วันอาทิตย์, กันยายน 27, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวจาก "สวรรค์" รง.ทุนจีนเทาสู่...

จาก “สวรรค์” รง.ทุนจีนเทาสู่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ฤาเมืองไทยจะเป็น”ฮับขยะอิเล็กทรอนิกส์” โลก!

ขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI ) จนทำให้ธุรกิจ “ดาต้าเซนเตอร์”ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้า และน้ำปริมาณมหาศาล จนกลายเป็นวิกฤติแย่งชิงทรัพยากรในเมืองใหญ่ทั่วโลก

ถึงขนาดที่ สถาบันวิจัยน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ(UNU) ออกโรงเตือนก่อนหน้านี้ ว่า AI และ Data Center กำลังเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของโลกยุคปัจจุบัน

ทำให้ประเทศต่างๆ เริ่มใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อกำกับดูแลศูนย์ธุรกิจ Data Center และAI เหล่านี้ โดยมุ่งเน้นควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม การบริหารพลังงาน ความมั่นคงทางเทคโนโลยี และจริยธรรมของข้อมูล

ล่าสุด “สมาพันธ์เมืองใหญ่”หรือ C40 (Cities40)ได้ร่วมกันจัดทำข้อตกลง “Global Urban Data Centres Pact” เพื่อสร้างกรอบกติกาควบคุมการขยายตัวของธุรกิจ Data Center ที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณูปโภคและวิถีชีวิตผู้คน โดยเรียกร้องให้ธุรกิจดาต้าเซนเตอร์ต้องใช้พลังงานหมุนเวียน 100% มีระบบระบายความร้อนที่ไม่แย่งทรัพยากรน้ำจากประชาชน และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม

แต่สำหรับประเทศไทยเรากลับตรงข้าม! รัฐบาลไทยกำลังตีปี๊บอ้าแขนรับ “บิ๊กเทค AI” และศูนย์ธุรกิจ Data Center เหล่านี้อย่างไม่ลืมหูลืมตา มองข้ามผลกระทบในวงกว้างที่จะเกิดตามมา

@ ส่งเสริมการลงทุน BOI รับ Big Tech-Data Center

ไม่เพียงรัฐบาลไทยจะงัดมาตรการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ทั้งมาตรการด้านภาษี และมาตรการเสริมที่ไม่ใช่ภาษี ในการดึงดูดบิ๊กเทค AI และธุรกิจ Data Center ทั้งหลายให้เข้ามาลงทุนในไทย

โดยหากเป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) 5 กลุ่มในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) นอกจากจะได้รับการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีโดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3/5 ปีสูงสุดไม่เกิน 15 ปี

การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ และผู้บริหารชาวต่างชาติในอัตราต่ำเพียง 17% และยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร วัตถุดิบ และชิ้นส่วนที่นำเข้ามาเพื่อผลิตหรือวิจัยและพัฒนา เป็นต้น

ด้านสิทธิประโยชน์ที่มิใช่ภาษี อาทิ สิทธิการถือครองที่ดินที่อนุญาตให้นิติบุคคลต่างด้าว สามารถถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อใช้ประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม และถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดที่พักอาศัยได้ อนุญาตให้ซื้อและถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในเขตพื้นที่ EEC ได้เกินสัดส่วนปกติ (สูงสุดถึง 100%)

สิทธิในการนำคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร (EEC Visa)โดยให้สิทธิการทำงานนานสูงสุดถึง 5 ปี สำหรับผู้เชี่ยวชาญและครอบครัว

ด้านการจัดหาสาธารณูปโภคทั้งน้ำ-ไฟนั้น รัฐบาลและกระทรวงพลังงานได้ประกาศนโยบายเปิดเสรีซื้อ-ขายไฟฟ้าสะอาด Direct PPA ปรับรื้อแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP เพื่อปรับร่นแผนส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ Data Center และ AI ที่ว่านี้

คำถามที่หลายฝ่ายถามกลับไปยังรัฐบาลก็คือ ประเทศไทยและประชาชนคนไทยได้ “อานิสงส์”อะไรจากการไหลบ่าเข้ามาของยักษ์ AI และ Data Center เหล่านี้บ้าง
ธุรกิจเหล่านี้ก่อให้เกิดการจ้างงานเรือนหมื่นเรือนแสนคน ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน ผลักดันให้ GDP ของประเทศขยายตัวแบบ”ก้าวกระโดด”

และประชาชนคนไทยจะรวยกันถ้วนหน้า กลายเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง High-Income Country ที่ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเกิน 490,000 บาท (15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ)ต่อปี ในระยะ12 ปีข้างหน้า ดั่งที่ “นายกอนุทิน ชาญวีรกุล” ป่าวประกาศได้จริงหรือ?

แค่เศษเสี้ยวของโครงการ Thailand AI Passport ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม “ดีอี” ประกาศเดินหน้าแจก AI Pro- AI Premium ให้คนไทย 5 ล้านคนได้ใช้ฟรีใน 1 ปี รัฐบาลยังต้องถลุงภาษีไปกว่า 1600 ล้านบาทไปแล้วเลย

อนาคตประชาชนคนไทยจะไม่ยิ่งตกเป็น”ทาส”ของธุรกิจเหล่านี้กว่าที่เป็นอยู่หรือ?

@ คนไทยได้อะไรจาก Data Center

สำหรับประชาชนคนไทยที่ยังสับสน ไม่เข้าใจ เราคงต้องถามตัวเราเองว่าการไหล่บ่าเข้ามาของบิ๊กเทค AI แพลตฟอร์มยักษ์จากต่างประเทศและData center เหล่านี้จะสร้างคุณูประโยชน์ให้แก่ระบบเศรษฐกิจไทยเราจริงหรือ? จะก่อให้เกิดการลงทุนเป็นหมื่นล้าน แสนล้านหรือหลายแสนล้านจริงหรือ?

สิ่งที่ทุกฝ่าย “ต้องตระหนัก” สิ่งที่มาพร้อมกับบิ๊กเทค AI และ Data Center เหล่านี้คือการใช้ทรัพยากรทั้งน้ำ ไฟฟ้า และการใช้ที่ดิน แต่ทิ้งปัญหามลพิษ และ “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” เอาไว้มหาศาล

ลำพังแค่การจัดการกับปัญหาการลักลอบตั้งโรงงานรวบรวม คัดแยกและรีไซเคิลขยะพิษ ขยะพลาสติก กากอุตสาหกรรม และขยะอิเล็กทรอนิกส์(E-weste) ของกลุ่มทุนจีนเทาทั้งหลายที่ประเทศไทยกำลัง้ผชิญอยู่ ก็ทำให้ประชาชนคนไทย”หายใจไม่ทั่วท้อง”อยู่แล้ว

เพราะความหย่อนยานในการบังคับใช้กฏหมายของบ้านเรานั้น ไม่อาจสร้างความไว้วางใจให้แก่ประชาชนคนไทยได้เลย

ดูอย่างกรณีที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ไฟเขียวให้โรงงานเหล็ก “ซินเคอหยวน” ของกลุ่มทุนจีนกลับมาเปิดดำเนินการได้ล่าสุดนั้น วันนี้สังคมต่างตั้งข้อกังขา กระทรวงอุตสาหกรรมอนุมัติกันไปได้อย่างไร ?

โรงงานผลิตเหล็ก IF ที่ทางการจีนขับไล่พ้นประเทศ ไม่ยอมให้ตั้งในประเทศจีนแล้ว แต่กลับจัดตั้งโรงงานผลิตในไทย แถมได้รับการตรวจสอบว่า “ได้มาตรฐานมอก.”ของไทยด้วยอีก พูดไปใครจะเชื่อ!

ล่าสุด “นายวรภัค ธัญยาวงษ์”อดีตรมช.คลังได้โพสต์ FB ตั้งคำถามให้ทุกฝ่ายได้คิด “ถ้าประเทศไทยเป็นเพียง “ขายที่ดิน, ขายไฟฟ้า, ให้ BOI, ให้ต่างชาตินำเข้าอุปกรณ์ทั้งหมด, ใช้วิศวกรต่างชาติ, (แถมใช้แรงงานต่างชาติ) กำไรขนกลับบริษัทแม่ต่างประเทศแล้ว

Data Center (ที่รัฐบาลตีปี๊บ-เพรียกหา) ก็ไม่ต่างไปจาก“โรงงานอุตสาหกรรมหนักที่กินไฟมาก แต่สร้างการจ้างงานน้อย!

โดยยกตัวอย่าง แม้ศูนย์ Data Center ขนาด 100 MW ที่ลงทุนกว่า 50,000-70,000 ล้านบาท แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วอาจมีพนักงานประจำเพียง 100-300 คน หากดูเฉพาะการจ้างงานโดยตรง อาจไม่คุ้มกับไฟฟ้าที่ใช้ซึ่งเทียบเท่าจังหวัดขนาดกลางจังหวัดหนึ่ง

“สิ่งที่ผมกังวลที่สุดไม่ใช่เรื่อง Data Center มากเกินไป แต่เป็น การใช้ไฟฟ้าราคาถูกอุดหนุนต่างชาติ ถ้า Data Center ใช้ไฟ 200 MW เท่ากับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หนึ่งโรง หากประชาชนหรือภาคอุตสาหกรรมไทยต้องแบกรับต้นทุนค่าไฟที่สูงขึ้นเพื่ออุดหนุนผู้ประกอบการต่างชาติ อันนี้ไม่คุ้มแน่”

@ ไทยแลนด์แดนสวรรค์ รง.ทุนเทาจีน

ย้อนกลับไปปลายปีก่อน 2568 “ชุดปฏิบัติการสุดซอย”ของกระทรวงอุตสาหกรรม เคยบุกทลาย “รง.ทุนจีน”ที่ระยองซึ่งลักลอบนำเข้ายางรถยนต์ใช้แล้วจากต่างประเทศ ก่อนนำมารีไซเคิลปั๊มเป็นยางรถยนต์ใหม่ส่งขายทั่วประเทศ มีการตรวจยึดเศษยางและยางเก่ากว่า 5,000 ตันมูลค่านับ 100 ล้านบาท

ต้นเดือน พ.ค.69 ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุรถบรรทุกสิบลอบขน”แบตเตอรี่ลิเธียม”มาเต็มคันเกิดเหตุระเบิด-เพลิงไหม้ขึ้นบนถนนเทพรัตน์ (บางนา-ตราด) ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสาวไปถึงต้นตอ ซึ่งก็พบว่า ลักลอบขนมาจากโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์เถื่อนที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่ลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต

สัปดาห์ก่อนชุมชนโดยรอบคลองห้วยตะเข้ คลองเกด และคลองเพียว จ.สระบุรี ก็ต้องผงะกับปัญหาน้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เมื่อจนท.ลงตรวจสอบก็พบมีการปนเปื้อนสารหนู ตะกั่ว สารเคมีเบนซีน(Benzene) และโทลูอีน (Toluene)ในอุตสาหกรรมน้ำมันและพลาสติก ไม่รู้ป่านนี้อุตสาหกรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสาวไปถึงต้นตอที่ทำให้น้ำเน่าเสียได้หรือยัง?

ปลายเดือนพฤษภาคม 69 ที่ผ่านมา เกิดเหตุหลังคาโรงงานถล่มที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง ชลบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นก็พบว่า เป็นโรงงานของกลุ่มทุนจีนเทาที่ลักลอบซุก “แรงงานเถื่อน” ทั้งจีนและเมียนม่าถึง 25 คนโดยไม่มีเอกสารการจ้างงานใดๆ

ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนาก็ลุกฮือขึ้นมากระทุ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภูเขาขยะพิษ ที่เป็นกากอุตสาหกรรมกองมหึมา ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ซึ่งก็คาดว่ามาจากโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ของ “ทุนจีนเทา”อีก

ทั้งหลายทั้งปวงเป็นเครื่องตอกย้ำให้เห็นว่า เมืองไทยเรายังคงเป็น “สวรรค์” ของโรงงานขยะพิษ ขยะอุตสาหกรรม และรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ประชาชนคนไทยได้แต่นั่งทำตาปริบๆ ไม่รู้จะระเบิดตูมตาม ปล่อยมลพิษออกมาเขย่าขวัญกันเมื่อไหร่

เมื่อรัฐบาลไทยยังคงอ้าแขนรับบิ๊กเทค AI และ ศูนย์ Data Center ให้เข้ามาลงทุนในไทยเต็มพิกัด โดยที่ระบบตรวจสอบและกำกับดูแลตลอดจนการบังคับใช้กฏหมายในบ้านเมืองเรา “มีก็เหมือนไม่มี”แล้ว

ในอนาคตอันใกล้เมืองไทยเราคงหนีไม่พ้นที่จะกลายเป็น “ฮับขยะอิเล็กทรอนิกส์”ของโลกอย่างแน่นอน!!!

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก-พร้อมดันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเสริมธุรกิจ โตคู่ชุมชน กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัล Green Industry Award 2026 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เพื่อเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ประเมินอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) และระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว...

“วัชระ” ท้าชน “สตช.-ขนส่ง” ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษี ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งสูบเลือด ปชช. แฉโควตาแบ่งเค้ก 95%

https://www.tiktok.com/@suebjarkkhao/video/7683551588237036818?is_from_webapp=1&sender_device=pc กรุงเทพฯ (9 ก.ย. 2569) – นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน เนื้อหาในคำร้องของนายวัชระ ระบุถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมการขนส่งทางบก ทำบันทึกข้อตกลงเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้นายทะเบียนงดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) แก่เจ้าของรถที่ค้างชำระค่าปรับจราจร โดยนายวัชระระบุว่า มาตรการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 29 และ 39 เนื่องจากเป็นการตัดสิทธิการโต้แย้งและบังคับให้ประชาชนจำยอมชำระค่าปรับ ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลไม่มีความผิดจนกว่าศาลจะพิพากษาถึงที่สุด รวมทั้งการให้เจ้าของรถรับผิดชอบแทนผู้ขับขี่เป็นการผลักภาระที่ไม่เป็นธรรม โดยนายวัชระ ยังอ้างถึงคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด (คดีหมายเลขแดงที่ อ. 50/2568)...

ตม.3 ผนึกกำลัง สืบ น. และ ภาค 8 รวบหนุ่มอเมริกัน ผู้ต้องหา FBI ตามหมายจับ 8 หมาย คาโรงแรมภูเก็ต

https://www.youtube.com/watch?v=xIojYQ8TVuc ภูเก็ต – เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสนธิกำลังร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI เดินหน้าติดตามจับกุมชาวอเมริกันวัย 48 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสหรัฐฯ รวม 8 หมาย ก่อนพบตัวเข้าพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณหาดในยาง จ.ภูเก็ต ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขขะ ผบก.ตม.3 และ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต โดยสนธิกำลังชุดสืบสวนนครบาล IDMB, กก.สส.บก.ตม.3 และฝ่ายสืบสวน สภ.สาคู เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว Mr. Lance Michael Beck อายุ 48 ปี สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลสหรัฐฯ จำนวน...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.