จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดซื้อรถยนต์ตู้จำนวน 2 คัน ของเมืองพัทยา วงเงิน 8.57 ล้านบาท จนกลายเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจและมีการตั้งคำถามถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณดังกล่าว
ล่าสุด นางน้ำผึ้ง ชาลีชาติ ผู้อำนวยการสำนักพัสดุและทรัพย์สิน เมืองพัทยา ได้ออกมาชี้แจงถึงที่มาของโครงการว่า การจัดซื้อครั้งนี้ไม่ได้เป็นการดำเนินการเร่งด่วนในช่วงท้ายวาระของผู้บริหาร แต่เป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 หลังเมืองพัทยามีรายได้และงบประมาณเพิ่มเติมเข้ามา จึงพิจารณาจัดสรรงบลงทุนในส่วนที่เห็นว่ามีความจำเป็นต่อภารกิจขององค์กร
หลังได้รับอนุมัติงบประมาณ หน่วยงานได้ดำเนินการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของรถ จัดทำรายละเอียดโครงการ และเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของภาครัฐ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง (e-GP) อย่างครบถ้วน
นางน้ำผึ้ง ระบุว่า เมืองพัทยาเคยเปิดประกวดราคาในครั้งแรกช่วงต้นปี 2569 แต่ไม่มีผู้ประกอบการยื่นเสนอราคา ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่อีกครั้งในช่วงเดือนเมษายน 2569 ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนจนได้ผู้ชนะการเสนอราคา และประกาศผลเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ได้มีการกำหนดวันประกาศผลเป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด
สำหรับประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการจัดซื้อรถยนต์ตู้ทั้ง 2 คันนั้น ผู้อำนวยการสำนักพัสดุและทรัพย์สิน ชี้แจงว่า เมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่ต้องปฏิบัติภารกิจต้อนรับคณะบุคคลสำคัญจากทั้งในและต่างประเทศอยู่เป็นประจำ รวมถึงการเข้าร่วมงานระดับประเทศและระดับนานาชาติหลายรายการตลอดทั้งปีไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับคณะทูตต่างประเทศ ผู้แทนภาครัฐ นักธุรกิจ นักลงทุน หรือคณะผู้จัดงานนานาชาติ ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาและการสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนและการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ เมืองพัทยายังพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าในระยะยาว โดยรถที่จัดซื้อเป็นรถระบบไฮบริดที่ช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษา รวมถึงมีการรับประกันแบตเตอรี่ยาวนานถึง 8 ปี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในอนาคต
ส่วนข้อกังวลเรื่องราคาที่ประชาชนมองว่าสูงเกินความจำเป็นนั้น นางน้ำผึ้ง ระบุว่า ก่อนดำเนินการจัดซื้อ เมืองพัทยาได้ศึกษาข้อมูลการจัดซื้อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการอื่น ๆ ประกอบการกำหนดราคากลาง โดยไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องความหรูหรา แต่พิจารณาจากความเหมาะสมต่อภารกิจ ความปลอดภัย ความคงทน และต้นทุนการใช้งานระยะยาวขณะเดียวกัน ยังเปิดเผยว่า เมืองพัทยาเคยมีรถประเภทเดียวกันใช้งานอยู่ก่อนแล้ว แต่ผ่านการใช้งานมานานกว่า 16 ปี ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่นำมาสู่การพิจารณาจัดซื้อรถทดแทน
ทั้งนี้ รถยนต์ตู้ทั้ง 2 คัน จะถือเป็นทรัพย์สินของเมืองพัทยา ใช้สำหรับภารกิจราชการของเมืองพัทยาโดยรวม ไม่ได้กำหนดให้เป็นรถประจำบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยทุกหน่วยงานภายในเมืองพัทยาสามารถขอใช้งานผ่านขั้นตอนและระเบียบราชการได้ รวมถึงในบางกรณีที่มีหน่วยงานภาครัฐภายนอกประสานขอใช้เพื่อภารกิจราชการ ก็สามารถดำเนินการยืมใช้ตามระเบียบที่เกี่ยวข้องได้เช่นกัน..







