วันศุกร์, กรกฎาคม 3, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับมือ 7 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการโค่นเครือข่าย “บิ๊กจ๊อต” มาเฟียผิวสี ลวงหญิงไทยข้ามแดนขนเฮโรอีน-โคเคน ข้ามชาติ

Related Posts

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับมือ 7 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการโค่นเครือข่าย “บิ๊กจ๊อต” มาเฟียผิวสี ลวงหญิงไทยข้ามแดนขนเฮโรอีน-โคเคน ข้ามชาติ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับมือ 7 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการโค่นเครือข่าย “บิ๊กจ๊อต” มาเฟียผิวสี ลวงหญิงไทยข้ามแดนขนเฮโรอีน-โคเคน ข้ามชาติ ยึดยาล็อตมหึมามูลค่ากว่า 400 ล้านบาท หากหลุดถึงออสเตรเลียพุ่งทะลุพันล้าน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., และ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. ได้สั่งการให้กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำโดย พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. และ ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป.
บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและศุลกากร ประกอบด้วย บก.ปคม., บก.ทล., สตม., ศูนย์ ศปอส.ตร., กรมศุลกากร, สำนักงาน ป.ป.ส. และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเปิดปฏิบัติการเชิงรุก ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 1 กรกฎาคม 2569 ทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ “บิ๊กจ๊อต” ขบวนการชาวต่างชาติผิวสีที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานลำเลียงยาเสพติดส่งออกทั่วโลก

ผลการปฏิบัติการ สามารถสกัดจับกุมเครือข่ายได้รวม 6 ครั้ง ผู้ต้องหาทั้งหมด 13 ราย (ชาวไทย 7 ราย, ไนจีเรีย 5 ราย, โปแลนด์ 1 ราย)
ของกลางที่ยึดได้
– เฮโรอีน น้ำหนัก 110.413 กิโลกรัม (มูลค่าในไทย 331 ล้านบาท)
– โคเคน น้ำหนัก 22.2 กิโลกรัม (มูลค่าในไทย 66 ล้านบาท)
– รวมมูลค่าเบื้องต้นในประเทศไทยร่วม 400 ล้านบาท

เจาะละเอียด 6 ปฏิบัติการ สกัดกั้นทุกลำเลียง
ครั้งที่ 1 (18 พ.ค. 69) จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย (น.ส.กัลยรัตน์ จับกุมที่ซอยนวมินทร์ 42, MR.CHIADIKAOBI จับกุมที่ ถ.พัฒนาการ และ น.ส.สมพร จับกุมที่สายใต้ใหม่) ยึดเฮโรอีน 66 กิโลกรัม
ครั้งที่ 2 (10 มิ.ย. 69) จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย (MR.EMEKA ที่ด่านเทพารักษ์, MR.ANAYO และ น.ส.ลลิตา ที่ซอยรามคำแหง 24) ยึดเฮโรอีน 5.907 กิโลกรัม และโคเคน 6.015 กิโลกรัม
ครั้งที่ 3 (22 มิ.ย. 69) จับกุม MR.TOMASZ ชาวโปแลนด์ คาสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมขึ้นเครื่องที่ประตู C2A ยึดเฮโรอีน 3.184 กิโลกรัม
ครั้งที่ 4 (24 มิ.ย. 69) จับกุม น.ส.วิสุดา และ น.ส.ธัญญกานต์ ที่คอนโดมิเนียม ซ.ลาดพร้าว 130 ยึดเฮโรอีน 14.837 กิโลกรัม
ครั้งที่ 5 (25 มิ.ย. 69) จับกุม MR.THANKGOD และ นางดวงดาว ที่ปากซอยกาญจนพันธ์ จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่องสถานีขนส่งจตุจักร ยึดโคเคน 16.781 กิโลกรัม
ครั้งที่ 6 (1 ก.ค. 69) จับกุม MR.JOSEPH และ นายศราวุธ ที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ยึดเฮโรอีน 17.801 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์โตโยต้าที่ใช้ขนลำเลียง

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนัก “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 โทษสูงสุดคือ “ประหารชีวิต”

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า หัวหน้าขบวนการคือ “บิ๊กจ๊อต” (ยังคงหลบหนีอยู่ต่างประเทศ) ได้วางแผนร่วมกับกลุ่มชาวผิวสี โดยใช้แอปพลิเคชัน Tiktok เป็นเครื่องมือหลักในการค้นหาเหยื่อหญิงไทย จากนั้นจะเข้าทำทีพูดคุยหว่านล้อมในเชิงชู้สาวจนเหยื่อเชื่อใจ บางรายถึงขั้นเดินทางมาอยู่กินเป็นสามีภรรยาจนมีบุตรด้วยกัน
เมื่อเหยื่อตายใจ กลุ่มนี้จะบังคับหรือหลอกใช้ให้หญิงไทยเดินทางไปรับยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามแม่น้ำโขง โดยมีเครือข่ายผิวสีในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านคอยอำนวยความสะดวก จากนั้นจะให้หญิงไทยใช้ยานพาหนะที่เตรียมไว้ ขนยาเสพติดเข้ามาส่งให้เครือข่ายผิวสีในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน เพื่อกระจายไปยังแหล่งท่องเที่ยว หรือให้กลุ่มเครือข่ายต่างชาติซุกซ่อนอำพรางขึ้นเครื่องบินเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม

นอกจากนี้ เครือข่ายดังกล่าวยังมี วิวัฒนาการในการพรางตาเจ้าหน้าที่ โดยเปลี่ยนจากแพ็คเกจเดิม (ตราสิงโตคู่เหยียบลูกโลก) มาเป็นซุกซ่อนในถุงขนม ถุงกาแฟภาษาเพื่อนบ้าน ถุงอาหารสัตว์ หรือการบุซ่อนไว้ในกล่องผ้าอเนกประสงค์ และกระดาษจัดทรงเสื้อเชิ้ต เพื่อตบตาเครื่องสแกนในสนามบิน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า สาเหตุที่เครือข่ายของ “บิ๊กจ๊อต” ยอมเสี่ยงลงมือ เนื่องจากมูลค่าของยาเสพติดจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อออกนอกประเทศ โดยเฉพาะ เฮโรอีนล็อตนี้ หากหลุดรอดไปถึงประเทศออสเตรเลีย จะมีราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 10 ล้านบาท (สูงกว่าในไทย 3 เท่า) ซึ่งจะทำให้เฮโรอีนล็อตนี้มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาททันที รวมถึงโคเคนอีกจำนวนมาก จึงเป็นสิ่งจูงใจให้ขบวนการนี้ล่อลวงหญิงไทยเข้าสู่วังวนอาชญากรรม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งขยายผล บูรณาการร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมตัว “บิ๊กจ๊อต” และผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

CIB เตือนภัยหญิงไทย อย่าตกเป็นเหยื่อ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะหญิงไทย หากพบชาวต่างชาติที่รู้จักทางออนไลน์ ขอให้ช่วยรับ-ส่งพัสดุปิดผนึกข้ามจังหวัดหรือข้ามประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะหรือความสัมพันธ์ใดก็ตาม นั่นคือสัญญาณอันตรายของ Romance Scam ที่อาจมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
– อย่าเชื่อ คนรู้จักทางออนไลน์ที่ขอให้ขนสิ่งของโดยไม่รู้สิ่งของภายใน
– อย่าเดินทาง ผ่านช่องทางธรรมชาติชายแดนตามคำแนะนำของชาวต่างชาติ

หากพบเห็นหรือถูกชักชวน แจ้งสายด่วน บก.ป. โทร. 1195 ทันที
ช่องทางติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
พ.ต.ท.ฉัตรชัย เหมวิลัย สว.กก.1 บก.ป. โทร. 08 1666 5345

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts