เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. – 15.30 น. ตามคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ กลุ่มงานสนับสนุนฯ กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินการตรวจสอบ สืบสวนหาข่าว และปิดกั้นการเข้าถึงของบุคคลทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบนแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการหลอกลวงและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
โดยมี พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว, พ.ต.อ.ชูชาติ คงเมือง ผกก.สภ.คลองลึก พ.ต.ท.สมัชญ์ นาคพน รอง ผกก.สส.สภ.คลองลึก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น เจ้าหน้าที่ กองบัญชาการสอบสวนกลางโดย บก.ปอท., สำนักงาน กสทช., ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และกองกำลังบูรพา ได้ร่วมกัน นำหมายค้น ศาลจังหวัดสระแก้ว ที่6/2569 ลงวันที่ 21 มี.คน.2569 ค้นสถานที่/บ้านเลขที่ ตู้ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Terminal Address 589) ตั้งอยู่ที่ บ้านท่าข้าม หมู่ 1 ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
ในฐานความผิด
พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 64 มาตรา 65 มาตรา 66, ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม, มติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในการประชุม ครั้งที่ 38/2568 (ต่อเนื่อง) เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 และวันที่ 24 ธันวาคม 2568, พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 , พระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7
พฤติการณ์
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสนับสนุนฯ บก.ปอท. ได้ตรวจสอบข้อมูลการแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหายผ่านระบบบริหารจัดการคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบผู้เสียหายถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงชักชวนให้ทำงานหารายได้พิเศษและลงทุนเพื่อหวังผลกำไร โดยตรวจพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยัง บัญชีเงินฝากบัญชีม้าแถวที่ 1
จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบความเชื่อมโยงกับคดีในระบบฯ เพิ่มเติมอีก 2 คดี รวมทั้งสิ้น 3 คดี และตรวจพบความผิดปกติของธุรกรรมทางการเงิน โดยมีการใช้งาน IP Address หมายเลข 147.50.101.65 ซึ่งเป็น IP ที่มีขอบเขตการให้บริการภายในราชอาณาจักรไทย แต่กลับปรากฏข้อมูลสถานที่ใช้งานจาก ราชอาณาจักรกัมพูชา รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 3 ล้านบาท
จากการตรวจสอบข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ พบว่า IP Address ดังกล่าวมีบริษัทเอกชนในประเทศไทยเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และมี บริษัท VIETTEL (CAMBODIA) PTE. LTD. เป็นผู้เช่าและใช้งาน โดยจุดเชื่อมต่อสัญญาณชื่อ Terminal Address 589 ตั้งอยู่ที่บ้านท่าข้าม หมู่ 1 ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พิกัด 13.660789, 102.537110
เจ้าหน้าที่จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการลักลอบเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ในการกระทำความผิดในลักษณะ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามพรมแดน จึงได้ดำเนินการตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป














