วันเสาร์, กรกฎาคม 18, 2026
หน้าแรกการเมืองเดือด! ‘วัชระ’ บุก ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง ‘โสภณ-แต้ม’ ปมสั่งตร.สภา 15 นาย ขวาง ‘วิลาศ’ แฉทุจริตสภาใหม่

Related Posts

เดือด! ‘วัชระ’ บุก ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง ‘โสภณ-แต้ม’ ปมสั่งตร.สภา 15 นาย ขวาง ‘วิลาศ’ แฉทุจริตสภาใหม่

‘วัชระ’ บุก ปปช. ยื่นสอบจริยธรรมร้ายแรง ‘โสภณ-วิชัย’ สั่งตำรวจสภาขวางไม่ให้ ‘วิลาศ’ แถลงข่าว การทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ทั้งที่ขออนุญาติสว.เป็นผู้รับรองถูกต้องแล้ว เตือนเข้าข่ายมีประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจครอบงำระบบ รปภ.

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2569- นายวัชระ  เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกระทำการอันเป็นการขัดขวาง สิทธิหน้าที่ของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญ

สิ่งที่ส่งมาด้วย    1. สำเนาข่าวไทยรัฐออนไลน์ จำนวน 1 แผ่น 2. สำเนาข่าวเดอะสแตนดาร์ด จำนวน 1 ชุด 3. สำเนาประกาศราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้ง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เป็นที่ปรึกษา ประธานรัฐสภา  จำนวน 1 ใบ

หนังสือมีใจความว่า  ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งการให้ตำรวจสภา 15 นายขวางกั้นไม่ให้นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสส.8 สมัย แถลงข่าวเรื่องการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาตามสำเนาข่าวที่ส่งมานี้ 1, 2

ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุอัปยศดังกล่าวนั้น มีข่าวว่ามีการประชุมโดยพลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอและสั่งการตำรวจสภาไม่ให้นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ทำการแถลงข่าว จึงขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นการใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภาขัดขวางการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น ทำลายภาพพจน์ของสถาบันนิติบัญญัติและรัฐสภาไทย ไม่ให้เกียรติต่ออดีตสมาชิกรัฐสภา ขัดต่อหลักธรรมาภิบาล หลักนิติรัฐนิติธรรม และหลักการแห่งสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย จึงขอให้สอบสวนจริยธรรมร้ายแรงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และพลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาว่ากระทำการจริงหรือไม่ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ข้าพเจ้า นายวัชระ  เพชรทอง อายุ 61 ปี เลขประจำตัวประชาชน 3849900079261 ที่อยู่เลขที่ 25/4 ถ.ราษฎร์บำรุง ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี  เบอร์โทรศัพท์ 080 9239991     ขอร้องเรียนบุคคล ดังนี้ ผู้ถูกร้องเรียนที่ 1: นายโสภณ ซารัมย์ ตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ผู้ถูกร้องเรียนที่ 2 : พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ผู้ถูกร้องเรียนที่ 3 : เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาและผู้เกี่ยวข้อง (ซึ่งปฏิบัติการตามคำสั่งใน วันเกิดเหตุ)

พฤติการณ์และข้อเท็จจริงแห่งการร้องเรียน มีดังนี้

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับวันสิ้นสุดระยะเวลาการค้ำประกันผลงานความชำรุดบกพร่องตามสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (สัปปายะสภาสถาน) นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะพลเมืองไทยผู้ใช้สิทธิตามกฎหมาย ได้เดินทางมายังอาคารรัฐสภาในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อนำเสนอข้อมูลความชำรุดบกพร่อง รวมถึงข้อสงสัยในความไม่โปร่งใสของการก่อสร้าง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐและภาษีของประชาชน ซึ่งได้ทำหนังสือขออนุญาตก่อนการแถลงข่าวมีนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้รับรองถูกต้องแล้ว

ทว่า ผู้ถูกร้องเรียนที่ 1 และผู้ถูกร้องเรียนที่ 2 ในฐานะผู้มีอำนาจสั่งการ ได้ร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา (ผู้ถูกร้องเรียนที่ 3) เข้าสกัดกั้น ขัดขวาง และผลักดัน มิให้นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนบริเวณหน้าห้องสื่อมวลชนตามที่เคยปฏิบัติได้ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นเจตนาส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อไม่ให้แถลงเปิดเผยสภาพความบกพร่องของการก่อสร้าง และขัดขวางมิให้เกิดการตรวจสอบข้อมูลอันเป็นประโยชน์สาธารณะ อันเข้าข่ายมีประโยชน์ทับซ้อนและใช้อำนาจครอบงำระบบรักษาความปลอดภัยของรัฐสภา เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง หรือพรรคการเมืองที่ตนสังกัด

ข้อกฎหมายและมาตรฐานทางจริยธรรมที่ละเมิด การกระทำของผู้ถูกร้องเรียน เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายและมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ดังนี้ :

1 ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 50 (10) : ที่บัญญัติให้บุคคลมีหน้าที่ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ การกระทำของผู้ถูกร้องเรียนจึงเป็นการขัดขวางพลเมืองมิให้ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

2 ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 (ซึ่งนำมาใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 128 วรรคสาม) ดังต่อไปนี้ :

หมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ ข้อ 8 : “ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ และปราศจากอคติ…”

หมวด 2 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก ข้อ 11 : “ต้องไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

ข้อ 12 : “ต้องยึดมั่นในหลักการและความถูกต้อง และไม่ยินยอมให้ผู้ใดใช้อำนาจโดยมิชอบครอบงำการปฏิบัติหน้าที่”

ข้อ 17 : “ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง”

ความเสียหายที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐเสี่ยงต่อการสูญเสียสิทธิเรียกร้องค่าความเสียหายหรือค่าปรับ จากการก่อสร้างอาคารรัฐสภาที่ชำรุดพกพร่อง อีกทั้งเป็นการใช้อำนาจรัฐและอำนาจบริหารภายในอาคารรัฐสภา ละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ทำลายความเชื่อมั่นศรัทธาที่ประชาชนมีต่อสถาบันนิติบัญญัติ ในระบอบประชาธิปไตย

จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการไต่สวน และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยลงโทษตามกฎหมายต่อไป หากได้ผลประการใด กรุณาแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบภายใน 15 วัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts