ญาติเหยื่อเมาแล้วขับสิ้นหวัง คดีพ่อถูกกระบะข้ามเลนชนดับผ่านไป 2 ปีไร้ความคืบหน้า คนผิดยังมีชีวิตสุขสบาย-เดินสายรับเหมาในพื้นที่ หวั่นผู้ต้องหามีเส้นสายทำคดีเงียบ หอบหลักฐานพึ่ง “จ่าคิงส์ สะพานใหม่” ร้องกองปราบฯ เร่งรัดจับกุม หลังครอบครัววิกฤตหนัก บ้านกำลังจะโดนยึดเพราะขาดเสาหลัก
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ก.ค. 69 ที่หน้าตลาดแดนเนรมิตเก่า ถนนพหลโยธิน นายวรวุธ เครือศิริ พร้อมด้วย นางสาวศศิพร เครือศิริ อายุ 30 ปี ลูกของผู้เสียชีวิต และ นางสุวรรณา เครือศิริ อายุ 57 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต ได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและประสานความช่วยเหลือจาก “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” เพื่อเตรียมเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อสำนักงานผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ทวงคืนความยุติธรรมให้กับ นายสมศักดิ์ เครือศิริ อายุ 53 ปี ผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกคนขับรถกระบะมีอาการมึนเมาชนเสียชีวิตเมื่อปี 2567
ย้อนอุบัติเหตุสลด คดีแช่แข็งข้ามปี ตำรวจไม่ออกจับทั้งที่คนร้ายยังลอยนวล
นางสาวศศิพร ลูกสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 บริเวณถนนสายหนองปลิง-ท่าคูณ ตำบลลานดอกไม้ อำเภอเมืองฯ จังหวัดกำแพงเพชร ขณะที่นายสมศักดิ์ (บิดา) กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังจากเลิกงาน ได้ถูกรถกระบะคู่กรณีซึ่งขับขี่มาด้วยทิศทางตรงข้ามในสภาพมึนเมาอย่างหนัก พุ่งข้ามเลนมาชนประสานงาอย่างจัง จนเป็นเหตุให้นายสมศักดิ์เสียชีวิตคาที่ในจุดเกิดเหตุ
ทว่าเวลาผ่านพ้นไปนานกว่า 2 ปี คดีความกลับไม่มีความคืบหน้า แม้ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร จะมีการออกหมายจับผู้ก่อเหตุไว้แล้ว แต่กลับไม่มีการดำเนินการเข้าจับกุมตัวมาดำเนินคดี โดยอ้างว่าให้ครอบครัว “รอไปก่อน” ทั้งที่ผู้ก่อเหตุรายนี้ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ ทำงานรับเหมาก่อสร้างทำถนนตามปกติ และมีชาวบ้านพบเห็นอยู่บ่อยครั้ง ครอบครัวจึงตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ก่อเหตุอาจรู้จักคนในพื้นที่และมีเส้นสายคอยช่วยเหลือจนทำให้คดีหยุดนิ่ง
“พวกเรากลัวว่าพ่อจะตายฟรี เพราะทุกวันนี้คนผิดก็ยังไม่ติดคุกและยังคงใช้ชีวิตลอยนวลตามปกติ ครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรมเลย จึงตัดสินใจมาร้องขอความช่วยเหลือ” นายวรวุธ ลูกชายผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยความอัดอั้น
แฉพฤติกรรมเบี้ยวเยียวยา 4 ครั้ง ซ้ำเติมครอบครัวบ้านกำลังถูกยึด
ด้าน นางสุวรรณา พี่สาวของผู้เสียชีวิต กอดรูปถ่ายน้องชายร้องไห้ระบุว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องคู่กรณีไม่เคยเดินทางมาขมาศพ หรือร่วมงานสวดอภิธรรมเลยแม้แต่วันเดียว เคยเจอหน้ากันเพียง 2 ครั้งในขั้นตอนการไกล่เกลี่ย ซึ่งตกลงค่าเสียหายและรวมค่าทำศพเป็นยอดเงินประมาณ 9 แสนบาท แต่พอถึงกำหนดนัดชำระเงิน ผู้ก่อเหตุกลับเบี้ยวไม่มาตามนัดถึง 4 ครั้ง และปัจจุบันครอบครัวยังไม่ได้รับเงินเยียวยาใดๆ แม้กระทั่งเงินจาก พ.ร.บ. รถยนต์ฝั่งคู่กรณี
ความล่าช้าทางคดีและการเพิกเฉยของคู่กรณี ส่งผลให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียว และเคยนำโฉนดที่ดินไปจำนองไว้กับธนาคารเพื่อนำเงินมาสร้างบ้าน ซึ่งปัจจุบันบ้านหลังดังกล่าวยังสร้างไม่เสร็จและต้องระงับการก่อสร้างไป ล่าสุดทางธนาคารได้ส่งหนังสือเตือนเตรียมจะยึดทรัพย์สินแล้วเนื่องจากไม่มีเงินส่งงวดต่อ
ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวเครือศิริจึงตัดสินใจเดินทางมาร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปรามร่วมกับ “จ่าคิงส์ สะพานใหม่” เพื่อขอให้หน่วยงานส่วนกลางช่วยลงพื้นที่เร่งรัดคดี และจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมในท้องที่ถูกแทรกแซงหรือละเลยจนคนผิดลอยนวล




































