วันอาทิตย์, เมษายน 12, 2026
หน้าแรกสิ่งแวดล้อมคอลัมน์ไลฟ์สไตล์คอรัปชั่นไทยวิกฤต ดัชนีทุจริต ย่ำแย่สุดในรอบ...

คอรัปชั่นไทยวิกฤต ดัชนีทุจริต ย่ำแย่สุดในรอบ 13 ปี

ปัญหาคอรัปชั่นไทยอยู่ในขั้นวิกฤต เหมือนมะเร็งร้ายระยะสุดท้าย กำลังทำลายศักยภาพของประเทศทั้งปัจจุบันและอนาคต ดัชนีทุจริตต่ำสุดในรอบ 13 ปี

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์ (FKII Thailand) ประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ บรรยายเรื่อง “คอรัปชั่นเทค โครงการเอไอ.ใยแมงมุมThe AI Spider Project : แนวทางใหม่ในการตรวจสอบและปราบปรามทุจริต“ ว่า

“…จากผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index หรือ CPI) ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ประจำปี 2567  จากจำนวนประเทศ 180 ประเทศ ประเทศไทย ได้ 34 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 107 ของโลก และหล่นจากอันดับ4 เป็นอันดับที่ 5 ของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งคะแนน 34 คะแนน ในปี2567 ถือเป็นคะแนนต่ำสุดในรอบ 13ปี (ปี2555-2567)

ประการสำคัญคือ ประเทศไทยได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของโลกมาโดยตลอด ซึ่งหากพิจารณาย้อนไป10ปีจะพบว่า การแก้ปัญหาคอรัปชั่น ไม่กระเตื้องขึ้น มีแต่ถดถอยลง ดัชนีรับรู้การทุจริต ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปี2567 พบว่าคะแนนและอันดับลดลงต่อเนื่อง กล่าวคือในปี 2555 ได้คะแนน 37 อันดับ 88 ของโลก ปี2567 ได้คะแนน 34 อันดับ 107 สะท้อนความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของประเทศ ถดถอยในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา

โดยผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริต เป็นการประเมินจากแหล่งข้อมูล 9 สถาบัน จากตัวชี้วัดข้อมูล 7 ด้าน ได้แก่

1.เจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติกรรมการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ

2.มีอำนาจ หรือตำแหน่งทางการเมือง มีการทุจริตโดยใช้ระบบอุปถัมภ์ และระบบเครือญาติ และภาคการเมืองกับภาคธุรกิจ มีความสัมพันธ์กัน

3.การทุจริตในภาครัฐ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และตุลาการเกี่ยวกับสินบน การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับส่วนรวม

4.การติดสินบนและการทุจริต

5.ภาคธุรกิจต้องจ่ายเงินสินบนในกระบวนการต่าง ๆ

6.ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

7.ระดับการรับรู้การทุจริต สำหรับประเทศไทยสถานการณ์ปัญหาคอรัปชั่นอยู่ในขั้นวิกฤต เหมือนมะเร็งร้ายระยะสุดท้าย กำลังทำลายศักยภาพของประเทศทั้งปัจจุบันและอนาคต จึงต้องใช้แนวทางใหม่ในการตรวจสอบ ปราบปรามทุจริตภาครัฐ-ภาคเอกชน นั่นคือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เรียกว่า คอรัปชั่นเทค (Corruption Tech) ทำหน้าที่เสมือนไฟฉายและใยแมงมุม ในยุคดิจิตอล แพลตฟอร์มและเอไอ. ซึ่งจะเป็นแนวทางใหม่ เอาชนะสงครามปราบปรามการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

“เสี่ยต๋องหนองกี่” ผนึกกำลัง ส.ส. และผู้นำท้องถิ่น ร่วมเดินแบบผ้าไทยกิตติมศักดิ์ ยกระดับวัฒนธรรมหนองกี่สู่สากล

บรรยากาศงานกิจกรรมชุมชนอำเภอหนองกี่สุดคึกคัก หลังผู้นำระดับจังหวัดและท้องถิ่นร่วมสวมใส่ผ้าไหม-ผ้าไทยลงเวทีเดินแบบกิตติมศักดิ์ มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอป (OTOP) และผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อผลักดันสินค้าภูมิปัญญาไทยสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในจังหวัดเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดย นายพรชัย ศรีสุริยันต์โยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์, นายสุพิศ คิดรอบ นายกเทศมนตรีตำบลหนองกี่, นางสาวศิริรัตน์ บุญชัยสุข สมาชิกสภาจังหวัดบุรีรัมย์ และ นายปายฟ้า มีบุญมาก หรือ “เสี่ยต๋องหนองกี่” ประธานสโมสร Bu หนองกี่ FC ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ฉลามนิวส์ จุดเด่นที่สร้างเสียงฮือฮาและรอยยิ้มให้กับประชาชนคือ กิจกรรมเดินแบบผ้าไทย-ผ้าไหมกิตติมศักดิ์ ภายใต้แนวคิด “หลากหลายผ้าไหม ผ้าไทย ใส่สนุก”...

คุมประพฤติเมาขับสงกรานต์สะสม 2 วัน 1,480 คดี ย้ำ “ดื่มไม่ขับ” สร้างความปลอดภัยบนท้องถนน

วันนี้ (12 เมษายน 2569) ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันที่ 11 เมษายน 2569 พบว่ามีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติรวมทั้งสิ้น 1,174 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถในขณะเมาสุรา 1,127 คดี คิดเป็นร้อยละ 96 และคดีขับเสพ 47 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.0ขณะเดียวกันสถิติคดีสะสมช่วง 2 วันแรก (10 - 11 เมษายน 2569) มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,610 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 1,480...

“สนธิญา” งานเข้าซ้ำ หลังแจ้ง ปอท. ถูกทนายดังแขวนล่อเป้า ก่อนเจอแฮกเฟซบุ๊กปิดปาก หลังตระเวนร้องเรียน “กัน จอมพลัง”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงต่อเนื่องสำหรับ นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนที่ล่าสุดต้องเผชิญกับมรสุมทั้งทางกฎหมายและโลกโซเชียล หลังจากเดินสายยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับ “กัน จอมพลัง” ในหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกองทัพเรือ • แจ้งความ ปอท. ถูกทนายดัง "แขวน" ทำทัวร์ลง วานนี้ (10 เม.ย.) นายสนธิญาได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดยระบุว่าถูกทนายความชื่อดังรายหนึ่งนำรูปภาพ-ข้อมูลไปโพสต์ในลักษณะ "แขวนล่อเป้า" เพื่อเปิดทางให้กลุ่มผู้สนับสนุนอีกฝ่ายหรือ "ทัวร์" เข้ามารุมกระหน่ำวิพากษ์วิจารณ์ จนได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง • ซ้ำร้าย เฟซบุ๊กโดนมือดีแฮก หลังคนแห่ดูนับแสน ความคืบหน้าล่าสุด นายสนธิญาได้แจ้งข้อมูลต่อสื่อมวลชนว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวที่มีผู้ติดตามกว่า 3,000 คน ได้ถูกมือดีแฮกและถูกบล็อกการเข้าถึงไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.