“…..2 โศกนาฏกรรม สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเด็ก และ วิกฤตอำนาจผู้ใหญ่ หากนำทั้งสองเหตุการณ์มาวางเรียงกัน จะเห็นได้ชัดว่าความรุนแรงถูกจุดติดขึ้น จากปัญหาต่างมิติ แต่มีโครงสร้างความพังทลายที่คล้ายคลึงกัน เริ่มจากเหตุกราดยิงในโรงเรียน เสียงกรีดร้องจากเด็กที่ถูกลืม และนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสส.นนทบุรี ได้ก่อเหตุบุกยิง พันตำรวจเอก ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี สะท้อนอำนาจและผลประโยชน์ที่อยู่เหนือกฎหมาย วัฒนธรรมการใช้อำนาจตัดสินปัญหา เกิดจากสภาวะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นชั่ววูบจนขาดสติ และมองว่ากระบวนการยุติธรรมช้าเกินไป อาวุธปืนถูกเลือกมาใช้เป็นเครื่องมือ แสดงถึงความต้องการประกาศเหตุผลของตนเองอย่างสุดตัว…”
ข่าวใหญ่สองเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน บนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่เหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม โดยเยาวชนอายุเพียง 15 ปี ไปจนถึงเหตุอดีต สส. บุกยิงนายก อบจ. ถึงในที่ทำการ หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึง “อาถรรพ์” ที่กำลังกัดกินเมืองแห่งนี้
สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รอยเลือดและความสูญเสีย ไม่ใช่สิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็น “ภาพสะท้อนวิกฤตเชิงโครงสร้าง” ของเมืองขยายที่เติบโตไร้ทิศทาง ปัญหาสุขภาพจิตที่ถูกละเลย และความล้มเหลวในการควบคุมอาวุธปืนอย่างแท้จริง
นนทบุรีในอดีต คือภาพจำของสวนทุเรียนอันสงบร่มรื่น แต่การเติบโตของความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว ได้เปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นเขตปริมณฑล รองรับประชากรที่แน่นหนา การเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด นำมาซึ่งแรงอัดมหาศาล เกิดความเครียดสะสมในชีวิตประจำวัน ผู้คนต้องเผชิญกับปัญหากิจวัตรประจำวัน ทั้งการจราจร โครงสร้างพื้นฐานที่โตไม่ทัน การแข่งขันสูงในสถานศึกษา และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ สายสัมพันธ์ในชุมชนดั้งเดิม ที่เคยเป็นเกราะป้องกัน สอดส่องดูแลกันได้ สลายตัวลง นนทบุรีกลายเป็นเมืองต่างคนต่างอยู่ สัญญาณเตือนภัยหรือพฤติกรรมผิดปกติของคนรอบข้าง จึงถูกมองข้ามไปได้ง่ายดาย
2 โศกนาฏกรรม สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเด็ก และ วิกฤตอำนาจผู้ใหญ่ หากนำทั้งสองเหตุการณ์มาวางเรียงกัน จะเห็นได้ชัดว่าความรุนแรงถูกจุดติดขึ้น จากปัญหาต่างมิติ แต่มีโครงสร้างความพังทลายที่คล้ายคลึงกัน เริ่มจากเหตุกราดยิงในโรงเรียน เสียงกรีดร้องจากเด็กที่ถูกลืม บาดแผลจากการถูกบูลลี่ในโรงเรียนที่ไม่ได้รับการแก้ไข สะสมจนกลายเป็นความแค้น เมื่อบวกกับสภาวะจิตใจที่โดดเดี่ยว หรือขาดที่พึ่งทางอารมณ์ ปัญหาเชิงอารมณ์จึงระเบิดออกมาเป็นการล้างแค้น
เหตุการณ์ที่ 2 นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสส.นนทบุรี ได้ก่อเหตุบุกยิง พันตำรวจเอก ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี สะท้อนอำนาจและผลประโยชน์ที่อยู่เหนือกฎหมาย วัฒนธรรมการใช้อำนาจตัดสินปัญหา เกิดจากสภาวะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นชั่ววูบจนขาดสติ และมองว่ากระบวนการยุติธรรมช้าเกินไป อาวุธปืนถูกเลือกมาใช้เป็นเครื่องมือ แสดงถึงความต้องการประกาศเหตุผลของตนเองอย่างสุดตัว
อะไรคือตัวประสานที่ทำให้สองเหตุการณ์นี้ ดูราวกับเป็นเรื่องเดียวกัน? คำตอบอยู่ที่ปัจจัยร่วม 3 ประการ คือ
1.ปืนหาซื้อง่าย จุดเชื่อมโยงที่น่ากลัวที่สุดคือ ทั้งเด็กมัธยมและนักการเมืองระดับประเทศ ต่างสามารถเข้าถึงอาวุธปืนที่มีอานุภาพทำลายล้าง และพกพาเข้ามาใน “พื้นที่ปลอดภัย” อย่างโรงเรียนและสถานที่ราชการได้อย่างง่ายดาย
2.พฤติกรรม “ฟางเส้นสุดท้าย” ทั้งสองกรณี ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับ แต่ผ่านการสะสมความอัดอั้นมานาน ด้วยแรงกดดันจากการถูกกระทำ การถูกเบี้ยวหนี้สินและขัดผลประโยชน์ เมื่อถึงจุดที่รับไม่ไหว อารมณ์จึงพุ่งแซงหน้าความยับยั้งชั่งใจ
3.ระบบสัญญาณเตือนภัยล้มเหลว ประเทศไทยขาดกลไกการคัดกรองความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ทั้งระบบการดูแลสุขภาพจิตเยาวชนในโรงเรียน และกลไกการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทางการเมืองหรือธุรกิจ ทำให้ไม่มีตัวช่วยชะลอหรือหยุดยั้งเหตุ ก่อนที่จะสายเกินไป
นนทบุรี ดินแดนอาถรรพ์หรือกำลังป่วยด้วย “โรคเมืองใหญ่” จากโครงสร้างของเมืองที่โตไว วัตถุและโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาไปไกล แต่กลไกการดูแลจิตใจ การควบคุมอาวุธปืน และการรับมือความขัดแย้งกลับโตไม่ทัน
หากเราต้องการป้องกันไม่ให้เกิด “นนทบุรีโมเดล” ในพื้นที่อื่น สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือการปฏิรูปความปลอดภัยในโรงเรียนอย่างจริงจัง การวางระบบคัดกรองสุขภาพจิตที่เข้าถึงได้ และการสังคายนามาตรการครอบครองและพกพาอาวุธปืนในสังคมไทย อย่างเด็ดขาด ก่อนที่ฟางเส้นต่อไปจะขาดลงอีกครั้ง




