัว) — ณ การประชุมในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ซึ่งทั่วทั้งโลกต่างจับตามองอย่างใกล้ชิด “สีจิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน และ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 วัน (13-15 พ.ค.) ได้เห็นพ้องกับวิสัยทัศน์ใหม่ของการสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์
สีจิ้นผิงกล่าวกับทรัมป์ว่าวิสัยทัศน์ใหม่นี้จะเป็นแนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำหรับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ในช่วง 3 ปีข้างหน้าและต่อจากนั้น พร้อมนิยาม “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์” เป็นเสถียรภาพเชิงบวกที่มีความร่วมมือเป็นแกนหลัก เสถียรภาพอันดีที่มีการแข่งขันพอประมาณ เสถียรภาพอันคงที่ที่จัดการความแตกต่างได้ และเสถียรภาพอันยืนยาวที่มุ่งสู่สันติภาพ
ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เป็นความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีความสำคัญมากที่สุดในโลกปัจจุบัน โดยทรัมป์กล่าวว่าเขาจะทำงานร่วมกับสีจิ้นผิงเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารและความร่วมมือ จัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม และทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
สีจิ้นผิงกล่าวที่งานเลี้ยงต้อนรับทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ว่าหากมองย้อนดูความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ผ่านมา กุญแจสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้เดินหน้าอย่างมั่นคงคือการเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ดังนั้นทั้งสองฝ่ายต้องทำให้ความสัมพันธ์นี้ดำเนินต่อไปโดยไม่สร้างความเสียหาย โดยทั้งจีนและสหรัฐฯ จะได้รับผลประโยชน์หากร่วมมือกัน แต่จะสูญเสียผลประโยชน์หากเผชิญหน้ากัน
แรงกระตุ้นใหม่ของความร่วมมือ
ณ การหารืออย่างเป็นทางการของผู้นำทั้งสอง สีจิ้นผิงกล่าวถึงการเจรจาการค้ารอบล่าสุดระหว่างคณะเจ้าหน้าที่รัฐของจีนกับสหรัฐฯ และชื่นชมว่า “บรรลุผลลัพธ์โดยรวมที่สมดุลและเป็นไปในเชิงบวก” ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนสองประเทศและทั่วโลก พร้อมเรียกร้องทั้งสองฝ่ายรักษาแรงขับเคลื่อนที่ดีที่ร่วมกันสร้างมาอย่างยากลำบาก
เมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) กระทรวงพาณิชย์ของจีนรายงานว่าจีนพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อขยายรายการความร่วมมือและลดรายการปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
การเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ทรัมป์ได้เดินทางมาพร้อมกับเหล่าผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐฯ ทั้งทิม คุก จากแอปเปิล (Apple) เจนเซน หวง จากเอ็นวิเดีย (Nvidia) และอีลอน มัสก์ จากเทสลา (Tesla) ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าพวกเขาเป็นคณะผู้แทนชั้นนำจากภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ที่ล้วนเคารพและให้ความสำคัญกับจีน
คณะผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐฯ เหล่านี้ระบุว่าการพบปะหารือระหว่างสีจิ้นผิงกับทรัมป์ที่ประสบความสำเร็จครั้งนี้ได้เพิ่มพูนแรงกระตุ้นใหม่ๆ สู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี รวมถึงความแน่นอนแก่เศรษฐกิจโลก
สีจิ้นผิงกล่าวว่าประตูของจีนมีแต่จะเปิดกว้างยิ่งขึ้น และบริษัทของสหรัฐฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปและเปิดกว้างของจีนอย่างลึกซึ้ง โดยจีนยินดีต้อนรับฝ่ายสหรัฐฯ เข้าร่วมเสริมสร้างความร่วมมือที่ได้ผลประโยชน์ซึ่งกันและกันเพิ่มขึ้น
บรรยากาศแห่งมิตรภาพและความเคารพ
ก่อนการหารือในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) สีจิ้นผิงได้จัดพิธีต้อนรับทรัมป์บริเวณด้านนอกอาคารมหาศาลาประชาชน ใจกลางกรุงปักกิ่ง โดยมีการบรรเลงดนตรีจากวงดุริยางค์ทหาร การยิงสลุต 21 นัด และการสวนสนามของกองทหารเกียรติยศ
ทรัมป์กล่าวว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนจีนและยกย่องความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมระหว่างสองประเทศ โดยทรัมป์เผยว่าเขาและสีจิ้นผิงได้สื่อสารกันอย่างเป็นมิตรและหารือหลายประเด็นสำคัญ พร้อมยกย่องสีจิ้นผิงคือผู้นำที่ยิ่งใหญ่และจีนเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ทั้งยังแสดงความเคารพสีจิ้นผิงและประชาชนชาวจีน
หลังจากการหารือ ผู้นำทั้งสองได้เยี่ยมชมหอสักการะฟ้าเทียนถาน โดยทรัมป์ประทับใจกับแหล่งมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโกแห่งนี้ที่มีอายุมากกว่า 600 ปี กล่าวว่าสหรัฐฯ และจีนในฐานะประเทศใหญ่ที่มีประชาชนมากมายและชาญฉลาดควรเพิ่มพูนความเข้าใจซึ่งกันและกันและเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างประชาชน
ณ งานเลี้ยงต้อนรับ สีจิ้นผิงกล่าวถึงการทูตปิงปองจีน-สหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นเมื่อ 55 ปีก่อน และการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันระหว่างสองฝ่ายยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยสีจิ้นผิงระบุว่าทรัมป์และสีจิ้นผิงได้พบปะและสนทนาทางโทรศัพท์กันหลายครั้ง และรักษาเสถียรภาพโดยรวมของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ
ทรัมป์ขอบคุณสีจิ้นผิงสำหรับการต้อนรับอย่างสง่างาม พร้อมชื่นชมการสนทนาเชิงบวกและสร้างสรรค์ระหว่างสองฝ่าย โดยทรัมป์ระบุว่านับเป็นวันที่ยอดเยี่ยม
อนาคตที่สดใสของความสัมพันธ์ทวิภาคีและมนุษยชาติ
ประธานาธิบดีทั้งสองได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาคที่สำคัญ เช่น สถานการณ์ตะวันออกกลาง วิกฤตยูเครน และสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี
คณะผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ของจีนมองว่าหากมีการจัดตั้งและสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์ตามข้อเสนอ จีนและสหรัฐฯ จะมีส่วนส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาของโลกในระยะยาวอย่างมาก
เตียวต้าหมิง รองคณบดีสถาบันการพัฒนาและยุทธศาสตร์แห่งชาติ สังกัดมหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน กล่าวว่าตอนนี้ขึ้นอยู่กับสหรัฐฯ ว่าจะทำงานร่วมกับจีนในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ขณะจีนดำเนินนโยบายความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีความชัดเจนและความสม่ำเสมอ
สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าการสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์ไม่ควรเป็นเพียงสโลแกนทั่วไป แต่ควรเป็นการกระทำอันเป็นรูปธรรมที่ทั้งสองฝ่ายดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน
ขณะเดียวกันสีจิ้นผิงสำทับว่าปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ซึ่งหากจัดการอย่างเหมาะสม ความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยรวมจะมีเสถียรภาพ แต่หากจัดการอย่างไม่เหมาะสม ทั้งสองประเทศจะเกิดการปะทะและอาจถึงขั้นเกิดความขัดแย้ง ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมดตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง






