วันพุธ, มิถุนายน 24, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมแม่น้อง ม.6 ประสบอุบัติเหตุ จยย.เฉี่ยวชนเสียชีวิต ร้อง ปปป.เอาผิด ม.157 ร้อยเวรดอนเมือง ทำสำนวนขัดตาอัยการ

Related Posts

แม่น้อง ม.6 ประสบอุบัติเหตุ จยย.เฉี่ยวชนเสียชีวิต ร้อง ปปป.เอาผิด ม.157 ร้อยเวรดอนเมือง ทำสำนวนขัดตาอัยการ

แม่น้อง ม.6 ประสบอุบัติเหตุ จยย.เฉี่ยวชนเสียชีวิต ร้อง ปปป.เอาผิด ม.157 ร้อยเวรดอนเมือง ทำสำนวนขัดตาอัยการ แถมปล่อยคนนอกสวมรอยอมเงิน “ค่ามนุษยธรรม” หน้าตาเฉย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ม.ย.69 ที่บริเวณแดนเนรมิตเก่า จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พา นางนฤมล อายุ 46 ปี แม่ของ น.ส.กชวรรณ พ่วงนาคพันธ์ หรือน้องเนย นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน เข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน ก่อนเดินทางเข้าพบผู้บังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 157 กับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เจ้าของคดี หลังพบพฤติกรรมส่อทำสำนวนช่วยเหลือคู่กรณีให้พ้นผิด และปล่อยให้บุคคลอื่นแอบอ้างชื่อมารดาไปรับเงินค่าเสียหายต่อหน้าต่อตา

นางนฤมล แม่ของผู้เสียชีวิตเปิดเผยด้วยน้ำตานองหน้าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ลูกสาวได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อเดินทางไปซ้อมละครที่โรงเรียน เมื่อถึงบริเวณจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางแยกทางร่วมภายในซอย ได้มีรถจักรยานยนต์อีกคันวิ่งมาชนท้ายอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้น้องเนย กระเด็นศีรษะกระแทกขอบฟุตบาทอย่างแรง บาดเจ็บสาหัสและไปเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

ในคดีนี้ มี พ.ต.ท.จิรภัทร พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เป็นเจ้าของคดี ซึ่งในตอนแรกระบุว่าคดีไม่ซับซ้อน เป็นการ “ประมาทร่วม” และจะสั่งฟ้องคู่กรณีทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อสำนวนส่งไปยังชั้นอัยการ ปรากฏว่าตำรวจกลับสั่งฟ้องเพียงคนขับวินจักรยานยนต์รับจ้างแค่คนเดียว ส่วนคู่กรณีอีกคันกลับหลุดคดี โดยร้อยเวรอ้างว่าคู่กรณีมาทางเอก วินมอเตอร์ไซค์มาทางโท ทั้งที่เป็นซอยแยกย่อยและไม่มีป้ายจราจรใดๆ

ความจริงมาปรากฏเมื่อนางนฤมล ทำเรื่องคัดค้านไปยังอัยการ ซึ่งทางอัยการและอธิบดีอัยการได้เปิดคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดดูอย่างละเอียดแล้วเห็นตรงกันว่า “เป็นการขับรถโดยประมาทร่วมกันจริง” จึงได้ออกหนังสือคำสั่งให้พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เรียกตัวคู่กรณีอีกรายมารับทราบข้อกล่าวหาทันที

ทว่า เมื่อนางนฤมล ไปติดตามความคืบหน้า กลับพบท่าทีของร้อยเวรที่พูดจาในลักษณะเข้าข้างคู่กรณีอย่างชัดเจน โดยโทรศัพท์นัดหมายคู่กรณีต่อหน้าแม่ระบุว่า “ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหานะ ทางตำรวจไม่ได้แจ้งความเอาผิดเอ็ง แต่อัยการเขาเป็นคนฟ้อง” อีกทั้งระหว่างการสอบสวนยังพูดจาประชดประชันใส่ครอบครัวผู้สูญเสียว่า “ไม่ไว้ใจการทำงานของตำรวจหรืออย่างไร”

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้หัวอกคนเป็นแม่เจ็บปวดที่สุด คือการมารู้ภายหลังว่า มีบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ญาติ และไม่มีใบมอบอำนาจ ได้เข้ามาแอบอ้างชื่อแม่และลูกสาวที่เสียชีวิต ทำบันทึกข้อตกลงรับเงิน “ค่ามนุษยธรรม” จำนวน 10,000 บาท จากคนขับรถ จยย.คู่กรณี และอีก 20,000 บาทจากลุงขี่จักรยานยนต์รับจ้างที่น้องเนยนั่งไปประสบอุบัติเหตุ ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยที่ร้อยเวรไม่ได้แจ้งให้นางนฤมล ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงทราบเลย และเมื่อจะขอแจ้งความเอาผิดบุคคลดังกล่าว ร้อยเวรนายดังกล่าวกลับปฏิเสธไม่ยอมรับแจ้งความ โดยอ้างว่าผู้เสียหายคือคู่กรณีที่ถูกหลอกเงิน ไม่ใช่ตัวแม่

ด้าน นางนฤมล ผู้สูญเสียระบุว่า ทุกวันนี้ครอบครัวเหมือนตายทั้งเป็น ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูสภาพจิตใจจากอาการดิ่งและภาวะแพนิก ไม่กล้าแม้แต่จะขับรถผ่านเส้นทางที่ลูกสาวเกิดอุบัติเหตุ น้องเนย เป็นเด็กเรียนดี กิจกรรมเด่น ล่าสุดเพิ่งได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นความหวังและเสาหลักของบ้านในอนาคต แต่กลับต้องมาจบชีวิตลง และยังต้องมาเจอความอยุติธรรมซ้ำเติมจากเจ้าหน้าที่รัฐ

ด้วยเหตุนี้ จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือและพานางนฤมล รุดเข้าร้องเรียนต่อ พงส.บก.ปปป.เพื่อให้ดำเนินคดีกับร้อยเวรเจ้าของคดีในข้อหาปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) และรื้อฟื้นกระบวนการสอบสวนให้เกิดความโปร่งใส คืนความยุติธรรมให้กับดวงวิญญาณของน้องเนยต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts