จากกรณีปรากฏภาพและข้อมูลเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กลุ่มวัยรุ่นรวมตัวทะเลาะวิวาทและมีการปาวัตถุระเบิดในพื้นที่ย่านคลองเตย ก่อให้เกิดเสียงดังและสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้เร่งสืบสวน ติดตาม และพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมบูรณาการกำลังระหว่างสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อเร่งคลี่คลายเหตุและดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น.พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน, พ.ต.ท.ภราดร สุวรรณรัตน์ รองผกก.สส.สน.คลองตัน พ.ต.ต.สุริยา จั้นวันดี และ พ.ต.ต.บรรพต ถิ่นทัพไทย สว.สส.สน.คลองตัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตันได้บูรณาการกำลังร่วมกับ สน.พระโขนง และ สน.ท่าเรือ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล รวบรวมพยานหลักฐาน วิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง
จากการสืบสวนสามารถ พิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้รวม 34 ราย แบ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นฝั่ง ชุมชนท่าเรือ จำนวน 16 ราย ซึ่งเป็นเยาวชนจำนวน 14 ราย และเป็นผู้ใหญ่จำนวน 2 ราย และกลุ่มวัยรุ่นฝั่ง ชุมชนพระโขนง–สุขุมวิท 62 จำนวน 18 ราย ซึ่งเป็นเยาวชนจำนวน 16 ราย และเป็นผู้ใหญ่จำนวน 2 ราย
เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวบุคคลดังกล่าวทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน แจ้งข้อกล่าว “ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ, ร่วมกันพยายามทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีวัตถุระเบิด (ระเบิดลูกกระทบ) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ร่วมกันส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน, ทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน หรือกระทำโดยประการอื่นใดให้เสียความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณะ หรือสาธารณสถาน, ชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้, ร่วมกันกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ” จากนั้นได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่ง ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป จากการที่พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้ทำยื่นการควบคุมตัวเยาวชน (มต.) ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ทางศาลได้ทำการขังเยาวชนทั้งหมดก่อน 15 วันถึงจะให้ดำเนินการเรื่องประกันตัว และ ผู้ใหญ่ ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการยื่นขอหมายขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ทางศาลได้ให้ผู้ต้องหาวางเงินประกันตัวจำนวน 100,000 บาท หากไม่สามารถนำเงินมาวางต่อศาลได้ จะดำเนินการฝากขังต่อเรือนจำต่อไป
สำหรับผู้ปกครองของกลุ่มเยาวชนที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.5 อยู่ระหว่างตรวจสอบและพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินมาตรการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ บก.น.5 ยืนยันว่า จะดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามเหตุทะเลาะวิวาท การรวมกลุ่มก่อความวุ่นวาย ตลอดจนการใช้อาวุธหรือวัตถุระเบิดในพื้นที่สาธารณะ อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หรือสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนพร้อมกันนี้ ได้กำชับสถานีตำรวจในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราจุดเสี่ยง เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลที่อาจก่อเหตุ และประสานความร่วมมือระหว่างพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุซ้ำ
โดย บก.น.5 พร้อมบูรณาการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเต็มกำลัง








