วันเสาร์, กันยายน 12, 2026

เดิมพัน “หมอไห่” กับทาง 2 แพร่งองค์กรอิสระ! เป็นไปตามคาดการณ์ของหลายฝ่าย….

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ต้องล่มกลางครัน เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา

หลัง กสทช.เสียงข้างมากพากัน “วอล์กเอาท์” ไม่ขอร่วมประชุมกับ”หมอไห่”ศ.คลินิกนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ประธาน กสทช.

หลังจากที่ คณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติเป็นเอกฉันท์ก่อนหน้านี้ (23 ก.ค.) ว่า ศ.คลินิกนพ.สรณ ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2)แห่ง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 เพราะยังคงประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ปฏิบัติหน้าที่แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงภายหลังจากได้รับการแต่งตั้งและโปรดเกล้าฯให้เป็น กสทช.แล้ว จึงถือว่าสละสิทธิ์การเข้ารับตำแหน่ง กสทช.ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8(2)แห่ง พรบ.กสทช.และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตั้งแต่ต้น

แต่กระนั้น “หมอไห่” ยังคงยืนยันตนเองยังคงเป็นประธาน กสทช.และได้เรียกประชุมบอร์ด กสทช.ในวันที่ 27 ก.ค.2569 ซึ่งเป็นการประชุมนัดสำคัญที่มีวาระรับรองมติ กสทช.เกี่ยวกับ Digital TV Roadmap แผนกำหนดทิศทางของโทรทัศน (ภาคพื้นในระบบดิจิทัลซึ่งผู้ประกอบการต่างกำลังเฝ้ารอเพราะใบอนุญาตปัจจุบันกำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2572 นี้

นอกจากนี้ยังมีวาระเรื่องการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมดิจิทัลในอนาคต คือ National Streaming Platform :NSP เพื่อจัดระเบียบการเผยแพร่เนื้อหาผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมดิจิทัล และสื่อครบวงจร

แม้สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) จะเข้ายื่นหนังสือต่อบอร์ด กสทช.ผ่านผู้อำนวยการส่วนประจำสำนักงาน กสทช.เพื่อร้องขอให้ ศ.คลินิกนพ สรณ ยุติดารปฏิบัติหน้าที่ออกไปก่อนจนกว่าปมในเรื่องคุณสมบัติของประธานกสทช.จะมีความชัดเจน

พร้อมยืนยันว่า บอร์ดกสทช.ที่เหลือ 6 คนยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้โดยไม่มีปัญหา แต่หากประธาน กสทช. เข้าร่วมประชุมลงมติด้วย อาจกระทบกับมติที่ประชุมที่อาจเกิดปัญหาข้อกฏหมายได้

อย่างไรก็ตาม “หมอไห่” ประธานกสทช.ยังคงยืนยันว่า มติคณะกรรมการสรรหากสทช.ข้างต้นนั้น ยังไม่ถึงที่สุดและยังมีปัญหาในข้อกฏหมาย อีกทั้งยังไม่มีพระบรมราชโอการโปรดเกล้าฯให้พ้นตำแหน่ง ตนจึงยังคงเป็นประธาน กสทช.อยู่ และจะยังคงทำหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช.อยู่ต่อไป

นั่นจึงทำให้ในท้ายที่สุด กสทช.เสียงข้างมาก 3 รายที่ประกอบด้วย พล.อ.ท.ดร ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย พากันวอล์กเอาท์ออกจากห้องประชุม และทำให้การประชุมบอร์ด กสทช.ไม่ครบองค์ประชุม ต้องเลื่อนออกไป

@ย้อนรอย มติคณะกรรมการสรรหา กสทช.

หากจะถามว่า เหตุใด “หมอไห่”ศ.คลินิก นพ.สรณ ถึงยังคงยืนยันว่าตนเองยังคงเป็นประธาน กสทช.และยังคงเชื่อมั่นว่ามติคณะกรรมการสรรหา กสทช.ยังมีปัญหาในข้อกฏหมาย เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายนั่น

คงต้องย้อนกลับไปดูที่มาที่ไปของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ชุดนี้ ที่จู่ๆ ต้องกลับเข้ามาทำหน้าที่พิจารณาปม ในเรื่องคุณสมบัติของ กสทช.อีกครั้ง ตามการร้องขอของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

องค์ประกอบของ คณะกรรมการสรรหา กสทช.นั้นเดิมมี 7 คน โดยมี นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน, นายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรธน., นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการปปช., นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และนายวิษณุ วรัญญู ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการและเลขานุการ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเหลือกรรมการปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียง 4 รายเท่านั้น เพราะนายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการปปช.และนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้พ้นตำแหน่งด้วยเหตุครบวาระ มีอายุเกิน 70 ปี ทำให้ขาดคุณสมบัติไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

ขณะที่นายเศรษฐพุฒ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธปท.ได้พ้นตำแหน่งเพราะครบวาระ 5 ปี ทำให้ที่ประชุมคณะกก.สรรหาจึงเชิญนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธปท.เข้ามาเป็นกรรมการสรรหาแทน เพราะเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

ก่อนที่คณะกรรมการสรรหาจะเดินหน้าตรวจสอบปมคุณสมบัติของประธาน กสทช.ที่คาราคาซังมานานร่วม 4 ปี และท้ายที่สุดได้มีมติเอกฉันท์ส่า ศ.คลินิกนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ขาดคุณสมบัติ และมีละกษณะต้องห้ามตามมาตรา 8(2)จึงขาดคุณสมบัติการเป็น กสทช.มาตั้งแต่ต้นและให้ถือว่า สละสิทธิการเข้าเป็น กสทช.มาตั้งแต่ต้น

@ “หมอไห่” กับเดิมพันปมขาดคุณสมบัติ

อย่างไรก็ตาม ศ.คลินิก นพ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้ทำหนังสือคัดค้านและโต้แย้งการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ สทช 1001/23426 ลงวันที่ 21 พ.ค.2569 และหนังสือด่วนที่สุด ที่ สทช 1001/24257 ลงวันที่ 26 พ.ค. 2569 โดยระบุว่า

1.คณะกรรมการสรรหา กสทช.เป็นคณะกรรมการที่กฏหมายกำหนดหน้าที่และอำนาจไว้โดยเฉพาะ ซึ่งหมดหน้าที่ตามกฏหมายไปแล้ว

การที่คณะกรรมการสรรหาทั้ง 5 คนกลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบปมคุณสมบัติกสทช. ทั้งที่ควรหมดหน้าที่ไปตั้งแต่ได้เสนอรายชื่อผู้ได้รับการสรรหาเป็น กสทช.ต่อที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อปลายปี 2564 ไปแล้วนั้น จึงทำให้ถูกตั้งคำถามว่า ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ เหตุใดจึงยังคงทำหน้าที่ต่อไปได้

2.คัดค้านการเข้าร่วมประชุม และทำหน้าที่ของ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. เนื่องจากไม่ใช่กรรมการ กสทช.ชุดเดิม

กรณี นายวิทัย รัตนากร ที่เข้ามาเป็นกรรมการสรรหาโดยตำแหน่ง แทนนายเศรษฐพุฒิ ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง ซึ่งคณะกรรมการสรรหามีมติให้เข้าปฏิบัติหน้าที่กรรมการสรรหา ด้วยข้ออ้างเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

แต่ก็ยังคงมีปัญหาส่า “อำนาจ” ในการแต่งตั้งกรรมการสรรหาเป็นของคณะกรรมการสรรหาโดยตรงหรือไม่? หรือเป็นของสำนักงานเลขาธิกาวุฒิสภาและประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา

การที่คณะกรรมการสรรหาลงมติให้นายวิทัยเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนนายเศรษฐพุฒิจึงถูกตั้งคำถามว่าชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ มีอำนาจดำเนินการเองได้หรือไม่

3.โต้แย้งและคัดต้านมติคณะกรรมการสรรหา กสทช.ไม่ชอบด้วยกฏมาย โดยเห็นว่าคณะกรรมการสรรหามีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามเฉพาะของผู้สมัครเข้ารับการสรรหา หรือบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการ หากบุคคลนั้นได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสมาชิกให้เป็น กสทช.แล้ว คณะกก.สรรหาไม่มีอำนาจวินิจฉัยรวมทั้งไม่มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการกระทำตามมาตรา 8 แห่ง พรบ.กสทช.

4.ประเด็นข้างต้น ยังได้รับการตอกย้้ำโดย นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ กรรมการตรวจเงินแผ่นดินในฐานะกรรมการเสียงข้างน้อย (เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสรรหาเพียงครั้งเดียว) ที่เห็นว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช.มีลักษณะเป็นการขั่วคราว เมื่อได้ทำหน้าที่สรรหา กสทช.ครบถ้วนแล้ว การทำหน้าที่ของคณะกก.สรรหาจึงเป็นอันยุติลง

อำนาจของคณะกรรมการสรรหาได้สิ้นสุดลง เมื่อบุคคลนั้นได้รับการคัดเลือกและได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งมีสถานะเป็น กสทช.แล้ว

แม้ต่อมาจะปรากฏว่ามีกรณีร้องเรียนขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่ในขณะที่คณะกก.สรรหา กสทช.อีก คณะกรรมการสรรหาจึงไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆที่จะดำเนินการแสวงหาหลักฐานเพื่อจะพิจารณาว่าผู้ได้รับการคัดเลือกปกปิด หรือกระทำการซึ่งเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม

@ทางสองแพร่งปมคุณสมบัติประธาน กสทช.

ทั้งหลายทั้งปวงข้างต้น จึงทำให้หมอไห่ยังคงมีความมั่นใจว่ามติของคณะกรรมการสรรหายังมีปัญหาข้อกฏหมาย และตนเองยังคงเป็นประธาน กสทช.อยู่

แน่นอนไม่ว่าท้ายที่สุดแล้ว “หมอไห่”อาจตัดสินใจยุติการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อใช้สิทธิ์ทางศาลในการฟ้องศาลปกครองเพื่อชี้ขาดปมคุณสมบัติของประธาน กสทช.รวมทั้งอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฏหมายหรือไม่

แต่บทสรุปในชั้นสุดท้ายหลังจากนี้คือกรณีเดิมพันของคณะกรรมการสรรหา กสทช.เลยทีเดียว หากท้ายที่สุดแล้วศาลมีคำวินิจฉัยขึ้นมาว่า คณะกรรมการสรรหาเป็นองค์กรเฉพาะกิจที่ต้องสิ้นสุดการทำหน้าที่ลงไป เมื่อคณะกรรมการได้เสนอรายชื่อผู้ได้รับสรรหาเป็น กสทช.ต่อที่ประชุมวุฒิสภา และได้มีพระบรมราชโอวการโปรดเกล้าฯให้เป็น กสทช.แล้วเท่านั้น

งานนี้คงทำเอากรรมการสรรหาที่ล้วนเป็นนักกฏหมายชั้นบรมครู ของประเทศ และผู้มีชื่อเสียงและสถานะทางสังคม “พังครืน”ถึงขั้นอาจต้องแทรกแผ่นดินหนี

แต่หากมติของคณะกรรมการสรรหาเป็นไปโดยชอบด้วยกฏหมาย ก็จะเป็น “บรรทัดฐาน และครรลอง” ที่ทำให้คณะกรรมการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระอื่นๆ หรือหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระอื่นๆ เจริญรอยตามแล้ว

นั่นคือกรณีนี้จะเป็น “ปฐมบท” ให้เกิดการร้องแรกแหกเพื่อขอให้ตรวจสอบปมการขาดคุณสมบัติขอกรรมการในองค์กรอิสระอื่นๆ ตามมาเป็นพรวน

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล Green Industry Award 2026 เชิดชูองค์กรต้นแบบ 184 แห่ง “วราวุธ” เผยเร่งอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู้กติกาโลก-พร้อมดันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเสริมธุรกิจ โตคู่ชุมชน กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัล Green Industry Award 2026 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เพื่อเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ประเมินอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) และระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว...

“วัชระ” ท้าชน “สตช.-ขนส่ง” ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษี ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งสูบเลือด ปชช. แฉโควตาแบ่งเค้ก 95%

https://www.tiktok.com/@suebjarkkhao/video/7683551588237036818?is_from_webapp=1&sender_device=pc กรุงเทพฯ (9 ก.ย. 2569) – นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน เนื้อหาในคำร้องของนายวัชระ ระบุถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมการขนส่งทางบก ทำบันทึกข้อตกลงเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้นายทะเบียนงดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) แก่เจ้าของรถที่ค้างชำระค่าปรับจราจร โดยนายวัชระระบุว่า มาตรการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 29 และ 39 เนื่องจากเป็นการตัดสิทธิการโต้แย้งและบังคับให้ประชาชนจำยอมชำระค่าปรับ ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลไม่มีความผิดจนกว่าศาลจะพิพากษาถึงที่สุด รวมทั้งการให้เจ้าของรถรับผิดชอบแทนผู้ขับขี่เป็นการผลักภาระที่ไม่เป็นธรรม โดยนายวัชระ ยังอ้างถึงคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด (คดีหมายเลขแดงที่ อ. 50/2568)...

ตม.3 ผนึกกำลัง สืบ น. และ ภาค 8 รวบหนุ่มอเมริกัน ผู้ต้องหา FBI ตามหมายจับ 8 หมาย คาโรงแรมภูเก็ต

https://www.youtube.com/watch?v=xIojYQ8TVuc ภูเก็ต – เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสนธิกำลังร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI เดินหน้าติดตามจับกุมชาวอเมริกันวัย 48 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสหรัฐฯ รวม 8 หมาย ก่อนพบตัวเข้าพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณหาดในยาง จ.ภูเก็ต ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขขะ ผบก.ตม.3 และ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต โดยสนธิกำลังชุดสืบสวนนครบาล IDMB, กก.สส.บก.ตม.3 และฝ่ายสืบสวน สภ.สาคู เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว Mr. Lance Michael Beck อายุ 48 ปี สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลสหรัฐฯ จำนวน...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.