เลขาธิการ ปปง. มีคำสั่งอายัดเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 44 ล้านบาท ในเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ของ “นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา กับพวก เพิ่มเติม ดันยอดทรัพย์สินที่ถูกยึด-อายัดสะสมพุ่งทะลุ 226 ล้านบาท ขณะที่คดีอาญา DSI สรุปสำนวนส่งฟ้องข้อหาหนัก ทั้งร่วมกันฟอกเงินและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ชี้ชะตากรรมผู้ถูกกล่าวหาหนักหน่วง หากแจงที่มาทรัพย์ไม่ได้ ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินทันที อีกทั้งยังเสี่ยงถูก ป.ป.ช. เชือดบัญชีทรัพย์สินเท็จ-ผิดจริยธรรมร้ายแรง หลุดเก้าอี้ สส. และภาษีย้อนหลังก้อนโต
สืบเส้นเงินเจอดิจิทัล ยึดรอบ 4 รวมแตะ 226 ล้าน
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เผยแพร่คำสั่ง ย.243/2569 ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์รายนายชนนพัฒฐ์ กับพวก เพิ่มเติมอีก 1 รายการ คือ เงินและสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) ในบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าประมาณ 44 ล้านบาท โดยมีกำหนดอายัดชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน เปิดทางให้เจ้าของทรัพย์ยื่นหลักฐานชี้แจงความบริสุทธิ์ภายใน 30 วัน
การอายัดครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 โดยก่อนหน้านี้ ปปง. ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินกลุ่มนี้ไปแล้ว 3 ครั้ง รวมมูลค่าราว 182 ล้านบาท ประกอบด้วยที่ดิน รถหรู และบัญชีเงินฝาก ซึ่งปัจจุบันเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง (คดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569, ฟ 106/2569 และ ฟ 167/2569) เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน ส่งผลให้ยอดรวมทรัพย์สินที่ ปปง. สั่งอายัดไว้ในคดีนี้พุ่งสูงกว่า 226 ล้านบาทแล้ว
ย้อนรอยจากเว็บดัง “Gimi88” สู่สำนวน DSI หมื่นแผ่น
สำหรับที่มาที่ไปของคดีนี้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2565 หลังตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) เปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ เช่น Gimi88 และ Gimi44 ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สงขลา ก่อนขยายผลเส้นทางการเงินจนพบความเชื่อมโยงถึงนายชนนพัฒฐ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นนักธุรกิจและผู้บริหารสโมสรฟุตบอลชื่อดัง
ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับไม้ต่อเป็นคดีพิเศษ ตรวจสอบเส้นทางการเงินหมุนเวียนหลายพันล้านบาท กระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานกว่า 12,000 แผ่น ส่งให้อัยการคดีพิเศษพิจารณาสั่งฟ้องใน 4 ข้อหาหนัก ได้แก่ จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์, ฟอกเงิน, สมคบฟอกเงิน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรืออั้งยี่
เปิด 4 ผลกระทบทางคดี: อาญาคุกสูง-ภาษีบาน-หลุด สส.
จากการวิเคราะห์ขั้นตอนทางกฎหมาย การอายัดทรัพย์สินรอบล่าสุดไม่ได้ส่งผลเพียงแค่การถูกยึดทรัพย์ แต่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 4 ด้าน:
- คดีแพ่ง (ตกเป็นของแผ่นดิน): หากผู้ถูกอายัดไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินและสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่า 226 ล้านบาท ได้มาจากการทำมาหาได้โดยสุจริต ศาลแพ่งจะมีคำสั่งริบทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน
- คดีอาญา (เสี่ยงติดคุกยาว): ข้อหาฟอกเงินมีโทษจำคุก 1–10 ปีต่อกรรม และข้อหาองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติมีโทษจำคุก 4–15 ปี ซึ่งในคดีเว็บพนันที่เงินหมุนเวียนต่อเนื่อง ศาลมักพิพากษาลงโทษแบบ “เรียงกระทง”
- ผลกระทบทางการเมือง (เก้าอี้ สส. สั่นคลอน): ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบพบว่ามีการซุกซ่อนหรือไม่แจ้งทรัพย์สินเหล่านี้ จะเข้าข่ายยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ หรือร่ำรวยผิดปกติ และหากถูกชี้มูลความผิดเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ศาลฎีกาอาจสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง สส. พร้อมเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
- การประเมินภาษีย้อนหลัง: ข้อมูลเส้นทางการเงินทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังกรมสรรพากรเพื่อประเมินภาษีเงินได้ย้อนหลัง พร้อมเบี้ยปรับ 1–2 เท่า และเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ซึ่งอาจมียอดภาษีสูงเทียบเท่าหรือมากกว่าทรัพย์สินที่ถูกยึด
เจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ สู้คดีทุกชั้น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานายชนนพัฒฐ์ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหามาโดยตลอด โดยระบุว่าเป็นเรื่องเก่าในอดีตที่ตนเคยผ่านกระบวนการตรวจสอบไปแล้ว พร้อมเดินหน้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ และเตรียมรวบรวมหลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงินเพื่อยื่นคัดค้านคำสั่งอายัดต่อ ปปง. ตามกรอบเวลาทางกฎหมายต่อไป.



