“จาก “สายข่าวชี้เบาะแส” สู่ “ภัยมืดถืออำนาจกร่าง” ในคราบลูกน้องผู้พิทักษ์สันติราษฎร์! เมื่อ “นิ้วตำรวจ” ถูกกล่าวหาว่า “กลายพันธุ์” จากเครื่องมือสืบสวน แปรสภาพเป็น “เดนคนได้อำนาจ” คุมผับ รีดส่วย และอ้างตราตำรวจข่มขู่ชาวบ้าน ลุกลามจนเกิดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ 5 ศพ ทำคนในพื้นที่ต้องอยู่อย่างหวาดผวา ในวันที่ตำรวจสบาย แต่ประชาชนเดือดร้อน…ใครคือผู้หนุนหลังให้เงามืดเหล่านี้เหิมเกริม? และหาก “นิ้ว” กลายพันธุ์ไปแล้ว สังคมไทยจะฝากความหวังในการปราบอาชญากรไว้ที่ใคร?”
นิ้วตำรวจ หรือที่มักเรียกสั้นๆ ว่า “นิ้ว” เป็นศัพท์สแลงในแวดวงตำรวจและอาชญากรรม หมายถึง สายลับ สายข่าว หรือผู้แจ้งเบาะแส ที่คอยส่งข้อมูลลับให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“นิ้ว” คือบุคคลที่อาจจะเป็นคนในพื้นที่ คนในวงการสีเทา หรือแม้แต่อาชญากรที่ยอมแปรพักตร์ ซึ่งจะคอยสืบข่าว แฝงตัว หรือนำข้อมูลความเคลื่อนไหวของคนร้ายมาแจ้งให้ตำรวจทราบ เพื่อแลกกับเงินรางวัล สินบนนำจับ หรือข้อตกลงทางกฎหมายบางอย่าง
“นิ้ว” มาจากการเปรียบเปรยถึง “นิ้วชี้” ที่คอยชี้เป้าหมาย ชี้ตัวคนร้าย หรือชี้ช่องทางให้ตำรวจสามารถเข้าไปจับกุมหรือทลายแหล่งก่ออาชญากรรมได้
ในมุมมองของเจ้าหน้าที่ “นิ้ว” จึงเป็นเสมือนเครื่องมือสำคัญในการทำงานสืบสวน แต่ในมุมมองของกลุ่มมิจฉาชีพ มักจะมองคนกลุ่มนี้ว่าเป็น “คนทรยศ” หรือ “เกลือเป็นหนอน”
ในทางกลับกัน หาก “นิ้ว” ทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาข้างต้น คือแทนที่จะเป็นสายลับสืบข่าวให้ตำรวจ กลับกลายเป็นดูแลผลประโยชน์ธุรกิจสีเทา เรียกรับ “ส่วย” ให้คนในเครื่องแบบ คุมผับ บาร์ ที่ดำเนินการผิดกฎหมาย หรือกรณีของ “นายป๋อง หรือ นายฑนา” ที่ก่อเหตุฆาตกรรม 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และขยายผลไปสู่การพบศพครอบครัวชาวไทยอีก 3 ศพ (รวม 5 ศพ) ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้ออกมาแฉพฤติกรรมของ นายป๋อง ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญว่า มักชอบอ้างตัวเป็นลูกน้องตำรวจ พกอาวุธปืนและคล้องบัตรตราสัญลักษณ์ หรือแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไปข่มขู่ชาวบ้านและเดินสายทวงหนี้ จนชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่าพฤติกรรมที่เหิมเกิม และการเข้าถึงอุปกรณ์ หรือชุดตำรวจได้ง่าย อาจมีบุคคลในเครื่องแบบคอยให้การสนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจ..หรือไม่
และถ้าเป็นแบบนั้นจริง แทนที่ “นิ้ว” จะเป็นประโยชน์ต่อการไล่เช็คบิลอาชญากร ก็กลายเป็น “อาชญากรแฝงกาย” เดนคน “ได้อำนาจ” สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนสุจริต



