วันที่ 23 มิ.ย.69 นางพัชราวลัย (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี พร้อมด้วยกลุ่มตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ผู้ปฏิบัติงาน ทศท. คอเปอร์เรชั่น จำกัด (องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย) ประมาณ 10 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ให้ช่วยเร่งรัดและรับโอนคดีทุจริตภายในสหกรณ์ฯ มูลค่าความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท มาอยู่ในความดูแลของกองบังคับการปราบปราม
นางพัชราวลัย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทุจริตดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2568 ถึงต้นปี 2569 โดยมีการตรวจพบความผิดปกติของเงินคงเหลือในระบบที่หายไปจำนวนมาก เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจึงพบความจริงสุดช็อก อดีตผู้บริหารระดับสูงร่วมมือกับพวก จัดทำเอกสารคำขอกู้เงินฉุกเฉินปลอมขึ้นมาโดยพลการ มีการนำชื่อของสมาชิกสหกรณ์ไปแอบอ้างโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง รวมกว่า 1,300 ฉบับ วงเงินที่ถูกยักยอกออกไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวสูงถึง 150 ล้านบาท
“หลังเรื่องแดงขึ้น ทางสหกรณ์ได้สั่งปลดอดีตผู้บริหารรายนี้ออกไปเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 และตั้งบอร์ดบริหารชุดใหม่เข้ามาแทน แต่จนถึงตอนนี้ บอร์ดชุดใหม่กลับยังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามเงินคืน หรือดำเนินคดีอย่างจริงจังเลย” นางพัชราวลัย กล่าว
ผลจากการทุจริตเชิงนโยบายในครั้งนี้ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสมาชิกสหกรณ์ในวงกว้าง เนื่องจากปัจจุบันสหกรณ์ตกอยู่ในภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก ส่งผลให้
1. สมาชิกจำนวนมากไม่ได้รับเงินปันผลตามกำหนด
2. ไม่สามารถเบิกถอนเงินสด หรือถอนหุ้นของตัวเองคืนได้
3. เงินออมและหุ้นทั้งหมดของสมาชิกตกอยู่ในความเสี่ยงขั้นรุนแรง
ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วที่ สน.ทุ่งสองห้อง ท้องที่เกิดเหตุ แต่เวลาผ่านไปหลายเดือน คดีกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ยื่นไปชัดเจนแต่เรื่องกลับนิ่งเฉย
ในวันนี้จึงรวมตัวกันมาพึ่งบารมีตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ช่วยรับโอนสำนวนคดีไปสอบสวนเอง เพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้ล่าช้า ทรัพย์สินจะถูกโยกย้าย และผู้กระทำผิดซึ่งปัจจุบันยังคงใช้ชีวิตสุขสบายลอยนวลอยู่ จะไม่ได้รับบทลงโทษทางกฎหมาย
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้รับเรื่องและสอบปากคำตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่นำมามอบให้ ก่อนส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป








