วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 1, 2026
หน้าแรกการเมือง‘ดร.โจ’ ลั่นไทยเหลือเวลาแค่ 17 ปี! ชี้รัฐใช้คำว่า “กตัญญู” กลบความล้มเหลว ปล่อยคนเจน Y-Z แบกภาระจนสูญพันธุ์

Related Posts

‘ดร.โจ’ ลั่นไทยเหลือเวลาแค่ 17 ปี! ชี้รัฐใช้คำว่า “กตัญญู” กลบความล้มเหลว ปล่อยคนเจน Y-Z แบกภาระจนสูญพันธุ์

แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยรวมไทย เปิดตัวเลขเขย่าขวัญคนไทย ชี้ประเทศกำลังเข้าสู่ “ภาวะสูญพันธุ์ทางโครงสร้าง” ในอีก 17 ปีข้างหน้า หากรัฐยังไม่เลิกผลักภาระการดูแลผู้สูงอายุให้ลูกหลาน เตือนคนรุ่นใหม่จะเป็นเจนเนอเรชันสุดท้ายที่ได้ดูแลพ่อแม่ และเป็นรุ่นแรกที่ต้อง “ตายอย่างโดดเดี่ยว”

รองศาสตราจารย์ ดร. โสภณ เอส. บิวโดอิน หรือ “ดร.โจ” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยรวมไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงวิกฤตเชิงโครงสร้างที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย โดยระบุว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตชั่วคราว แต่กำลังถูกฆ่าให้ตายอย่างช้าๆ ด้วยนโยบายที่ปฏิเสธความจริง

ดร.โจ เปิดเผยตัวเลขเชิงสถิติที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันอัตราการเกิดของเด็กไทยต่ำกว่า 400,000 คนต่อปี ขณะที่อัตราเจริญพันธุ์ (TFR) อยู่ที่ประมาณ 1.0 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนที่ควรจะเป็นคือ 2.1 ถึงครึ่งหนึ่ง ในขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุจะพุ่งสูงถึง 30% ภายในปี 2578
“เรากำลังเข้าสู่สังคมที่ไม่มีคนสืบต่อ รัฐยังใช้โครงสร้างเดิมที่หวังให้ลูกหลานแบกรับผู้สูงอายุ ทั้งที่จำนวนคนทำงานลดลงอย่างฮวบฮาบ นี่คือการฆ่าประเทศด้วยเงื้อมมือของรัฐเอง” ดร.โจ กล่าว

ดร.โจ วิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดเจนถึงความเหลื่อมล้ำทางรายได้และค่าครองชีพ
– รายได้แรงงาน โตเพียง 1-2% (เฉลี่ยเพิ่มขึ้นแค่หลักร้อยบาท)
– ค่าใช้จ่าย ค่าอาหารและที่อยู่อาศัยพุ่งสูงถึง 50-80% ของรายได้
– ส่วนต่างที่หายไป ผู้สูงอายุมีค่าใช้จ่ายพื้นฐานรวมค่ารักษาพยาบาล 8,000 – 15,000 บาท/เดือน แต่รัฐให้เบี้ยยังชีพเพียง 600 – 1,000 บาท

“ส่วนต่างนับหมื่นบาทนี้ รัฐโยนไปที่ไหล่ของลูกหลานโดยตรง คนเจน Y และ เจน Z กลายเป็นเหยื่อของนโยบายที่ใช้คำว่ากตัญญูมาบังหน้าความล้มเหลวของรัฐบาล พวกเขาต้องแบกพ่อแม่ 2 คน บนหนี้ครัวเรือนที่สูงกว่า 90% ของ GDP”

นับถอยหลัง 17 ปี จุดจบที่ไม่มีวันหวนคืน ดร.โจ คาดการณ์ฉากทัศน์ความล่มสลายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
– พ.ศ. 2573-2575 แรงงานไทยจะเข้าสู่ภาวะ Burnout มหาศาล
– พ.ศ. 2580 ฐานภาษีหดตัว ภาระรัฐพุ่งสูงจนคุมไม่อยู่
– หลัง พ.ศ. 2585 ประเทศจะเข้าสู่ภาวะ “แก่-จน-โดดเดี่ยว” อย่างถาวร ไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกต่อไป

ดร.โจ ย้ำว่าทางรอดเดียวของประเทศไทยคือ “การสร้างรัฐสวัสดิการและระบบบำนาญถ้วนหน้า” ที่รัฐต้องเข้ามาอุ้มผู้สูงอายุแทนลูกหลานอย่างจริงจังทันที
“ประเทศไทยไม่ขาดนโยบาย แต่ขาดผู้นำที่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง ถ้าเรายังเลือกผู้นำจากคำหวาน ประเทศจะตายด้วยคำพูดเหล่านั้น 17 ปีที่เหลืออยู่คือบททดสอบสุดท้าย สำหรับผม การมองโลกในแง่ร้ายแต่ถูกต้อง ดีกว่ามองโลกในแง่ดีแต่พาประเทศไปตาย”ดร.โจ กล่าวทิ้งท้าย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts