วันเสาร์, มีนาคม 7, 2026
หน้าแรกท้องถิ่นผู้ว่าฯ ชลบุรี กำชับทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์โลก คุมเข้มความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวพัทยา ดูแลกำลังพลคอบร้าโกลด์ ลุยตรวจสอบนอมินีต่างชาติ

Related Posts

ผู้ว่าฯ ชลบุรี กำชับทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์โลก คุมเข้มความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวพัทยา ดูแลกำลังพลคอบร้าโกลด์ ลุยตรวจสอบนอมินีต่างชาติ

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมทั้งติดตามการฝึกร่วมทางทหาร “คอบร้าโกลด์” เพื่อวางมาตรการรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงคุมเข้มความปลอดภัยในพื้นที่เมืองพัทยา และเปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบธุรกิจนอมินีของชาวต่างชาติ โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง ผู้กำกับการทั้ง 4 สถานีตำรวจในพื้นที่อำเภอบางละมุง และผู้อำนวยการดีเอสไอ ภาค 2 เข้าร่วมประชุม

ในที่ประชุม พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.พัทยา ในฐานะเลขานุการการประชุม ได้รายงานสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เมืองท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติหลายสัญชาติพักอาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งชาวอิหร่าน อิสราเอล และชาวยุโรป สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในเมืองพัทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เฝ้าระวังและกำหนดมาตรการป้องกันเหตุในเขตเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุความไม่สงบ พร้อมดำเนินการปราบปรามชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงกลุ่มที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่แบบบูรณาการเฝ้าระวังพื้นที่สำคัญในเมืองพัทยา จำนวน 6 จุด พร้อมจัดกำลังสายตรวจออกตรวจพื้นที่ทุก 2 ชั่วโมง รวมถึงจัดกำลังดูแลความปลอดภัยกำลังพลจากต่างประเทศที่เดินทางมาร่วมการฝึก “คอบร้าโกลด์” ซึ่งจะมาพักในพื้นที่เมืองพัทยา จำนวน 2 รอบ รอบละประมาณ 250 นาย โดยมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดช่วงระยะเวลาพำนัก

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง จากกรณีที่มีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาใช้อาวุธโจมตีประเทศอิหร่าน อาจส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และราคาพลังงานในตลาดโลก โดยมีข้อมูลว่าหากไม่มีการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มเติม ประเทศไทยจะมีพลังงานสำรองใช้ได้ประมาณ 93 วัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำลังเร่งหาแนวทางจัดหาพลังงานจากแหล่งอื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในส่วนของการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้กำชับให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเพิ่มการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีมีนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งกันพักอาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งชาวอเมริกัน ชาวอิหร่าน และชาวอิสราเอล จึงต้องเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในจุดรวมตัวสำคัญ เช่น ศาสนสถาน โรงแรมที่พัก และสถานบันเทิงในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ตรวจสอบระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เมืองพัทยา โดยเฉพาะระบบกล้อง AI ตรวจจับใบหน้า ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และห้ามปล่อยให้กล้องชำรุดเสียหายโดยไม่ได้รับการซ่อมแซม ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรียังกล่าวถึงปัญหาธุรกิจ “นอมินี” ของชาวต่างชาติ โดยระบุว่าจังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่มีการจดทะเบียนบริษัทต้องสงสัยในลักษณะนอมินีมากที่สุดในประเทศ มากกว่า 14,000 แห่ง สูงกว่ากรุงเทพมหานครและจังหวัดภูเก็ต รูปแบบการกระทำผิดที่พบส่วนใหญ่คือการใช้ชื่อคนไทยเป็นผู้จดทะเบียนบริษัท แต่ภายหลังมีการลักลอบใช้รหัสผ่านเข้าสู่ระบบเพื่อเปลี่ยนตัวกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งอาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจพบได้หากไม่มีการตรวจสอบเชิงลึก ส่งผลให้เกิดการหลบเลี่ยงภาษี และมีการนำรายได้ส่งออกนอกประเทศ กระทบต่อระบบเศรษฐกิจของไทยอย่างรุนแรง ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพากร สำนักงานทะเบียนธุรกิจการค้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศและสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการไทย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts