วันพฤหัสบดี, กันยายน 24, 2026

จาก “สวนทุเรียน” สู่ “ดินแดนอาถรรพ์?” 2 โศกนาฏกรรม..นนทบุรี “โรคร้าย” เมืองโตไว

“…..2 โศกนาฏกรรม สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเด็ก และ วิกฤตอำนาจผู้ใหญ่ หากนำทั้งสองเหตุการณ์มาวางเรียงกัน จะเห็นได้ชัดว่าความรุนแรงถูกจุดติดขึ้น จากปัญหาต่างมิติ แต่มีโครงสร้างความพังทลายที่คล้ายคลึงกัน เริ่มจากเหตุกราดยิงในโรงเรียน เสียงกรีดร้องจากเด็กที่ถูกลืม และนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสส.นนทบุรี ได้ก่อเหตุบุกยิง พันตำรวจเอก ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี สะท้อนอำนาจและผลประโยชน์ที่อยู่เหนือกฎหมาย  วัฒนธรรมการใช้อำนาจตัดสินปัญหา เกิดจากสภาวะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นชั่ววูบจนขาดสติ และมองว่ากระบวนการยุติธรรมช้าเกินไป อาวุธปืนถูกเลือกมาใช้เป็นเครื่องมือ แสดงถึงความต้องการประกาศเหตุผลของตนเองอย่างสุดตัว…”

ข่าวใหญ่สองเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน บนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี  ตั้งแต่เหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม โดยเยาวชนอายุเพียง 15 ปี ไปจนถึงเหตุอดีต สส. บุกยิงนายก อบจ. ถึงในที่ทำการ หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึง “อาถรรพ์” ที่กำลังกัดกินเมืองแห่งนี้

สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รอยเลือดและความสูญเสีย ไม่ใช่สิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็น “ภาพสะท้อนวิกฤตเชิงโครงสร้าง” ของเมืองขยายที่เติบโตไร้ทิศทาง ปัญหาสุขภาพจิตที่ถูกละเลย และความล้มเหลวในการควบคุมอาวุธปืนอย่างแท้จริง

นนทบุรีในอดีต คือภาพจำของสวนทุเรียนอันสงบร่มรื่น แต่การเติบโตของความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว ได้เปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นเขตปริมณฑล รองรับประชากรที่แน่นหนา การเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด นำมาซึ่งแรงอัดมหาศาล เกิดความเครียดสะสมในชีวิตประจำวัน ผู้คนต้องเผชิญกับปัญหากิจวัตรประจำวัน ทั้งการจราจร โครงสร้างพื้นฐานที่โตไม่ทัน การแข่งขันสูงในสถานศึกษา และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ สายสัมพันธ์ในชุมชนดั้งเดิม ที่เคยเป็นเกราะป้องกัน สอดส่องดูแลกันได้ สลายตัวลง นนทบุรีกลายเป็นเมืองต่างคนต่างอยู่ สัญญาณเตือนภัยหรือพฤติกรรมผิดปกติของคนรอบข้าง จึงถูกมองข้ามไปได้ง่ายดาย

2 โศกนาฏกรรม สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเด็ก และ วิกฤตอำนาจผู้ใหญ่ หากนำทั้งสองเหตุการณ์มาวางเรียงกัน จะเห็นได้ชัดว่าความรุนแรงถูกจุดติดขึ้น จากปัญหาต่างมิติ แต่มีโครงสร้างความพังทลายที่คล้ายคลึงกัน เริ่มจากเหตุกราดยิงในโรงเรียน เสียงกรีดร้องจากเด็กที่ถูกลืม บาดแผลจากการถูกบูลลี่ในโรงเรียนที่ไม่ได้รับการแก้ไข สะสมจนกลายเป็นความแค้น เมื่อบวกกับสภาวะจิตใจที่โดดเดี่ยว หรือขาดที่พึ่งทางอารมณ์ ปัญหาเชิงอารมณ์จึงระเบิดออกมาเป็นการล้างแค้น

เหตุการณ์ที่ 2 นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสส.นนทบุรี ได้ก่อเหตุบุกยิง พันตำรวจเอก ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี สะท้อนอำนาจและผลประโยชน์ที่อยู่เหนือกฎหมาย  วัฒนธรรมการใช้อำนาจตัดสินปัญหา เกิดจากสภาวะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นชั่ววูบจนขาดสติ และมองว่ากระบวนการยุติธรรมช้าเกินไป อาวุธปืนถูกเลือกมาใช้เป็นเครื่องมือ แสดงถึงความต้องการประกาศเหตุผลของตนเองอย่างสุดตัว

อะไรคือตัวประสานที่ทำให้สองเหตุการณ์นี้ ดูราวกับเป็นเรื่องเดียวกัน? คำตอบอยู่ที่ปัจจัยร่วม 3 ประการ คือ

1.ปืนหาซื้อง่าย จุดเชื่อมโยงที่น่ากลัวที่สุดคือ ทั้งเด็กมัธยมและนักการเมืองระดับประเทศ ต่างสามารถเข้าถึงอาวุธปืนที่มีอานุภาพทำลายล้าง และพกพาเข้ามาใน “พื้นที่ปลอดภัย” อย่างโรงเรียนและสถานที่ราชการได้อย่างง่ายดาย

2.พฤติกรรม “ฟางเส้นสุดท้าย” ทั้งสองกรณี ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับ แต่ผ่านการสะสมความอัดอั้นมานาน ด้วยแรงกดดันจากการถูกกระทำ การถูกเบี้ยวหนี้สินและขัดผลประโยชน์ เมื่อถึงจุดที่รับไม่ไหว อารมณ์จึงพุ่งแซงหน้าความยับยั้งชั่งใจ

3.ระบบสัญญาณเตือนภัยล้มเหลว ประเทศไทยขาดกลไกการคัดกรองความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ  ทั้งระบบการดูแลสุขภาพจิตเยาวชนในโรงเรียน และกลไกการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทางการเมืองหรือธุรกิจ  ทำให้ไม่มีตัวช่วยชะลอหรือหยุดยั้งเหตุ ก่อนที่จะสายเกินไป

นนทบุรี ดินแดนอาถรรพ์หรือกำลังป่วยด้วย “โรคเมืองใหญ่” จากโครงสร้างของเมืองที่โตไว วัตถุและโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาไปไกล แต่กลไกการดูแลจิตใจ การควบคุมอาวุธปืน และการรับมือความขัดแย้งกลับโตไม่ทัน

หากเราต้องการป้องกันไม่ให้เกิด “นนทบุรีโมเดล” ในพื้นที่อื่น สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือการปฏิรูปความปลอดภัยในโรงเรียนอย่างจริงจัง การวางระบบคัดกรองสุขภาพจิตที่เข้าถึงได้ และการสังคายนามาตรการครอบครองและพกพาอาวุธปืนในสังคมไทย อย่างเด็ดขาด ก่อนที่ฟางเส้นต่อไปจะขาดลงอีกครั้ง

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

จับสัญญาณ “สี-ทรัมป์” กระดานหมากรุก “ไต้หวัน” คลื่นลมแรง..ใครเป็นผู้เดิมพัน

การหวนคืนสู่โพเดียมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 81 (UNGA 81) ณ นครนิวยอร์ก ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการกล่าวสุนทรพจน์ตามวาระทางการทูตประจำปี หากแต่เป็นการส่งสัญญาณตอกย้ำทิศทางภูมิรัฐศาสตร์โลกยุคใหม่ที่สหรัฐฯ กำลังเดินหน้า กับการไม่แตะต้อง “ประเด็นไต้หวัน” ในสุนทรพจน์บนเวทีสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดนัลด์ ทรัมป์ จงใจหลีกเลี่ยงการเอ่ยถึงประเด็นไต้หวันโดยตรง ซึ่งหากมองผ่านบริบททางการทูตและภูมิรัฐศาสตร์ ท่าทีดังกล่าวส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ว่า การที่ทรัมป์ไม่หยิบยกเรื่องไต้หวันขึ้นมาโจมตีปักกิ่งบนเวทียูเอ็น เป็นความพยายามรักษาบรรยากาศก่อนการพบหารือระดับทวิภาคีครั้งสำคัญกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ในกรุงวอชิงตันช่วงสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งมีวาระละเอียดอ่อนทั้งเรื่องข้อตกลงการค้า การแข่งขันทางเทคโนโลยี และการขายอาวุธ ทรัมป์เลือกที่จะไม่ให้คำมั่นสัญญาผ่านเวทีพหุภาคี โดยที่ผ่านมาทรัมป์มักแสดงจุดยืนว่า สหรัฐฯ ไม่สนับสนุนให้ไต้หวันประกาศเอกราชฝ่ายเดียวจนลากสหรัฐฯ เข้าสู่สงคราม และเคยปฏิเสธที่จะตอบอย่างชัดเจนว่าจะส่งทหารไปปกป้องเกาะไต้หวันหรือไม่...

ยุค “จีนนำ” ลมหายใจ “ร่วมโลก” “ตรรกะ” ตะวันออก ที่ “ตะวันตก” มองข้าม

“ทุกยุคสมัยมี "ลมหายใจ" ของตัวเอง จังหวะการเต้นของประวัติศาสตร์ที่สะท้อนว่าใครกำลังกำหนดทิศทางและด้วยหลักการอะไร ศตวรรษที่ 21 กำลังเผยให้เห็นลมหายใจใหม่ที่มาจากทิศตะวันออก  จีนมิได้เพียง "เติบโต" แต่กำลังนำเสนอ "ตรรกะการพัฒนา" ทางเลือกหนึ่ง ที่วางรากฐานบนสัจธรรมสองประการ คือ การพัฒนา และ สันติภาพ พร้อมผลประโยชน์ร่วมของมวลมนุษยชาติ” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร จุดเปลี่ยนสำคัญของจีน ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข GDP หากอยู่ที่ "สำนึกตื่นรู้" ว่าการพัฒนาเป็น “สัจธรรม”  ไม่ใช่ทางเลือก ขณะที่กระแสตะวันตกมองการพัฒนาเป็นเส้นตรงเดียว จีนกลับมองว่าการพัฒนาต้องเป็น องค์รวม เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และจิตสำนึกไปพร้อมกัน การพัฒนาต้องพึ่งพาตนเองเป็นแกน แล้วจึงเปิดรับโลก การพัฒนาต้องปฏิวัติปรับปรุงตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่งที่แบบจำลองใดแบบจำลองหนึ่ง จีนเชื่อมโยงสันติภาพเข้ากับการพัฒนาอย่างแยกไม่ออก สันติภาพไม่ใช่แค่การไม่มีสงคราม...

เปิดอาณาจักร “Foxconn” สูตรผสม “ไต้หวัน – แผ่นดินใหญ่” ซัพพลายเชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

ย้อนกลับไปในปี 1988 ท่ามกลางกระแสการเปิดประเทศของจีน ชายชาวไต้หวันชื่อ เทอร์รี กัว นำบริษัท Hon Hai Precision Industry ก้าวข้ามช่องแคบไต้หวัน มาปักหมุดที่เขตเป่าอัน เมืองเซินเจิ้น ในวันที่เซินเจิ้นยังเป็นเพียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ตั้งไข่ ไม่มีใครคาดคิดว่าการเดินทางครั้งนั้น จะเปิดหน้าประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมทรงพลังที่สุดในโลก Foxconn กลายเป็นธุรกิจจากไต้หวัน ที่ผสานนโยบายรัฐบาลปักกิ่ง เข้ากับจังหวะปฏิวัติสมาร์ตโฟนของ Apple จนก่อกำเนิดเป็นเครือข่ายการผลิตระดับตำนาน จากโรงงานเล็กๆ ในเซินเจิ้น Foxconn ทะยานสู่ทศวรรษ 1990 ด้วยการสร้าง “หลงหัว” (Longhua Science & Technology Park) นิคมอุตสาหกรรมขนาดกว่า 3 ตารางกิโลเมตร ซึ่งถูกขนานนามว่า...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.