ต้นปี 2557 คณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติรับเป็นคดีพิเศษกรณีทุจริตเบิกจ่ายค่าล่วงเวลาของพนักงานการท่าเรือห้วง
ปี 2545-2555 แล้วใช้เอกสารแห่งการทุจริตไปฟ้องเรียกเงินเพิ่มเติมที่ศาลแรงงานกลาง
เดือนมิถุนายน 2560 การท่าเรือแจ้งความดำเนินคดีกับนายจงเด่น บุตรสุทธิวงศ์กับพวกและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนในความผิดฐานเบิกค่าล่วงเวลาอันเป็นเท็จ โดบมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 560 คน
เดือนมีนาคม 2565 ดีเอสไอ สรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้ 34 คน คือนายจงเด่น บุตรสุทธิวงศ์กับพวกรวม 34 คน ส่วนที่เหลือการท่าเรือก็ยังประสงค์ดำเนินคดีต่อไป
เดือนตุลาคม 2567 ทนายปราบโกงพาพนักงานกว่า 100 คน ซึ่งไม่รวมผู้ต้องหาในกลุ่ม 34 คน บุกไปที่ ดีเอสไอ โดยท้าให้ดีเอสไอ จับพนักงาน 100 กว่าคนไปดำเนินคดีเช่นเดียวกันกับกลุ่ม 34 คน เพราะการปล่อยเวลาให้เนิ่นนานตั้งแต่ ปี 60 ย่อมทำให้พนักงาน 100 กว่าคนต้องทนทุกข์ทรมานกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทุกคนจึงต้องการรู้ผลโดยเร็วว่าจะถูก ดำเนินคดีเหมือนเช่นกลุ่ม 34 คนหรือไม่ ซึ่งในขณะนั้นกลุ่ม 34 คนก็ยังไม่ถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาล
วันที่ 7 ตุลาคม 2567 ดีเอสไอ มีหนังสือถึงทนายปราบโกงชี้แจงว่า คดีพิเศษดังกล่าวไม่มีการสั่งฟ้องพนักงานเพิ่มเติม คงมีแค่กลุ่ม 34 คนเท่านั้น
วันที่ 23 กันยายน 2567 พนักงานอัยการยื่นฟ้องกลุ่ม 34 คนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในความผิดตามมาตรา 157 และความผิดเกี่ยวกับการทำและใช้เอกสารเท็จในการพิจารณาคดีที่ศาลแรงงานกลางและความผิดฐานเบิกความเท็จด้วย
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 พนักงานอัยการโจทก์และจำเลยทั้ง 34 คน สืบพยานทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นภายในวันเดียว
ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 18 มีนาคม 2568 เวลา 9.30 น.
วันที่ 18 มีนาคม 2568 ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องปล่อยตัวจำเลยทั้ง 34 คนพ้นข้อหาไป
ประเด็นที่ควรนำมาพิจารณาเกี่ยวกับปมปัญหามหากาพย์คดีเศษมีดังนี้.
1.คณะกรรมการคดีพิเศษของดีเอสไอ ปี 2557 มีมติรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษโดยใช้หลักเกณฑ์หรือข้อกฎหมายใด และเมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้วมีการสืบสวนสอบสวนตามแต่ก็ไม่มีผู้ใดต้องติดคุกในคดีพิเศษนี้แม้แต่คนเดียว
2.คดีพิเศษดังกล่าวส่งผลทำให้การท่าเรือฯได้ประโยชน์ไปเต็มๆเพราะการท่าเรือใช้คดีพิเศษไปอ้างกับศาลแรงงานกลางว่า พนักงานโจทก์ไม่ได้ทำงานจริงและกำลังถูกดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหาว่ามีการทุจริตจึงทำให้ศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้พนักงานแพ้ทุกคดีรวมกว่า 1,000 คดี การท่าเรือจึงไม่ต้องจ่ายเงินรวมกว่า 3,000 ล้านบาท
3.คดีในกลุ่ม 34 คน มีจำเลยรวม 5 คนให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดตามฟ้องแต่ศาลมีคำพิพากษาว่าจำเลยทั้ง 34 คนไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องจึงพิพากษายกฟ้องนั้น เห็นได้ว่าศาลมีความเที่ยงตรงและให้ความเป็นธรรมกับจำเลยทุกคนโดยเฉพาะจำเลย 5 คนที่รับสารภาพ ถ้าเป็นคดีอาญาโดยทั่วไป ศาลจะแยกจำเลยที่รับสารภาพออกไปตัดสินต่างหาก แต่คดีนี้ศาลไม่แยกสำนวนจึงพิพากษาไปในคราวเดียวกัน คดีนี้จึงเป็นคดีตัวอย่างในกระบวนการยุติธรรมไทยที่เราจะเห็นว่ามี “แพะ” จำนวนมากต้องติดคุกอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศ
นายกฤษฎา ทนายปราบโกงกล่าวทิ้งท้ายว่า นับแต่นี้เป็นต้นไปผู้ที่ถูกกล่าวหาแต่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่ได้กระทำความผิด ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจรับสารภาพ เพราะศาลต้องให้ความยุติธรรมและเป็นธรรมแก่ผู้บริสุทธิ์เสมอ











